บทที่ 14 EP. 14
“พ่อคิดว่าแกจะชวนหนูนิสามาด้วย”
“นิสาติดงานถ่ายแบบครับคุณพ่อ” ชลฉัตรฟังนิ่ง รู้สึกปวดใจนิดๆ เมื่อคิดว่าเขามีคนรักอยู่แล้ว
“หนูม่อนทานสิ นี่ขอโปรดของหนูไม่ใช่เหรอ แม่หนูบอกกับแม่ครัวของอาเองเลยนะ”
หญิงสาวได้แต่ยิ้มนิดๆ แล้วตักข้าวใส่ปาก แทบจะไม่รู้รสชาติเลยว่ามันอร่อยหรือไม่ เธอทานต่ออีกไม่กี่คำก็รวบช้อน แล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนจะขอตัวเพราะทนมองหน้าอีกคนไม่ไหว ความรู้สึกมันสบสนอย่างบอกไม่ถูก
“คุณอาคะหนูรู้สึกไม่ค่อยสบาย หนูขอตัวก่อนนะคะ”
ชลฉัตรลุกจากโต๊ะอาหารทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต ชนวีร์มองตามแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะรู้ว่าบิดามองเขาอยู่
“พ่อว่าจะเข้าหอกับเธอคืนนี้สักหน่อยดันไข้กลับซะงั้น” คำถามของบิดา ทำเอาชนวีร์ข้าวแทบพุ่งออกจากปาก
“ใจเย็นๆ สิครับคุณพ่อ เธอไม่ได้หนีไปไหนสักหน่อย”
“คนนี้พ่อถูกใจว่ะฟิลด์ ดูน่ารักน่าทะนุถนอม”
เขาฟังคำพูดของบิดาแล้วพาลนึกไปถึงเจ้าจิ้งจกตัวน้อย ที่ทำให้หญิงสาวถึงกับขลาดกลัวจนลืมนึกถึงความปลอดภัยของตัวเอง ชนวีร์คิดได้แค่นั้นก็ก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อ
“คุณพ่อจะหยุดอยู่ที่เธอเหรอครับ”
“ก็ไม่แน่ พ่ออาจจะเจอคนที่ใช่แล้วก็ได้” ชนวีร์ได้แต่หัวเราะแล้วส่ายหน้า
“จริงๆ นะ ดูอรชรอ้อนแอ้น พ่อว่าสเปกเลยละ”
“แล้วนางแบบคนนั้นล่ะครับเป็นยังไงบ้าง”
“พ่อได้กินคุ้มแล้ว ส่วนเขาก็ได้จากพ่อไปคุ้มเหมือนกัน”
ชนวีร์ยิ้มให้บิดาก่อนจะรวบช้อนแล้วขอตัวขึ้นไปห้องนอน เขาทำงานมาทั้งวัน ไหนจะออกไปข้างนอกกับลูกค้ามาอีก รู้สึกเหนียวตัวอยากจะไปสัมผัสน้ำเย็นให้ร่างกายตื่นสักหน่อย เผื่อคืนนี้ได้ไปท่องราตรีจนถึงเช้า ชายหนุ่มเดินออกจากห้องน้ำมาคว้าผ้าเช็ดผมกำลังซับหยาดน้ำที่เกาะพราวทั้งตัวและศีรษะ แต่สายตาพลันเห็นนางเงือกน้อยหย่อนเท้าลงไปเล่นในสระส่วนตัวของเขา
ชนวีร์ยืนมองภาพนั้นอยู่นานเธอก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมและเหมือนจะเหม่อลอย เขาส่ายหน้าแล้วเดินออกมาจากห้องนอนในที่สุด ก่อนจะเดินตรงไปยังคนที่นั่งนิ่งไม่รู้ตัว
“นี่สระของฉันนะ”
ชลฉัตรตกใจที่ได้ยินเสียงและเจอหน้าเขาในระยะใกล้ๆ เธอแทบถลาลงไปในน้ำดีที่เขาคว้าไว้ได้ทัน กลายเป็นหญิงสาวแทบจะมาอยู่บนตัวเขาทั้งตัว เมื่อได้สติเธอรีบลุกจากตัวของชายหนุ่ม ไม่กล้าแม้จะสบสายตากับคนที่ทำให้ตกใจ
“ขอโทษค่ะคุณฟิลด์”
