บทที่ 9 เหนือการควบคุม
ตอนที่ 9 : เหนือการควบคุม
แม้ความสัมพันธ์ชีวิตคู่จะติดลบ แต่อันดาก็ยังมุ่งหน้าทำงานการที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของเธออย่างดี อาจเพราะมีร่างกายที่แข็งแรงจากการเป็นนักเต้นมาตลอดหลายปี ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเพราะสูญเสียความบริสุทธิ์จึงไม่ได้ส่งผลเสียจนทำให้เธอต้องหยุดงาน
คลาสสอนเต้นบัลเล่ต์ขั้นพื้นฐานของอันดาถือว่าอยู่ในขั้นที่กำลังรุ่ง แม้เธอจะไม่ได้เลือกเดินตามเส้นทางนี้เพราะความรัก แต่เธอก็ทำมันได้เป็นอย่างดี
หลังจากผู้ปกครองมารับบุตรหลานกลับจากคลาสหมดแล้ว อันดาที่กำลังจะเลิกงานก็ได้เข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ ระหว่างที่กำลังใช้สายฉีดชำระทำความสะอาดอวัยวะส่วนที่อ่อนไหวที่สุดในร่างกาย ความรู้สึกซ่านสยิวที่ได้รับจากสายน้ำซึ่งจ่อตรงติ่งเนื้อที่ไวต่อความรู้สึกนั้นก็ปลุกเร้าให้อันดาได้นึกถึงภาพจำ สัมผัสที่ได้รับจากสามีในค่ำคืนผ่านมา ในตอนที่เขาได้ระรัวลิ้นตรงติ่งเนื้อสีชมพูนี้
“อาห์ อ๊า”
หญิงสาวนั่งบิดเร้าส่ายสะโพกไปมา แอ่นเนินสวาทรับสายน้ำเย็นจากสายฉีดชำระ ก่อนที่ในไม่นานเธอจะเสร็จสุขสม ร่างกายเกร็งกระตุก หอบหายใจ การสำเร็จความใคร่ที่ตัวเธอเป็นผู้กระทำ โดยมีภาพจำการร่วมรักเมื่อคืนนี้เป็นสิ่งกระตุ้น
‘ห้ามคุยกับผู้ชาย ห้ามเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนทั้งนั้น เพราะเจ้าพวกนั้นมันจ้องจะทำให้แกท้องอย่างเดียว’
เฌอมาลย์ปลูกฝังกับเธอมาโดยตลอดว่าเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องน่ารังเกียจและอันตราย หญิงสาวที่ถือคติเชื่อฟังเพื่อความอยู่รอดก็ดำเนินตามคำสอนของแม่เสมอมา
ดังนั้นเมื่อทำในสิ่งที่คนทั่วไปเรียกมันอย่างเป็นทางการว่า ‘การช่วยตัวเอง’ หญิงสาวกลับไม่ได้รู้สึกมีความสุขอย่างที่ร่างกายของเธอสัมผัสได้เลย
“ฮึก…ฮือ”
อันดาคุกเข่าลงและร้องไห้บนพื้นเย็น ๆ ในห้องน้ำ
หลังจากอัดอั้นตันใจกับความเจ็บปวดที่สุมอยู่เต็มอก ทั้งความล้มเหลวของชีวิตคู่ ความผิดพลาดที่ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น ไหนจะการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต ทุกสิ่งที่ถาโถมเข้ามาในตอนนี้ล้วนแต่กัดกินใจของเธอจนแหลกสลายไปหมดแล้ว…
ค่ำวันนั้น
ชนายุสกลับถึงบ้านในเวลาดึกอย่างเช่นทุกวัน สาเหตุของการเลิกงานดึกในแต่ละวันไม่ได้เกิดจากตารางงานที่แน่นเอี๊ยดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะตัวเขาเองที่ไม่อยากกลับมาแล้วเห็นอันดาพยายามทำตัวเป็นเมียที่ดี
ชนายุสไม่สามารถเจริญอาหารได้ ในแวดล้อมที่ชวนทำให้เขารู้สึกอึดอัด ดังนั้นเขาจึงไม่เคยได้ลองทานอาหารที่อันดาทำเลย เพราะต่อให้จะเป็นสามีภรรยากัน ความจริงที่ว่าเขากับเธอกำลังใช้ชีวิตอย่างคู่สมรสในนามเช่นเดียวกับพ่อแม่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนไป นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมที่ผ่านมาเขาเลือกจะทานอาหารคนเดียวที่บริษัทไม่ใช่ที่บ้าน
เพราะเขาไม่ได้มองว่าอันดาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวหรือบุคคลที่ทำให้สบายใจจนสามารถทานอาหารร่วมโต๊ะกันได้ทุกมื้อ
เมื่อเดินเข้ามาในบริเวณห้องโถง ซึ่งมีทั้งมุมนั่งเล่นและทานอาหาร สายตาของชนายุสก็ไปหยุดลงที่โต๊ะทานอาหาร ซึ่งปกติภรรยาก็จะเตรียมมื้อเย็นไว้ให้ แม้ว่าเขาจะไม่เคยแตะต้องมัน และเธอต้องคอยเทมันทิ้งลงถังขยะในทุกเช้า แต่หญิงสาวก็ยังคงพยายามเป็นภรรยาที่สมบูรณ์แบบอย่างไม่ลดละ กระทั่งวันนี้ที่เขาไม่ได้เห็นเมนูอาหารสักอย่างถูกวางไว้บนโต๊ะ
‘หมดความพยายามแล้วสินะ’
ชนายุสนึกในใจ ก่อนจะเดินผ่านบริเวณนั้นไปยังห้องนอนของตน โดยไม่ได้คิดหาคำตอบกับความพยายามที่สิ้นสุดลงของเธอ
ทันทีที่เข้าไปในห้องนอนซึ่งไร้การตกแต่งและภาพแขวน ชนายุสก็ถอดเสื้อผ้าของเขาออกเดินเข้าไปในห้องน้ำ สายน้ำเย็นเฉียบจากฝักบัวทำให้รู้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า แต่ในขณะนั้นเอง เขาก็เผลอนึกถึงภาพการร่วมรักแสนเร่าร้อนในเมื่อคืนนี้
ไม่ว่าจะรสจูบ สัมผัส ความหอมหวานจากร่างกายของอันดา ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เขากลับจำมันได้แม่นยำ ก่อนที่ภาพจำเหล่านี้จะทำให้ชายหนุ่มซึ่งไม่ใช่คนหมกมุ่นเรื่องเพศ เกิดอารมณ์ความปรารถนาขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด
เลือดในกายเขาสูบฉีด เกิดความร้อนรุ่มที่ไม่สามารถทำให้ควบคุมตัวเองได้ แก่นกายที่เมื่อคืนได้รวมเป็นหนึ่งเดียวในช่องทางรักของอันดาเริ่มแข็งขึงขึ้นมา ก่อนที่เขาจะต้องทำให้มันสงบลงด้วยมือตัวเอง และในเวลา 15 นาทีต่อมาของเหลวสีขาวขุ่นก็ไหลทะลักออกจากปลายแก่นกายนั้นลงมาที่พื้นห้องน้ำ
“อ่า…”
ชนายุสร้องครางหอบหายใจเมื่อสุขสม ต่อให้จะถึงจุดสุดยอดจนอารมณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว แต่ชายหนุ่มกลับไม่รู้สึกชอบใจกับสถานการณ์ในตอนนี้เลยสักนิด เพราะสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองลงมาจากการถูกควบคุม ก็คือการที่เขาไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ได้
นี่จึงเป็นอีกครั้งที่ชนายุสได้ตั้งชื่อให้กับเรื่องเหนือการควบคุมนี้ว่าความผิดพลาด
แม้จะได้รับผลกระทบจากค่ำคืนเร่าร้อนที่ผ่านมา จนทำให้ต่างคนต่างแอบคิดถึงกันและกัน และสำเร็จความต้องการด้วยมือของตัวเองอยู่เงียบ ๆ แต่หลังจากวันนั้น 2 เดือนผ่านมาแล้ว สองสามีภรรยาก็ไม่แม้แต่จะพูดคุยหรือนั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกันเลย พวกเขาต่างซุกซ่อนความปรารถนาในตัวฝ่ายตรงข้ามไว้เงียบ ๆ
จนกระทั่งถึงวันที่เกิดความผิดพลาด ซึ่งมากมายเกินกว่าทั้งสองจะควบคุมได้ขึ้นมา…
ในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่กำลังยุ่งอยู่กับการทำงาน ชนายุสก็ได้รับสายโทรศัพท์จากคุณปู่ที่เขาได้เจอท่านครั้งล่าสุดเมื่อ 2 ปีที่แล้วในวันแต่งงาน
“สวัสดีครับปู่ คิดถึงเหรอครับถึงโทร.มา”
ชายหนุ่มยกโทรศัพท์แนบหูและเอ่ยคุยกับท่านด้วยรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยน ซึ่งถือว่าเป็นภาพที่หาดูได้ยาก จนทำให้ นักรบ เลขาฯ คนสนิทที่คอยดูแลเรื่องตารางงานต้องตกใจ
‘ถ้าไม่คิดถึงแล้วปู่จะโทร.หาแกไม่ได้หรือไง ยังไม่ลืมใช่ไหมว่าวันมะรืนนี้แกต้องมาร่วมงานวันเกิดของปู่’
ชายชราปลายสายเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง เพราะครั้งสุดท้ายที่ได้เจอหลานรักก็คือเมื่อ 2 ปีก่อน ดังนั้นคุณปู่ วรภพ บิดาของภาษิณจึงได้โทร.มาเตือนหลานไม่ให้ลืมนัด
“ไม่ลืมครับ ใครจะลืมปู่ที่รักของตัวเองลง ขุนเคลียร์งานเรียบร้อยหมดแล้วครับ อดีตท่านประธานไม่ต้องเป็นห่วงนะ”
เลขาฯ หนุ่มที่ได้ยินบทสนทนาของสองปู่หลานอยู่แทบจะหุบยิ้มไม่ได้ เพราะชนายุสในเวลาปกตินั้นขึ้นชื่อว่าเป็นท่านประธานแสนเนี้ยบ ทุกคนจึงไม่เคยเห็นเวลาที่เขาพูดคุยกับคุณปู่วรภพซึ่งเป็นอดีตท่านประธานใหญ่ และเป็นคนมอบตำแหน่งการครอบครองธุรกิจทุกอย่างที่อยู่ภายใต้การปกครองของตนให้กับชนายุส เมื่อ 5 ปีที่แล้ว
“นอกจากจะได้เจอหน้าหลานชายที่รักแล้ว ในงานวันเกิดที่จะจัดขึ้น ปู่ขออะไรเพิ่มเติมอีกอย่างนึงได้ไหม ปู่อยากให้หลานพา หลานสะใภ้มาด้วย ชื่อหนูอันดาใช่ไหม ปู่จำได้ อย่าลืมนะขุน พาหลานสะใภ้มาร่วมงานด้วย”
และนั่นก็เป็นคำขอของชายชราที่ทำให้หลานชายต้องหยุดนิ่งเพื่อครุ่นคิดก่อนที่จะตอบตกลงหรือปฏิเสธ
“ครับปู่ ผมจะลองชวนเธอดูนะ…”
