บทที่ 11 EP. 11

“แม่ไม่ชอบไปเที่ยวไหน นอกจากที่ที่แม่ชอบหรอกค่ะ”

หญิงสาวหมายถึงบ่อนการพนัน แต่ชนวีร์ก็ไม่รู้อีกนั่นแหละ แต่คราวนี้เธอเงียบสนิทมองแต่ต้นหญ้าที่พื้นดิน ชนวีร์เห็นท่าไม่ดี หรือเธอจะทะเลาะกับแม่แล้วหนีมาเที่ยวกันนะ แล้วทำไมเขาต้องอยากรู้เรื่องของเธอล่ะ ชายหนุ่มได้แต่เฝ้าถามตัวเอง สายตาก็จับจ้องไปที่ร่างบาง

“แล้วนี่เธอจะกลับกรุงเทพฯ วันไหนล่ะ”

“คงอีกสัก 4-5 วันน่ะค่ะ”

“อยู่คนเดียวอยู่ได้เหรอ ไม่เหงาแน่นะ”

“ก็คงเหงาค่ะ แต่หัดไว้จะได้ชิน”

เธอคงมีเรื่องทุกข์ในใจ ซึ่งเขาก็ไม่อาจละลาบละล้วงเอ่ยปากถามออกไปได้ ทั้งคู่อยู่ในความเงียบจนน้องสาวตัวดีเดินออกมาตาม ชนวีร์กับชนินารถเดินไปส่งชลฉัตรที่ห้อง รออยู่จนเธอปิดประตูลงกลอนดีแล้วจึงเดินกลับห้องนอน แม้น้องสาวจะเอ่ยแซว แต่เขาก็ไม่ยอมหลงกลไปกับเธอ ชายหนุ่มรีบอาบน้ำแล้วแกล้งหลับหนีคำถามทันที

อีกหนึ่งวันเต็มๆ ที่ชนวีร์ ชนินารถ และชลฉัตรออกไปเที่ยวด้วยกัน ชนินารถดูจะมีความสุขกว่าทุกคน ชลฉัตรก็ได้แต่ยิ้มและลอบมองชนวีร์อยู่ตลอดเวลา หญิงสาวอยากเก็บรอยยิ้มของเขาไว้ ยามที่ทั้งสองพี่น้องได้รู้ความจริง รอยยิ้มและมิตรภาพดีๆ คงไม่ปรากฏให้เธอได้เห็นอีก

“เสียดายจังพรุ่งนี้แฟกับพี่ฟิลด์ต้องกลับกรุงเทพฯ แล้ว พี่ม่อนไม่กลับพร้อมพวกเราจริงๆ เหรอคะ”

“พี่ขออยู่อีกสักสองสามคืนคืนค่ะน้องแฟ”

“ไว้เจอกันที่กรุงเทพฯ นะคะ แฟขอเฟซบุ๊กพี่ม่อนได้หรือเปล่าคะ”

ชลฉัตรยิ้มให้สาวรุ่นน้อง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่หญิงสาวยื่นให้มากดเสิร์จหาชื่อตัวเองแล้วแอดเป็นเพื่อน ชนินารถยิ้มร่าเมื่อได้สำรวจเฟซบุ๊กของคนที่เธอรู้สึกดีด้วย อย่างน้อยๆ จะได้รู้นิสัยของอีกคนว่าเป็นเช่นไร ชนวีร์ลอบมองสองสาวแล้วยิ้ม นานๆ จะเห็นน้องสาวของเขาสนใจและไว้ใจผู้หญิงอื่นสักที ปกติหวงทั้งพี่และพ่อยังกับอะไรดี

“น้องแฟกับคุณฟิลด์ไปนอนพักผ่อนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องเดินทางอีก ม่อนไม่กวนแล้วนะคะ”

ชลฉัตรส่งยิ้มอ่อนหวานให้ทั้งสอง ก่อนขอตัวกลับห้องตัวเองอย่างมีมารยาท คนเป็นน้องเห็นพี่ชายมองตาม ก็ใช้ข้อศอกกระทุ้งเข้าที่สีข้างจนคนมองเพลินๆ ถึงกับสะดุ้ง

“เป็นยังไงคะ เปลี่ยนสเปกแล้วเหรอคะ”