ชลฉัตรลุกขึ้นยืน ชนวีร์ก็ลุกขึ้นตาม เขาจ้องมองดวงตากลมโตคู่นั้น นึกไม่ออกเลยว่าถ้าน้องสาวรู้เรื่องจะยังรักและชื่นชมในตัวผู้หญิงคนนี้อยู่อีกหรือเปล่า ตั้งแต่กลับมาถึงกรุงเทพฯ ก็ได้ยินชนินารถบ่นคิดถึงชลฉัตรไม่ขาดปาก เขามองคนตัวเล็กที่จับมือตัวเองไว้แน่นเม้มริมฝีปากเข้าหากัน
“เธอรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าเราจะมาเจอกันที่นี่”
การเจอกันอีกครั้งสำหรับวันนี้ ทำให้เขานึกถึงใบหน้าของหญิงสาวที่นั่งอยู่ในสนามหญ้าหน้าบ้านในวันนั้นได้ทันที เขาไม่น่าเป็นคนขี้ลืมเลย ไม่อย่างนั้นคงไม่ให้น้องสาวไปสนิทด้วย เพราะรู้จักนิสัยของชนินารถดี
“ม่อนขอโทษค่ะ” คำพูดอกมาจากปากบางช่างเบาหวิวแทบไม่ได้ยิน คนพูดยังคงก้มหน้าดังเดิม
“ไปทำหน้าที่ของเธอเถอะ ป่านนี้คุณพ่อคงตามหาแล้วละ”
ชลฉัตรรู้สึกถึงความร้อนที่ก่อกำเนิดขึ้นทั่วใบหน้าและร่างกาย สายตากลมโตดูอ่อนแสงลงเมื่อได้สบสายตากับเขา เธออยากอธิบายเรื่องราวให้มากกว่านี้ อยากบอกความจำเป็นที่ต้องลดศักดิ์ศรีตัวเอง แต่เขาไม่อยู่ยืนฟัง ชนวีร์เดินกลับไปยังห้องนอนแล้ว ทิ้งให้เธอยืนมองแผ่นหลังแข็งแรงที่เดินห่างออกไปทุกทีเพียงลำพัง หญิงสาวยืนโอบกอดตัวเองราวกับอยู่ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ มันไม่แตกต่างกันหรอก... เพราะตอนนี้ใจเธอหนาวและต้องการไออุ่นเหลือเกิน จะมีใครเข้าใจบ้างไหม เสียงเอ่ยถามอยู่ในใจนั้นไม่ได้ทำให้คนที่เปิดผ้าม่านออกมองได้ยิน ชนวีร์ได้แต่มองดูเธอเหมือนมองดูผู้หญิงคนอื่น ก่อนจะปิดผ้าม่านลงแล้วไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มไม่ได้สนใจหญิงสาวอีก
คืนแรกผ่านพ้นไปด้วยดี ชลฉัตรนอนไม่หลับ เธอกังวล วิตก และกลัว... กลัวว่าคุณนิรุจจะบุกเข้ามาในห้อง แต่เขาก็ไม่ทำเช่นนั้น เช้านี้ชลฉัตรตกอยู่ในสภาพอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าเนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอ หญิงสาวเดินลงบันไดลงมายังห้องอาหาร สายตาของแม่บ้านที่มองมาแล้วหันกลับไปกระซิบกระซาบทำให้ใบหน้างามถึงกับร้อนผ่าวขึ้น เพราะรู้ว่าพวกเขากำลังเข้าใจผิด รวมถึงสายตาอีกคู่หนึ่งที่มองมาเช่นกัน
ชนวีร์พับเก็บหนังสือพิมพ์เอาไว้บนโต๊ะ เมื่อชลฉัตรเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มหรี่ตามองเล็กน้อยก่อนจะยิ้มมุมปาก หญิงสาวเม้มริมฝีปากเข้าหากัน นิ้วเรียวจิกลงบนขาตัวเองให้เจ็บจะได้ชินชากับสายตาคู่นี้สักที เธอแอบมองดูเขาขณะเขายกแก้วกาแฟใบสวยขึ้นจรดริมฝีปากสีเข้มได้รูป ทำเอาเธอถึงกับใจสั่น ต้องห้ามปรามความรู้สึกเหล่านั้นด้วยการก่นด่าตัวเองว่าคิดอะไรอยู่ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ชายตามองเธอเลยสักนิด
