บทที่ 13 EP. 13
“อาแค่จะบอกว่าเวลาอาหารค่ำที่นี่ทุ่มตรงนะ หนูม่อนมาให้ตรงเวลาล่ะ”
หญิงสาวพยักหน้าแล้วรอให้แน่ใจก่อน ว่าเขาจะไม่ผลีผลามเปิดประตูเข้ามาอีก เธอรีบล็อกประตูลงกลอน แล้วกลับมานั่งหอบหายใจ ยกมือขึ้นวางทาบที่หน้าอกใจเต้นสั่นรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก เธอจะหนีเขารอดไปได้สักกี่วัน ชลฉัตรปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาสุดจะกลั้นไว้ได้อีก ไม่รู้ว่าร้องไห้ไปนานแค่ไหน จนประตูห้องนอนถูกเคาะอีกครั้งเมื่อถึงเวลาเที่ยงตรง เธอเดินงัวเงียไปเปิดประตูด้วยลืมไปว่าไม่ได้อยู่บ้านตัวเอง ชลฉัตรแทบผงะเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่เบื้องหน้าเธอ
“คุณอานิรุจ”
“หนูหลับอยู่เหรอ อาขอโทษที่มารบกวน”
“ค่ะ ค่ะ คุณอามีอะไรหรือเปล่าคะ”
ชลฉัตรยกมือขึ้นกระชับคอเสื้อไว้แน่น เมื่อเห็นสายตากะลิ้มกะเหลี่ยมองมาอย่างเปิดเผย แต่เมื่อสายตาคู่นั้นปะทะกับดวงตาของกวางน้อยที่ระแวดระวังอย่างไม่ปิดบังเช่นกัน เขาก็เปลี่ยนสายตาเป็นรำคาญแทน
“อาบอกแค่เวลาอาหารค่ำ แต่ลืมบอกไปว่าอาหารเที่ยงของที่นี่คือเที่ยงครึ่ง และนี่...”
ชายสูงวัยก้มมองดูนาฬิกาเรือนสวยที่ข้อมือ ก่อนจะเงยหน้ามองแม่สาวจิ้มลิ้มที่เขาอยากลิ้มรสเสียเหลือเกิน นี่ถ้าไม่กลัวหญิงสาวแตกตื่น รับรองว่าคงจัดการเธอตั้งแต่นางจิตรลดาพามาประเคนให้ถึงปากแล้ว แต่กับสาวน้อยคนนี้เขาอยากทะนุถนอมเธอ ยิ่งรู้มาว่าเธอไม่เคยเรื่องอย่างว่า ยิ่งอยากให้เด็กรุ่นลูกประทับใจในบทรักที่ไม่เป็นรองใคร
“หนูไม่หิวค่ะ หนูง่วง หนูขอนอนได้ไหม”
อยากจะตอบรับไปเหลือเกินว่าขอนอนด้วยได้ไหม แต่ไม่ได้เดี๋ยวจะแตกตื่น เขาต้องค่อยๆ ให้ความคุ้นชินกับเธอทีละนิดทีละหน่อย ตามคำแนะนำของนางจิตรลดา
“ได้สิ งั้นอาไม่กวนแล้วนะ”
ชลฉัตรพ่นลมหายใจออกมาจนแทบหมดปอด ฝ่ายคุณนิรุจก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจ ก็เห็นนางจิตรลดาบอกว่าลูกสาวนางรู้หน้าที่ของตัวเองแล้ว แต่ไม่เป็นไร... ของอร่อยรออีกนิดจะเป็นไรไป
หญิงสาวคนในห้องเดินวนเวียนไปมา กำลังคิดหาทางออกให้ตัวเองว่าจะรอดพ้นเงื้อมมือชายคราวพ่อไปถึงเมื่อไหร่ ดูจากสายตาคู่นั้นแล้วทั้งหื่นและต้องการ มือบางยกขึ้นกุมขมับ เดินออกไปยืนอยู่ที่หน้าต่างมองลงไปที่สนามหญ้า เก้าอี้ตัวเดิมที่เธอเคยนั่งในวันนั้น มันอยู่ถัดไปจากห้องเธอเล็กน้อย แล้วชลฉัตรก็นึกขึ้นได้ว่าวันนั้นเธอได้สบสายตากับเขาจากมุมห้องที่อยู่ถัดไปตามคำบอกของแม่บ้าน
หญิงสาวเปิดประตูแง้มออกมาดูว่ามีใครอยู่หรือเปล่า เมื่อไม่เจอใครก็รีบเดินไปทางปีกขวา หญิงสาวเจอห้องที่เอื้อยบอกเล่า แต่แสงสะท้อนใสๆ ที่จากผิวน้ำที่กระทบม่านตา มันทำให้เธอหลงใหลจนต้องเดินตามไป สระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่บนชั้นบนสุดของคฤหาสน์หลังงาม ที่ขอบสระรายรอบไปด้วยต้นไม้เล็กๆ จัดเป็นสวนน่ารัก เท้าบางค่อยๆ เดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงตรงขอบสระ มือน้อยๆ วักน้ำเล่น เธอรู้สึกสดชื่นขึ้น สายตาหันไปทางห้องที่ติดกับสระ ระเบียงเปิดทิ้งไว้ผ้าม่านสีขาวโบกสะบัดไปมา เห็นแม่บ้านก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้อง คงกำลังทำความสะอาดอยู่กระมัง
ชลฉัตรนั่งเล่นอยู่ตรงนั้นจนถึงเวลาเย็น โดยไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเหมือนตอนที่ฝังตัวเองอยู่ในห้อง อย่างน้อยๆ ตรงนี้ก็เป็นที่โล่งคงปลอดภัยกว่าในห้อง แต่ยิ่งเวลาเดินไปข้างหน้าเร็วเพียงใดคนกังวลก็ยิ่งกลัวและประหม่า
1 ทุ่มตรงชลฉัตรก็มาที่ห้องอาหารด้วยชุดลำลองสบายๆ เธอมองอาหารบนโต๊ะแล้วไม่รู้สึกอยากทานเลยสักนิด ไม่ใช่อาหารไม่ถูกปาก แต่เป็นเพราะสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาอยู่นั่นเอง เสียงรถยนต์ขับเคลื่อนเข้ามาภายในเขตรั้ว จนกระทั่งดับไปเมื่อรถจอดสนิท ฝีเท้าที่เบาหวิวเดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นและมากขึ้น ขณะที่หญิงสาวนั่งหันหลังให้เขาอยู่ด้วยใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ
“อ้าวฟิลด์มาแล้วเหรอ นั่งสิ... ทานข้าวกัน”
แน่ชัดว่าเธอไม่ได้คาดการณ์ผิด ชลฉัตรอยากหายตัวไปจากตรงนี้ หมดแล้วสายตาคู่นั้นที่เคยมองดูเธอ จนเธอเองก็สับสนว่าเขาสื่อถึงอะไร หมดแล้วรอยยิ้มที่เขาเคยยิ้มให้ หมดแล้วคำพูดดีๆ ที่ได้ยินจากปากสีเข้มนั้น
“อาหารน่าทานทั้งนั้นเลยครับ”
ชนวีร์เดินอ้อมเก้าอี้บิดาไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาวนางหนึ่ง ที่คิดว่าคงเป็นผู้หญิงของบิดาที่ท่านอุตส่าห์มาขออนุญาตกับเขาเอง ชายหนุ่มต้องการสร้างความเป็นกันเองกับเธอเพื่อที่บิดาจะได้สบายใจ แต่แค่ได้เห็นใบหน้าของคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็ทำเอาเขาถึงกับพูดไม่ออก
“ฟิลด์รู้จักซะสิ นี่หนูม่อน หนูม่อนนี่ฟิลด์... ลูกชายของฉันเอง”
ชลฉัตรพนมมือไหว้เขา แต่เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตา ชนวีร์ก็รับไหว้ราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เขาละสายตาจากเธอไปมองดูอาหารตรงหน้า ผู้หญิงทำให้เขาแปลกใจและเซอร์ไพรส์เป็นประจำ บางคนควงกับเขาแค่ 2 ครั้ง เจอกันอีกทีก็มาเป็นคู่ควงของบิดาเสียแล้ว เขาส่ายหน้าแล้วยิ้มนิดๆ เมื่อนึกถึงนางแบบคนล่าสุดก่อนจะมาเป็นนิสาชล คนนั้นเขาก็ยังจำชื่อไม่ได้เลย เคยควงกันไปแล้วก็จบลงที่เตียง เช้าวันต่อมาก็มาอยู่กับบิดาเขาเรียบร้อยแล้ว ทำเอาเขาอึ้งไปไม่น้อย