“แก่แดดใหญ่แล้วนะเราน่ะ ไปอาบน้ำได้แล้วไป เดี๋ยวดึกกว่านี้จะหนาว”

ชนวีร์เดินออกมายืนรับอากาศหนาวเย็นที่หน้าระเบียง ชีวิตในเมืองหลวงหากต้องการหนาวขนาดนี้ก็แค่กดรีโมทเร่งแอร์ แต่มันไม่บริสุทธิ์เหมือนอากาศจากธรรมชาติ เมืองไทยมีสถานที่สวยงามมากมาย แต่เขาต่างหากที่ไม่มีเวลาได้ชื่นชม ชายหนุ่มคิดอะไรเพลินๆ พลันสายตาก็หันไปมองห้องที่ติดกัน ไฟในห้องยังสว่างจ้าแสดงว่าเธอคงยังไม่เข้านอน

เสียงกลอนประตูถูกเปิดออกจากด้านใน ชลฉัตรเดินออกมาด้วยชุดนอนสีขาวแขนยาวขายาว และมีเสื้อกันหนาวคลุมทับอีกชั้น หญิงสาวเอามือล้วงลงไปในกระเป๋า เธอสูดอากาศเข้าเต็มปอด ชนวีร์ยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม การมองผู้หญิงสวยๆ ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา มันช่างเป็นภาพที่สวยงามน่ามอง

ชลฉัตรรู้สึกเหมือนมีใครบางคนมองมาที่เธอ หญิงสาวหันมองกลับไปก็ต้องใจสั่นไหว เพราะเทพบุตรในฝันของเธอยืนส่งยิ้มให้ เธอรีบยิ้มตอบทันที

“ยังไม่นอนอีกเหรอ”

“เพิ่งอาบน้ำเสร็จค่ะ”

“แล้วนี่อยู่คนเดียวไม่กลัวจิ้งจกแล้วเหรอ”

“อย่าพูดไปสิคะคุณฟิลด์ เดี๋ยวมันได้ยินค่ะ” เขาอดขำกับคำพูดที่เธอพูดถึงเจ้าสัตว์เลื้อยคลานตัวจ้อยไม่ได้

“น้องแฟล่ะคะ”

“อาบน้ำอยู่น่ะ”

“ดูเหมือนน้องสาวของฉันจะชอบเธอมากเลยนะ ถึงกับขออยู่ต่ออีก 2 คืน แต่ฉันต้องไปทำงาน หยุดหลายวันก็ไม่ได้ด้วยสิ เดี๋ยวถูกหักเงินเดือน”

ชลฉัตรได้แต่ยิ้มเพราะเธอรู้จักเขา รู้ทุกอย่างที่เป็นครอบครัวเขาจากปากของมารดา ความร่ำรวยที่คนเป็นแม่พูดกรอกใส่หูให้ฟังทุกวันหญิงสาวยังจำได้ขึ้นใจ เธอได้แต่ส่งยิ้มบางๆ ต่างคนต่างยืนมองดูดาว ต่างความคิดแต่ก็ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไร ถึงเวลาก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง ชลฉัตรยอมรับว่าเธอเหงาจับใจที่ไม่มีเขาและชนินารถ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เธออยากให้เขาได้เก็บความทรงจำดีๆ เหล่านี้ไว้ อย่างน้อยๆ แค่ไม่กี่วันก็ยังดี

ชลฉัตรเดินถือกระเป๋าเข้ามาในบ้าน เมื่อถึงกำหนดวันที่เธอให้สัญญากับมารดาไว้อย่างไม่ขาดไม่เกิน แค่เพียงก้าวเท้าเข้าไปด้านใน หญิงสาวก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกเดิมๆ เธอเดินขึ้นชั้นบนเพื่อเก็บสัมภาระและจัดการธุระส่วนตัว เมื่อเดินกลับลงมาชั้นล่าง ก็เจอกับมารดาพอดี ในมือหญิงสูงวัยถืออาหารเช้ามามากมาย ชลฉัตรจึงรีบปรี่เข้าไปช่วยถือ

“แกไปไหนมา” คนถูกถามกระอักกระอ่วนจนมารดารำคาญ

“แต่ช่างเถอะ เดี๋ยวกินเสร็จก็ไปจัดเก็บเสื้อผ้าซะ เอาชุดใหม่ๆ ไปก็พอ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป