บทที่ 2 เตโช & บัวสวรรค์ 1
กริ๊ง...
เสียงกระดิ่งที่ประตูดังขึ้นตามหลัง หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปภายใน ความเย็นฉ่ำของแอร์ปะทะร่างจนต้องยืนนิ่งไปชั่วขณะ กวาดสายตามองก็พบกับพนักงานสาวที่กำลังลุกเดินมาหาพอดี
"สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ"
"ฉัน... บัวสวรรค์ นัดเอาไว้กับคุณธามค่ะ"
บัวสวรรค์ยิ้มหลังจากที่เห็นเธอผู้นั้นทำตาโตคล้ายดีใจ
"อ๋อ... คุณบัวสวรรค์ เชิญตามฉันมาเลยค่ะ คุณธามกำลังรอคุณอยู่พอดี"
น้ำเสียงโล่งอกที่พนักงานสาวเอ่ยทำให้บัวสวรรค์เลิกคิ้วแปลกใจเล็กน้อย แต่พอเธอผลักประตูไม้ทึบสีขาวเข้าไปยังห้องที่อยู่ลึกเข้าไปด้านหลังดูเหมือนเป็นห้องนั่งเล่นพักผ่อน เสียงร้องไห้จ้าของเด็กก็ดังระงมมาเข้าหู นั่นจึงทำให้หญิงสาวเข้าใจว่าทำไมเธอผู้นั้นถึงทำท่าดีใจและโล่งใจ ร่างปราดเปรียวรีบก้าวฉับๆ เดินตรงไปยังโซฟาที่เห็นเด็กหญิงตัวน้อยถูกหญิงวัยกลางคนอุ้มและปลอบโยนอยู่
"น้องข้าว... ป้านวล เกิดอะไรขึ้นคะ" บัวสวรรค์ร้องทักและก้าวไปหา
"โฮๆ... ฮึ่กๆ... จะหาแม่ณี... แม่จ๋า ฮือๆ พ่อจ๋า ฮึ่ก!"
เด็กน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน พอหันมาเห็นเธอก็หยุดชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะร้องดังขึ้น
"น้าบัว... ฮึ่ก... น้าบัว... ฮือๆๆ"
บัวสวรรค์รีบวางกระเป๋าสะพายไปบนโซฟา ยกมือไหว้ผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวผูกไทสีฟ้าที่กำลังเดินถือขวดนมมาจากห้องติดกัน จากนั้นก็ตรงไปอุ้มเด็กหญิงที่โผเข้ามาหาทันทีที่มือของหญิงสาวแตะสัมผัส
"โอ๋... อย่าร้องนะคะคนเก่งของน้าบัว..."
"แม่ณี พ่อโรจน์... อยู่ไหนคะ... ฮือๆ"
บัวสวรรค์มองหน้าชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาดี เดาว่าเขาคือทนายความที่ติดต่อเธอไป
"เรื่องมันเป็นยังไงคะคุณ"
หญิงสาวเอ่ยถามในขณะที่อุ้มเด็กหญิงตัวน้อยเดินไปมา ใช้มือลูบหลังเพื่อปลอบโยน ยัยหนูเอาหน้ามาซบไหล่ แขนกระจ้อยร่อยกอดคอหญิงสาวเอาไว้ไม่ปล่อย เสียงร้องไห้เงียบลงไป แต่ร่างหนูน้อยยังคงสั่นและสะอื้นฮักๆ ไม่ยอมหาย
"ก็อย่างที่ผมได้เล่าให้คุณฟังทางโทรศัพท์นั่นแหละครับ สถานการณ์ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับหมออย่างเดียว ส่วนตัวเล็กนี่แหละที่พวกเรากำลังเป็นห่วงอยู่..."
ธามกล่าว ยังไม่ทันที่บัวสวรรค์จะพูดอะไร ประตูห้องก็ถูกผลักให้เปิดออกพร้อมกับร่างสูงผึ่งผายของคนที่เธอนึกไม่ถึงว่าจะเจอเขาที่นี่ก้าวเข้ามา หญิงสาวได้แต่มองตาโตอ้าปากค้าง ส่วนคนที่เพิ่งเข้ามานั้น พอเห็นว่าใครนั่งอยู่ที่โซฟาก็ชะงักเท้ากึก สีหน้าแปลกประหลาดใจพอๆ กัน
"อ้าว มาพอดีไอ้เต..."
ธามร้องทัก เตโชแปลกใจกับภาพที่ยัยหนูขวัญข้าวอยู่ในอ้อมแขนของผู้หญิงที่เขาไม่คิดว่าจะได้เจอที่นี่
"ลุงเต...ฮึ่กๆ ลุงเต ข้าวจะหาแม่จ๋า พ่อจ๋า ฮึ่กๆ"
เด็กน้อยร้องทันทีพร้อมกับผวาไปหาร่างสูงที่เข้ามานั่งใกล้ บัวสวรรค์อึ้งรับประทานกับภาพตรงหน้า... เตโช... เขามาที่นี่ได้ยังไง และเขารู้จักกับน้องข้าวด้วยเหรอ?
"คุณบัวครับ นี่ เตโช... เป็นเพื่อนของผมกับโรจน์ครับ"
ธามเอ่ยแนะนำขึ้นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังคงจ้องมองเตโชอย่างงุนงง ธามหันไปหาเตโชเพื่อแนะนำหญิงสาวบ้าง
"เต... นี่คุณบัวสวรรค์ คุณบัวเป็นเพื่อนสนิทของน้องณี"
ธามแนะนำเสร็จก็ยังเห็นสองคนนี้จ้องหน้ากันโดยไม่มีใครพูดอะไรออกไป เขาเองรู้สึกงงและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
"อ้าว... มัวแต่จ้องหน้ากันอยู่นั่นแหละไอ้เต... ตกลงว่าจะเอายังไง นี่กูกำลังกลุ้มอยู่นะโว้ย พี่ติณณ์ก็กำลังประสานกับทางโรงพยาบาลอยู่สำหรับเรื่องการรักษาพยาบาล ก็เหลือแต่ตัวเล็กนี่แหละ... ป้านวลครับ บอกคุณบัวกับเตหน่อยครับว่าน้องณีเคยพูดไว้ว่ายังไงบ้าง"
ธามเอ่ยขึ้น ป้าวัยกลางคนที่นั่งตาบวมนิ่งเงียบอยู่บนเก้าอี้มุมห้องก็ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นเช็ดหัวตา บัวสวรรค์คุ้นเคยกับป้านวลเป็นอย่างดี เพราะเป็นพี่เลี้ยงของเด็กหญิงขวัญข้าวมาตั้งแต่เกิด เวลามาเยี่ยมหลานที่กรุงเทพฯก็เจอกันทุกครั้ง
"คุณณีเคยเปรยๆ เอาไว้ว่า ถ้าหากเป็นอะไรไป ให้ฝากน้องข้าวไว้กับคุณบัวหรือไม่ก็คุณเตค่ะ เพราะคุณทั้งสองเป็นแม่ทูนหัวและพ่อทูนหัวของน้อง และน้องก็ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ง่ายๆ นอกจากคุณสองคน"
บัวสวรรค์อึ้งไปนาน เพราะไม่เคยระแคะระคายเลยว่าเด็กหญิงจะมีพ่อทูนหัวนามว่าเตโช โชติวีรศักดิ์ มันจะบังเอิญไปหรือเปล่า ทำไมถึงเป็นไปได้ และทำไมเธอถึงไม่เคยเจอเขาสักครั้งที่บ้านของมณีลักษณ์กับสาโรจน์? ความจริงตำแหน่งแม่ทูนหัวนี้ มณีลักษณ์ยกให้เพราะเป็นเพื่อนสนิทกัน แม้ว่าบัวสวรรค์จะไม่ได้เข้ามากรุงเทพฯ บ่อยๆ แต่ก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์สม่ำเสมอไม่ขาด แล้วสาโรจน์ล่ะ... เขารู้จักเตโชได้ยังไง? การเป็นพ่อทูนหัวของยัยหนูได้ ก็จะต้องสนิทกันมากไม่ใช่หรือ?
"คืออย่างนี้ครับคุณบัว..."
ธามคงจะเห็นสีหน้างงไม่หายของบัวสวรรค์ และเตโชก็ไม่พูดอะไรออกมา แต่สายตาจ้องมองหญิงสาวราวกับรู้จักกันมาก่อน แต่น่าจะเป็นการรู้จักที่ไม่ค่อยโสภาสถาพรเท่าไหร่นัก
"เดี๋ยวนะ... ก่อนอื่น ขอถามเพื่อให้หายข้องใจหน่อยเถอะ... นี่ตกลงว่ารู้จักกันแล้วใช่ไหม"
ธามหันไปถามเตโช ซึ่งก็เห็นเพื่อนตวัดสายตามองหญิงสาวนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้
"นั่นสินะ... ลืมไปว่าคุณบัวเองก็อยู่แพร่นี่นา ผมลืมนึกถึงข้อนี้ไปเลย"
ธามพึมพำ มองสองหนุ่มสาวที่ทำสีหน้าเฉยเมยไปทางมึนตึงใส่กันแต่ไม่ยอมพูด ขณะนี้เด็กน้อยหยุดร้องเสียงดังแล้ว และนั่งบนตักของเตโช โดยมีบัวสวรรค์เอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กและจับมือเล็กเอาไว้
"ผมเดาว่าคุณบัวคงจะยังงงๆ อยู่ คืออย่างนี้นะครับ... น้องณีกับสาโรจน์น่ะ ทำงานที่บริษัทโฆษณาของแม่นายเต... ซึ่งพี่ติณณ์พี่ชายคนโตของเตโชนั่งโต๊ะบริหารในอยู่ตอนนี้ สาโรจน์ก็เป็นผู้จัดการทั่วไป รู้จักและคุ้นเคยกับพวกเตและผมตอนทำงานที่บริษัทนั่นแหละครับ"
ธามอธิบายในรายละเอียด บัวสวรรค์ก็นิ่งฟังอย่างพยายามจับต้นชนปลายให้ถูก ก็สรุปในหัวคร่าวๆ ได้ว่า เตโชสนิทกับสาโรจน์เพราะสาโรจน์ทำงานให้บริษัทของแม่เขา... ทีแรกเธอก็สงสัยว่านักเรียนนอกอย่างเตโชไปรู้จักสาโรจน์ได้ยังไง การที่ลูกคนรวยจะมาเป็นเพื่อนสนิทกับเด็กกำพร้ามันก็แทบจะไม่มีโอกาสเลย พอธามอธิบายอย่างนี้ หญิงสาวจึงเข้าใจ
"ไม่เห็นจำเป็นต้องไปอธิบายอะไรให้ยุ่งยากเลยไอ้ธาม... สรุปว่าฉันจะเป็นคนดูแลยัยหนูเอง จบกันแค่นี้ ป้านวลเก็บของน้องมาหมดแล้วใช่ไหม... เดี๋ยวผมจะพาไปที่บ้านคุณแม่เลย"
เตโชกล่าวออกมาเป็นประโยคแรกหลังจากที่นั่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ ชายหนุ่มโอบกอดร่างหนูน้อยไว้บนตักอย่างอ่อนโยน บัวสวรรค์ชักสีหน้าไม่พอใจทันทีที่เขาพูดจบ
"เอ๊ะ! ได้ยังไงกัน... ผู้ชายอย่างคุณไม่มีเวลาเลี้ยงเด็กหรอก ฉันจะเป็นคนดูแลน้องข้าวเองระหว่างที่ณีกับพี่โรจน์ยังเป็นอย่างนี้"
หญิงสาวเอ่ยค้านเสียงแข็ง ยกมือขึ้นลูบหลังยัยหนูที่ทำท่าจะร้องไห้โฮขึ้นมาอีกรอบ ขณะเดียวกันนั้นเตโชก็รีบขยับมือไปลูบหลังเด็กน้อยด้วยอีกคนอย่างต้องการปลอบ นั่นก็เลยทำให้มือใหญ่กับมือบางทาบทับกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ บัวสวรรค์สะดุ้งโหยง ถลึงตาใส่เขาและรีบดึงมือกลับราวกับว่าไปแตะถูกของโสโครกที่เธอขยะแขยงเต็มทน เตโชส่งสายตาเข้มดุมองคนที่ทำท่ารังเกียจสัมผัสของเขาอย่างออกนอกหน้า เพราะอยู่ต่อหน้าเด็กและคนอื่นหรอกนะ เขาถึงยอมเงียบ ไม่อย่างนั้นล่ะก็... ได้เห็นดีกันแน่!
"ฮือๆ แม่จ๋า พ่อจ๋า... น้องข้าวคิดถึง จะหาแม่ณี พ่อโรจน์ ฮึ่กๆ โฮๆ" เด็กหญิงร้องไห้เสียงดังอีกครั้ง
"ส่งมานี่สิ!"
บัวสวรรค์เอ่ยบอกเตโชเสียงขุ่นห้วนพร้อมกับเอื้อมมือไปจับใต้รักแร้เด็กน้อย เตรียมจะยกมานั่งตักตนเอง แต่เตโชไม่ยอมปล่อย
"อย่ายุ่ง ผมจะปลอบแกเอง คุณอย่าทำเรื่องให้มันยุ่งยากได้ไหม ดูสิ ทำหลานร้องอีกแล้ว เมื่อกี้ก็ยังนั่งเงียบดีๆ อยู่"
เขาตำหนิและกล่าวโทษเธอ บัวสวรรค์อ้าปากจะเถียง แต่ร่างสูงก็ขยับลุกขึ้นยืนเดินหนีห่างออกไปเสียก่อน เขาจับให้น้องซบไหล่พาเดินวนไปมาในห้องนั่งเล่น
