บทที่ 7 EP. 07

“คุณนิรุจคะ คือฉันต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ ยายม่อนเกิดป่วยขึ้นมากะทันหัน”

“ป่วยหรือไม่อยากเจอหน้าฉันกันแน่”

“โธ่... คุณก็คิดมากไป ยายม่อนแกเป็นคนตกลงเองเลยนะคะ แล้วก็ให้ฉันโทร. มาหาคุณ”

นางจิตรลดาพยายามโน้มน้าวให้อีกคนเชื่อ แม้ว่าภายในใจจะร้อนรุ่มกลัวลูกสาวจะไม่กลับมา แต่การเอาตัวรอดไปวันๆ มันก็พอจะทำให้นางมีลมหายใจต่อไปได้ คุณนิรุจอาจจะไม่ใช่คนใจร้ายใจดำขนาดจะฆ่าแกงกัน แต่ถึงกระนั้นนางก็ต้องเอาลูกสาวมาใส่พานถวายเขาให้ได้

“ฉันมาที่นี่ก็ตั้งใจมาบอกคุณด้วยตัวเอง ถ้าอาการของยายม่อนไม่ดีขึ้นก็คงต้องพาไปหาหมอ เฮ้อ... ค่ายาค่าหมอเดี๋ยวนี้ก็แพงเหลือเกิน บางทีก็คงต้องไปซื้อยาแถวบ้านนั้นแหละกินไปก่อน”

คุณนิรุจเหลือบตามองก่อนจะถอนหายใจ คุยกับเพื่อนคนนี้ทีไรไม่พ้นเรื่องเงินเรื่องทองตลอด เขารู้ไม่ใช่ไม่รู้ แต่ตอนนี้เขากำลังสนใจลูกสาวของนาง นางจะพูดจะต้องการอะไรเขาก็ต้องหามาให้อยู่ดี

“เดี๋ยวฉันไปส่ง จะได้ไปรับหนูม่อนไปหาหมอเสียเลย”

“ไม่ได้ค่ะ!”

น้ำเสียงตะคอกทำเอาคุณนิรุจหันมอง และดูเหมือนนางจิตรลดาจะรู้สึกตัวรีบยิ้มกลบเกลื่อน

“คือผู้หญิงน่ะค่ะ คงไม่อยากให้ใครไปเจอในสภาพหน้าตาทรุดโทรมหรอกใช่ไหมคะ เดี๋ยวเรื่องไปหาหมอฉันจัดการเองค่ะคุณนิรุจ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ เอ่อ... เอ่อ...”

คุณนิรุจส่ายหน้า แต่ก็ล้วงกระเป๋าสตางค์ออกมา แล้วหยิบธนบัตรใบสีเทาจำนวนหนึ่งส่งให้นางจิตรลดา มือเหี่ยวย่นยื่นออกมารับอย่างสั่นเทา

“พาหนูม่อนไปหาหมอนะแม่จิตร อย่าให้ฉันรู้ว่าเธอเอาเงินไปถลุงในบ่อน ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันจะไม่ให้เธอสักสลึงเดียว ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นเธอก็รู้”

“ฉันพาลูกไปหาหมออยู่แล้วคุณนิรุจ ขอบคุณมากนะคะสำหรับค่าหมอ ฉันจะบอกให้แกสมนาคุณอย่างงามเลยค่ะ ขอตัวกลับก่อนจะรีบพายายม่อนไปหาหมอก่อน กลัวแกจะอาการทรุดหนัก กลับก่อนนะคะ”

นางจิตรลดายังหันมาส่งยิ้มอย่างมีเลศนัย ทำให้เขาหัวใจพองโตเมื่อนึกไปถึงของตอบแทนในไม่ช้า

แล้วร่างอวบอัดก็คว้ากระเป๋าไปถือไว้ ก่อนจะส่งยิ้มให้เขาแล้วเดินกรีดกรายลงจากบ้านไป คุณนิรุจหัวเสียอย่างหนักที่ไม่ได้เจอเด็กสาวที่เขาหมายปอง

แต่ไม่เป็นไร... ของแบบนี้เขารอได้ และมันก็คงไม่นานเกินรอ ก็แค่รอให้อีกคนหายป่วยก็เท่านั้นเอง

ชนินารถขอตัวไปอาบน้ำ ขณะที่ชนวีร์นอนเอกเขนกอยู่บนเตียง พลันชายหนุ่มก็นึกถึงใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และรอยยิ้มมีเสน่ห์ของเด็กสาวข้างห้อง แต่แล้วภาพสาวอกดูมๆ ยักคิ้วหลิ่วตาให้เขาเมื่อตอนกลางวันก็เข้ามาในห้วงความคิด ชายหนุ่มยิ้มแล้วสะบัดศีรษะ คงเป็นอย่างที่น้องสาวของเขาว่าจริงๆ กระมัง เด็กสาวใสซื่อบริสุทธิ์นั้นไม่เหมาะกับเขาเลยสักนิด เขากำลังนอนคิดอะไรเพลินๆ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องจากห้องข้างๆ

“กรี๊ด!!!!”

ชนวีร์รีบลุกจากเตียง แล้ววิ่งไปหน้าระเบียงห้องต้นเสียงทันที ภาพที่เห็นคือชลฉัตรยืนตัวสั่นงันงกยกมือขึ้นปิดตา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกลำบากใจ เท่ากับร่างกายอรชรนั้นมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันกาย และมันก็หมิ่นเหม่จนเขาต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“เกิดอะไรขึ้น!” เขาตะคอกเสียงดังเพื่อกลบเสียงหวาดผวา มันจะสั่นแหบพร่าจนอีกคนรู้สึกตัว

“จิ้งจกค่ะ จิ้งจกอยู่ในห้องน้ำ”

คนตอบรีบกระถดกายเข้าหาแล้วจับแขนเขาไว้มั่น ยิ่งทำให้พ่อนักล่าอย่างชนวีร์อยากจะจับเธอมาลงโทษเสียให้เข็ด โทษฐานที่ยั่วยวนให้เขาปั่นป่วน ก็จะไม่ให้คิดได้อย่างไร... ในเมื่อเนื้อกายสาวส่วนที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงจังหวะหายใจ มันเบียดเสียดเยียดยัดอยู่ที่ต้นแขนของเขา

ด้วยยังมีความเป็นสุภาพบุรุษหลงเหลืออยู่บ้าง ทำให้ชายหนุ่มต้องกลั้นใจแกะมือของเธอออกจากการเกาะกุม แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ทิ้งให้ชลฉัตรยืนตัวสั่นอยู่หน้าห้องด้วยใจที่เต้นระทึกดังเดิม

“มันไปแล้วละ ไม่มีแล้ว”

“คุณรู้ได้ยังไงว่ามันไปแล้ว มันอาจจะแอบอยู่ก็ได้คุณ... คุณการ์ฟิลด์”

ประโยคหลังคนพูดรีบก้มหน้างุด เธอลืมตัวไม่ได้ตั้งใจจะตอกย้ำชื่อเล่นของเขา แต่คงเป็นเพราะตกใจกลัวด้วยกระมัง เมื่อรู้ตัวว่ามันแก้ไขไม่ได้แล้วก็รีบมองไปทางอื่น ชนวีร์ส่ายหน้ารู้อย่างนี้ไม่น่าเข้ามาช่วยก็ดี

“ไม่ต้องเรียกชื่อฉันเต็มยศขนาดนั้นก็ได้ เพราะมันมีไว้สำหรับคนในครอบครัวเรียกกัน”

“ขอโทษค่ะ ขอบคุณนะคะ แต่คุณอย่าเพิ่งไปได้ไหม”

มือบางเอื้อมออกมาจับต้นแขนเขาไว้ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะเดินผ่านหน้าเธอ โดยที่หญิงสาวก็ยังไม่กล้าเงยหน้าสบสายตากับเขา ชนวีร์จ้องมองดูเด็กสาว เขาประเมินทางสายตาว่าเธอคงมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับชนินารถ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป