บทที่ 6 ความสมบูรณ์

 ตอนที่ 6 : ความสมบูรณ์

ในคาเฟ่ต์ขนมหวานที่มีเมนูแสนอร่อยมากมาย ชนายุสสั่งเพียงเอสเพรสโซเย็นหนึ่งแก้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับชายวัยกลางคนอย่างเขา ทว่าเมื่อมองไปยังว่าที่ภรรยาก็เห็นว่าเธอเองก็สั่งแค่คาปูชิโนร้อนหวานน้อยอย่างเดียวเช่นกัน ในขณะที่ลูกค้าผู้หญิงโต๊ะอื่น ๆ สั่งขนมหวานมาทานกันเสียเต็มโต๊ะ

อันดาไม่ได้ไม่สั่งขนมเพราะเธอไม่ชอบ แต่มันเป็นกฎเหล็กของนักเต้นที่จำเป็นต้องควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในมาตรฐานที่เหมาะสม ถึงจะอยากทานมากแค่ไหนเธอก็ทำได้แค่เคี้ยวมันและคายทิ้ง เพราะถ้ากินเข้าไปแล้วน้ำหนักขึ้นก็ต้องทรมานกับการล้วงคออาเจียน

และนี่ก็คือผลกระทบซึ่งได้รับจากเส้นทาง อาชีพ ความฝันที่เธอไม่ได้เลือกเอง แต่ก็ต้องทำมันเพื่อตอบสนองความต้องการของบิดามารดา

“คุณเหนื่อยหรือเปล่าคะ ที่นี่อยู่ไกลจากที่ทำงานของคุณหรือเปล่า”

อันดาเริ่มเปิดปากชวนเขาคุยอย่างกระตือรือร้น

“ไม่เหนื่อยครับ มีคนขับรถให้ คุณไม่ต้องพยายามชวนผมคุยก็ได้นะ ดื่มกาแฟแล้วนั่งเล่นมือถือไปเถอะครับ พอถึงเวลาเราค่อยแยกย้ายกัน”

อันดาหน้าเสียกับคำพูดของเขาทันที เพราะแบบนี้ตลอดระยะเวลา 1 ชั่วโมงที่อยู่ในคาเฟ่ต์จึงมีแต่ความเงียบสงบและหนาวเหน็บ หญิงสาวไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการเดตครั้งแรกในชีวิตของเธอจะจืดชืดไร้สีสันได้ยิ่งกว่ากาแฟน้ำตาลน้อยที่กำลังนั่งดื่มอยู่อีก

“อีก 2 เดือนข้างหน้า หลังจากเดตครั้งที่ 3 ผ่านไป ผมกับพ่อแม่จะไปสู่ขอคุณที่บ้าน”

และแล้วเขาก็ชวนเธอคุยหลังจากนั่งทำงานในไอแพดอยู่เงียบ ๆ มาตลอด 1 ชั่วโมง ทำให้อันดาที่กำลังนั่งเลื่อนหน้าจอมือถือดู ig อยู่ถึงกับสะดุ้งขึ้นมา

“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า เราจะแต่งงานกันทันทีหลังจากรู้จักกันได้ 3 เดือนเหรอคะ”

“ก็ประมาณนั้น หลังสู่ขอเรื่องสถานที่จัดงาน บริษัทออแกไนซ์ หรือกำหนดวันจัดงานก็ให้พวกผู้ใหญ่เขาจัดการกันเอง เราสองคนก็แค่ใช้ชีวิตต่อไป จนกว่าจะถึงวันนั้น”

ชนายุสเอ่ยพูดทุกอย่างได้หน้าตาเฉย ในขณะฝ่ายหญิงนั้นตื่นเต้นแทบแย่ ไม่นานเขาก็เรียกพนักงานมาเช็คบิลค่ากาแฟของตนกับอันดา

“คุณขับรถมาเองหรือว่ามีคนขับรถที่บ้านมารับ”

เขาถามในขณะที่เดินนำเธอออกจากร้าน

“ฉันขับรถมาเองค่ะ”

เธอตอบแล้วก็พยายามส่งยิ้มให้เขา

“อ้อ ถ้าอย่างนั้นก็ลากันแค่ตรงนี้ ผมคงไม่ต้องไปส่ง”

พูดด้วยสีหน้านิ่ง ๆ ก่อนจะโทร.เรียกคนขับรถให้มารับ

“ผมกลับก่อนนะ”

เมื่อคนขับรถถอยรถหรูออกมาจากลานจอดรถของคาเฟ่ต์แล้ว ชนายุสก็เอ่ยลาว่าที่เจ้าสาวของเขา

“ค่ะ เอ่อ…มันจะเป็นการรบกวนมากเกินไปไหมคะ ถ้าฉันจะขอให้คุณช่วยส่งข้อความมาบอกว่าถึงบ้านแล้ว”

อันดาเอ่ยถามด้วยท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนที่ในไม่นานหญิงสาวจะได้รู้ว่าเธอคิดผิดแล้วที่มาร้องขออะไรแบบนี้จากเขา

“ผมโตแล้วครับคุณอันดา คุณไม่ต้องมาขอให้ผมทำอะไรแบบนี้จะดีกว่านะ”

หญิงสาวหน้าเจื่อนลงในทันที นี่เป็นความแข็งกระด้างในระดับที่เธอไม่เคยพบเจอมาก่อนเลยในชีวิต…

หลังจากวันนั้นทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ชนายุสกำหนด เดตครั้งที่ 3 เกิดขึ้นก่อนที่พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายจะพูดคุยเรื่องสู่ขอเพียง 3 วัน และในวันหยุดสุดสัปดาห์บิดามารดาของชนายุสที่เลิกรากันในทางพฤตินัยไปแล้ว แต่ยังเป็นสามีภรรยาในทะเบียนสมรสอยู่ก็ได้เดินทางมาถึงบ้านเบญจมันตรา

เฌอมาลย์เตรียมการต้อนรับว่าที่พ่อดองแม่ดองด้วยมื้ออาหารที่ดีที่สุด ในห้องทานอาหารของบ้านที่ตอนนี้ผนังถูกประดับด้วยรูปถ่ายวันสำคัญของครอบครัว ทดแทนภาพวาดราคาแพงของศิลปินชื่อดัง เพราะเธอต้องการนำเสนอด้านที่ดูอบอุ่นของครอบครัวให้แขกคนสำคัญได้เห็น ซึ่งอันดาที่อยู่ในบ้านนี้มาตลอด 15 ปีเต็ม ย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่แม่กำลังทำคือการสร้างภาพ

“เรียนบัลเล่ต์มาตั้งแต่ 10 ขวบเลยเหรอจ๊ะ หนูอันดานี่รักการเต้นจริง ๆ เลยนะ เพราะแบบนี้นี่เองหนูถึงได้มีรูปร่างสวยงามแบบนี้”

คุณหญิงมาลาผู้เป็นมารดาของชนายุสและว่าที่แม่สามีของอันดา กำลังเดินชมรูปภาพที่แขวนอยู่บนผนังด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า ด้านอันดาก็ได้แต่ยิ้มรับคำชมแทนคำขอบคุณ นั่นก็เป็นเพราะเธอไม่ได้รักการเต้นบัลเล่ต์อย่างที่ทุกคนคิด แม้จะทำมันออกมาได้ดีด้วยความตั้งใจก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ความฝันที่เธอเลือกเอง

“ขุนเขานี่ตัวสูงดีจัง สูงกว่าคนพ่ออีกนะเนี่ย สมัยเรียนคนเก่งกีฬาน่าดูเลยล่ะสิ”

ทางด้านพวกผู้ชายทั้ง 3 คน ก็กำลังยืนพูดคุยกันอยู่ไม่ห่าง

“ครับ ‘คุณพ่อ’ ตอนเรียนมัธยมผมชอบเล่นบาส”

ชนายุสตอบกลับด้วยท่าทางสบาย ๆ ทำให้อันดาที่ยืนอยู่ไม่ห่างนักมีสีหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา เมื่อได้ยินว่าเขาเรียกชวินว่าคุณพ่อได้อย่างเป็นธรรมชาติ

“เอาล่ะ ตอนนี้ก็ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว เชิญทุกคนทานข้าวด้วยกัน แล้วก็มาค่อย ๆ ทำความรู้จักกันระหว่างทานไปด้วยดีกว่าค่ะ”

เฌอมาลย์เดินนำหน้าขบวนแม่บ้านที่ถืออาหารไทยชาววังมากมายหลากหลายเมนูเข้ามาในห้องทานอาหาร ก่อนที่ทั้งครอบครัวจะเริ่มพูดคุยกัน โดยที่อันดาถูกจัดที่นั่งให้อยู่ใกล้ ๆ ชนายุส ในระหว่างทานอาหารหญิงสาวก็ค่อยเอาอกเอาใจตักกับข้าวที่อยู่ไกลมือให้กับเขา

ก่อนที่ในไม่นานอันดาจะได้รู้ว่าชนายุสก็ถูกเลี้ยงดูมาด้วยลักษณะที่ไม่ต่างกัน แม้ปริมาณที่เขาทานจะมากกว่าเธอ แต่ชายหนุ่มไม่เคยตักกับข้าวเมนูไหนมากกว่า 2 ช้อนเลย แล้วก็เติมข้าวเพียง 1 ครั้งเท่านั้น แม้ปากจะชมว่าทุกอย่างบนโต๊ะอร่อยแต่ก็ไม่สามารถทานเยอะกว่านั้นได้

เมื่อมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบได้ผ่านพ้นไปแล้ว พวกพ่อ ๆ แม่ ๆ ก็เริ่มเปิดปากสนทนาถึงเรื่องสำคัญของว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาว เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อยก็นั่งคุยเรื่องสัพเพเหระกันต่อ ก่อนที่เฌอมาลย์จะบอกให้ลูกสาวพาชนายุสไปเดินเล่นชมส่วนอื่น ๆ ของบ้าน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป