บทที่ 8 EP. 08

“รู้ว่ากลัวสัตว์พวกนี้แล้วจะมาเที่ยวคนเดียวทำไม หรือเป็นเด็กมีปัญหาเรียกร้องความสนใจ กลับบ้านไปเลยดีกว่าไหม รู้ไหมหากพ่อแม่รู้ว่าทำตัวแบบนี้เขาจะเสียใจแค่ไหน แล้วนี่เรียนอยู่ปีไหนแล้วล่ะ”

ชายหนุ่มตะคอกถามเสียงขึง ทำเอาผู้หญิงที่เขามั่นใจว่าเธอยังวัยละอ่อน ยืนนิ่งน้ำตาไหลพรากสะอื้นไห้จนตัวโยน ชนวีร์ยกมือขึ้นล้วงกระเป๋าแล้วส่ายหน้า เดินไปหยิบผ้าขนหนูอีกตัวมาพาดที่ไหล่ให้เธอ เพราะถ้าเขาไม่ทำเช่นนั้นก็กลัวจะอดใจไม่ไหว หากเกิดพลาดพลั้งพรากผู้เยาว์ขึ้นมาจะยุ่งเอา

“ไปอาบน้ำซะ ฉันจะยืนรออยู่หน้าระเบียง”

มือบางที่ผละจากแขนแข็งแรงของเขามาสักพักยกขึ้นกุมผ้าขนหนูไว้แน่น น้ำตายังคงไหลอย่างต่อเนื่อง เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงอย่างที่เขาเข้าใจเลยสักนิด แต่มันจะมีประโยชน์อะไรเพราะในไม่ช้าเขาก็ต้องรู้สถานะของเธออยู่ดี

“ม่อนเรียนจบแล้วนะคะ ม่อนอายุ 23 ปีแล้วค่ะ ไม่ใช่เด็กอย่างที่คุณเข้าใจ ขอโทษนะคะที่ทำให้เข้าใจผิด”

แล้วหญิงสาวก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ทิ้งให้ชนวีร์ยืนงุนงงกับคำพูดของเธอ แล้วชายหนุ่มก็หัวเราะขำตัวเองที่ทำตัวขึงขังราวกับเป็นผู้ปกครองของเธอ เสียงสายน้ำดังออกมาจากห้องด้านใน ป่านนี้เธอคงอาบน้ำอยู่สินะ แม้ว่าคนที่ยืนเถียงทิ้งท้ายไว้ว่าเธอโตแล้ว แต่การที่มาไว้ใจผู้ชายอื่นให้อยู่ในห้องของเธอโดยไม่รู้จักมักคุ้นมาก่อนนั้น ถือว่าคิดผิดถนัดและไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง

ชนวีร์ยืนอยู่สักพักเมื่อเห็นทางหางตาว่าหญิงสาวเดินออกมาในชุดเรียบร้อย เขาก็เดินกลับไปยังห้องของตัวเอง โดยไม่บอกลาหรือยืนฟังคำขอบคุณจากเธอ ชลฉัตรเม้มริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะเปลี่ยนเป็นคลี่ยิ้ม อย่างน้อยสุภาพบุรุษก็ยังมีอยู่บนโลกใบนี้ ถ้าเขาเหมือนพ่อของเขา ป่านนี้เธอคงยับเยินไม่มีชิ้นดีไปแล้ว

“ไปไหนมาคะพี่ฟิลด์”

“แถวนี้แหละ อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ พี่ฟิลด์ไปอาบน้ำสิคะจะได้สบายตัว เดี๋ยวแฟจะพาไปชื่นชมธรรมชาติ แฟติดต่อรถของโฮมสเตย์ไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ อีก 40 นาทีเขาจะมารับนะคะ”

คนเป็นน้องเหมือนออกคำสั่งมากกว่าขอความคิดเห็น พี่ชายได้แต่ส่ายหน้าแล้วเดินผิวปากเข้าห้องน้ำอย่างว่าง่าย ชนินารถมองตามเห็นเขาปิดประตูสนิทก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เธอรู้นะว่าพี่ชายตัวดีไปไหนมา เพราะเธอเดินออกจากห้องน้ำพอดีตอนที่เขาถลาลงจากเตียง

“ร้ายใช่ย่อยนะพี่ชายเรา”

ชนินารถนั่งเปิดนิตยสารที่ทางห้องพักจัดเตรียมไว้ให้ สายตาพลันเห็นเพื่อนใหม่กำลังสะพายกระเป๋าเป้ และปิดประตูอยู่พอดี เธอรีบพับหนังสือเก็บไว้ทันที

“พี่ม่อนจะไปไหนคะ”

“เอ่อ ไปเดินเล่นแถวนี้ค่ะ”

คนถามรีบเดินลงจากห้องพักตัวเอง แล้วไปยืนเคียงคู่กับชลฉัตรอย่างสนิทสนม

“ไปเที่ยวกับแฟดีกว่าค่ะ แฟนัดรถของทางโฮมสเตย์ไว้แล้ว ไปสำรวจม่อนแถวนี้กันค่ะ เห็นแม่บ้านบอกว่ามีม่อนสวยๆ อีกเยอะเลยค่ะ ไปกันนะคะพี่ม่อน นะคะ นะคะ”

ชลฉัตรยิ้มให้กับความสดใสของคนถาม แต่เมื่อเหลือบมาเห็นสายตาคมดุมองดูอยู่ หญิงสาวจึงรีบหลบด้วยความอายที่เขาดูถูกและมองเธอในทางลบ ชนินารถมองตามสายตาคู่นั้น พบว่าพี่ชายยืนอยู่ที่หน้าระเบียงก็ทำหน้ามุ่ย ทำให้ชนวีร์ถึงกับหน้าเสีย เพราะไม่รู้ว่าน้องสาวตัวดีงอนอะไรเข้า

“นะคะพี่ม่อน ไปด้วยกันเถอะ ไปกันหลายคนสนุกดีค่ะ นะคะ นะคะ นั่นไงรถมาพอดีเลย ไปค่ะขึ้นรถกัน”

ชนินารถรีบคว้าข้อมือของมิตรใหม่เดินไปขึ้นรถ เมื่อรถตู้คันวีไอพีสีขาวจอดสนิทอยู่ที่ด้านข้าง แต่ไม่วายหันมาจิกสายตาเรียกพี่ชายอีกด้วย ชนวีร์อมยิ้มเดินตามมา เพราะก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะตามใจน้องสาวตัวแสบ แต่ก็ไม่คิดว่าจะแสบขนาดนี้ เขาไม่ลืมที่จะหยิบแว่นกันแดดติดมือมาด้วย และมันก็คืออุปกรณ์เดียวที่เขารู้สึกอยากใช้ที่สุดในเวลานี้

ตลอดเวลาที่อยู่บนรถ เสียงเจื้อยแจ้วของชนินารถและชลฉัตรดังสลับกันไปมา อย่างไม่รู้จักคอแห้งหรือเหน็ดเหนื่อย จนชนวีร์ถึงกับเผลอหลับเพราะเสียงนกกระจิบสองตัว

“พี่ฟิลด์คะ พี่ฟิลด์ พี่การ์ฟิลด์!”

ชนินารถเรียกพี่ชายขี้เซาจนเขาต้องสะดุ้งตื่น และทันเห็นหญิงสาวอีกคนหลบสายตาไปแอบหัวเราะ เขานึกเข่นเขี้ยวในใจ แล้วก็พาลคาดโทษน้องสาวไว้ด้วยอีกคน

“ถึงม่อนแจ่มแล้วค่ะ ไปค่ะไปถ่ายรูปกัน”

“ไม่ละร้อนจะตาย พี่ขอรออยู่บนรถแล้วกัน”

ชนวีร์มองสำรวจ รอบตัวก็มีแต่ป่าแต่ดอกไม้ ได้แต่พ่นลมหายใจและทำท่าว่าจะนอน แต่น้องสาวตัวดีก็ไม่ยอมแพ้ เอื้อมมือไปดึงแขนของพี่ชายให้ลุกขึ้นมานั่ง

“ไหนพี่ฟิลด์บอกว่าจะตามใจแฟ นี่อะไรกันคะยังไม่ถึงครึ่งวันก็รำคาญแฟเสียแล้ว งั้นพี่ฟิลด์ก็กลับกรุงเทพฯ ไปเลยสิ แฟอยู่ต่อคนเดียวได้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป