บทที่ 3 เตโช & บัวสวรรค์ 1

"น้าบัว... จะอยู่กับน้าบัว...ฮือๆ ฮึ่กๆ"

ขวัญข้าวร้องดังออกมาเมื่อไปอยู่ห่างจากน้าบัวของเจ้าตัว บัวสวรรค์รีบลุกขึ้นยืนและก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูง เด็กน้อยก็โผมาหา เธอก็รีบอ้าแขนรับ เตโชมองแล้วก็ส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงไม่สบอารมณ์ แต่ร่างสูงก็ไม่เดินจากไปไหน ยังคงยืนอยู่ใกล้ร่างเพรียวระหงที่อุ้มประคองปลอบโยนหนูน้อยอยู่

ชายหนุ่มวางมือลงบนศีรษะเด็กน้อย ในขณะที่บัวสวรรค์เองก็ไม่ทันมอง มือเธอเลยวางทับไปบนมือเขาอย่างจัง หญิงสาวรีบชักมือแทบไม่ทัน รีบวางมันไปที่แผ่นหลังเล็กๆของยัยหนู มือใหญ่ก็ดันมาวางทับลงไปอีก กลายเป็นว่าต่างคนต่างนิ่งอึ้ง ชะงักจ้องมองหน้ากันอยู่ขณะหนึ่ง ก่อนจะรีบชักมือหนีกันจ้าละหวั่น หญิงสาวมองเขาด้วยสายตาเขียวปัดและเอาเรื่อง ส่วนชายหนุ่มก็จ้องตอบอย่างไม่ลดละ เตโชแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาอย่างไม่กักเก็บอารมณ์ ธามมองแล้วก็ถอนหายใจแรงๆ เห็นท่าทางสองคนนี้แล้วรู้สึกหนักใจ... วันนี้จะได้เรื่องไหม... คนไม่ถูกกันไหงมาเป็นพ่อทูนหัวกับแม่ทูนหัวของยัยหนูไปได้วะ ธามเกาท้ายทอยอย่างกลุ้มๆ

"เอายังไงกันดีล่ะนี่... อืม... น้องข้าวครับ... ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่... ไปอบรม... น้องข้าวจะอยู่กับใครครับคนเก่ง ระหว่างน้าบัวกับลุงเต"

ธามตัดสินใจถามคนกลาง เด็กน้อยไม่รู้เรื่องอุบัติเหตุ เพราะชินกับการที่พ่อแม่ต้องออกต่างจังหวัดในบางครั้ง ยัยหนูผู้น่าสงสารมีดวงตาเอ่อไปด้วยน้ำตา เจ้าตัวนิ่งฟังแล้วมองหน้าน้าบัวกับลุงเตสลับกันไปมา ใบหน้าเล็กเบ้ปากน้ำตาไหลอาบแก้มยุ้ย บัวสวรรค์ขอผ้าเช็ดหน้าจากป้านวลมาเช็ดน้ำตาให้หลานอย่างรู้สึกสงสารเหลือจะทน เด็กน้อยวัยห้าขวบ หวังว่ามณีลักษณ์และสาโรจน์จะไม่เป็นอะไรมากนะ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้โปรดคุ้มครองและปกปักรักษาด้วยเถิด

"ฮึ่กๆ... น้องข้าวจะอยู่กับน้าบัว...ฮึ่ก!"

"ดีมากลูก... อยู่กับน้าบัวดีกว่าเนอะ เดี๋ยวน้าบัวจะพาไปเที่ยวและพาไปกินไอติมอร่อยๆ เหมือนที่เราเคยกินกันไง"

บัวสวรรค์รีบกล่าว หญิงสาวดีใจที่เจ้าตัวเล็กตัดสินใจได้แบบนี้

"ฮึ่ก... และก็อยู่กับลุงเตด้วย...ฮึ่กๆ"

ประโยคต่อมาทำเอาบัวสวรรค์ทำหน้าเหวอ ได้ยินเสียงหัวเราะหึในลำคอคล้ายหัวเราะเยาะจากคนตัวสูง

"อ้าว... ไหงยังงั้นล่ะลูก... อยู่กับน้าบัวดีกว่านะคะคนดี..."

บัวสวรรค์พยายามเกลี้ยกล่อมตะล่อมเด็กห้าขวบที่อุ้มอยู่ในอ้อมแขน

เตโชจุดยิ้ม... ยื่นหน้าไปจูบศีรษะเล็กทีหนึ่ง ซึ่งก็เฉียดใกล้ใบหน้าของคนอุ้มอย่างไม่ได้ตั้งใจ เจ้าตัวรีบเบี่ยงหนีทันควัน จมูกของชายหนุ่มได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากคนที่อุ้มหลานอยู่... กลิ่นหอมเหมือนกลิ่นดอกไม้หลังฝนตกใหม่ๆ... ให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างแปลกประหลาด

"ให้มันได้อย่างนี้สิ... อืม... น้องบัวครับ... ฟังพี่เล่านิดหนึ่งนะครับ..."

ธามถือโอกาสเรียกบัวสวรรค์ว่าน้องเหมือนที่เรียกมณีลักษณ์ เขารู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวตรงหน้า ดูท่าทางเป็นคนดีมากๆ และพึ่งพาได้ ที่สำคัญดูเป็นคนมีเหตุผล

"คือตอนนี้หลานเรียนอยู่ชั้นอนุบาลสอง น้องบัวคงจะพอทราบจากน้องณีแล้วมั้งครับ... โรงเรียนอยู่แถวบ้านเขานั่นแหละ ซึ่งพี่ไม่แน่ใจว่าจะต้องจัดการเรื่องนี้ยังไง น้องบัวจะสะดวกที่จะอยู่กรุงเทพฯ สักระยะไหมครับ... จะกระทบเรื่องงานหรือเปล่าถ้าหากจะต้องมาอยู่ที่นี่ เพราะถ้าไปอยู่ที่แพร่ก็อาจจะยุ่งยากเข้าไปอีก พี่คิดไม่ออก ช่วยกันคิดหน่อยสิครับ"

ธามเอ่ยถาม เวลานี้ชายหนุ่มเป็นตัวกลางประสานระหว่างสองคนนี้และต้องการให้เรื่องจบเรียบร้อยด้วยดี

"เอาไปที่บ้านคุณแม่ฉันดีที่สุด... เพราะที่บ้านโน้นมีคนช่วยเลี้ยงหลายคน ไหนจะคุณแม่ พี่ชายฉัน" เตโชเอ่ยขึ้น

"ไม่ได้ค่ะ ยัยณีเจาะจงให้บัวเป็นคนดูแลหลานให้... ยังไงยัยหนูต้องอยู่กับบัว มีป้านวลช่วยอีกคน บัวดูแลหลานได้"

บัวสวรรค์ไม่มีทางยอมให้มณีลักษณ์ผิดหวังในตัวเธอ ในเมื่อเพื่อนอุตส่าห์ไว้วางใจฝากฝังลูกน้อยไว้ เธอก็ยินดีจะเลี้ยงดูให้เป็นอย่างดี แม้จะต้องมาอยู่กรุงเทพฯ สักระยะก็ยอม เพราะงานของเธอที่บ้านนั้น พ่อสามารถเป็นคนดูแลให้ได้ ไม่มีปัญหาอะไร

"ป้านวล... ฝากหลานที... ธาม... ฉันจะขอคุยกับบัวสวรรค์เป็นการส่วนตัวสักครู่ได้ไหม"

เตโชเอ่ย แต่ไม่ได้รอให้เพื่อนตอบ ร่างสูงหันไปมองบัวสวรรค์ด้วยสายตาเข้มและพยักหน้าให้เดินตามเขาเข้าไปในห้องเล็กติดกัน ซึ่งเป็นห้องครัวขนาดมินิ เขาปิดประตูแล้วเดินไปยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ บัวสวรรค์ก็พิงผนังด้านหนึ่ง ต่างจ้องมองกันอย่างไม่มีใครหลบสายตาใคร

"คุณจะเลี้ยงหลานได้ยังไง ถามจริงเหอะ จะเอาเวลาที่ไหนล่ะ ผู้ชายกะล่อนเจ้าชู้อย่างคุณ วันๆ เวลาสับรางให้ผู้หญิงของตัวเองก็แทบจะไม่มีแล้ว แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปเลี้ยงเด็ก ฉันจะไปอยู่ที่บ้านของณี หลานจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนที่อยู่"

บัวสวรรค์เปิดฉากทันที พยายามไม่ใช้อารมณ์ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเหน็บประชดให้นิดหนึ่ง ผู้ชายเจ้าชู้ควงสาวไม่ซ้ำหน้าอย่างเตโชน่ะเหรอจะมีเวลาเหลือสแปร์ไว้ให้เด็กน้อย ไหนจะงานของเขาอีก และเขาจะมาอยู่กรุงเทพฯ ได้ยังไง งานเขาส่วนใหญ่อยู่ที่แพร่ ส่วนตัวเธอนั้น ธุรกิจเป็นแค่กิจการเล็กๆ ของครอบครัว ไม่ใช่ธุรกิจร้อยล้านเหมือนคนตรงหน้า

"บ้านผมอยู่โซนเดียวกับโรงเรียนและโรงพยาบาลที่สองคนนั้นนอนรักษาตัวอยู่ แม่ผมใจดี รักเด็ก พี่ชายผมก็เหมือนกัน เขาสนิทกับทั้งสาโรจน์และเมีย คุณทิ้งไว้ให้ผมจะดีกว่า กลับบ้านไปเถอะ"

เตโชกล่าวเสียงเข้ม แสดงสีหน้ารำคาญออกมาอย่างไม่แยแสจะปิดบังและรักษาน้ำใจคนตรงหน้า

"คุณความจำเสื่อมหรือไง เมื่อกี้ไม่ได้ยินเหรอว่าณีเขาฝากลูกไว้กับฉัน เพราะฉันเป็นแม่ทูนหัว"

บัวสวรรค์เริ่มเสียงแข็งใส่เขามากขึ้น

"และผมก็เป็นพ่อทูนหัว มีสิทธิ์ตัดสินใจพอๆ กันกับคุณนั่นแหละ"

ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มเปิดฉากฉะกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน ธามโผล่หน้าเข้ามามองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที ชายหนุ่มได้ยินเสียงเถียงกันแว่วๆ จึงเดาว่าคงจะตกลงกันได้ยาก ต่างคนต่างแข็งใส่กันแบบนี้ มวยคู่นี้เห็นทีหนีไม่พ้นต้องมีกรรมการช่วย ไม่งั้นเรื่องจบไม่สวยแน่ๆ ธามตัดสินใจก้าวเข้ามาในห้องครัวและปิดประตูลง

"เป็นไง ตกลงกันได้หรือยัง เออ ไอ้เต... คอนโดมึงก็อยู่แถวนั้นนี่หว่า ใกล้โรงเรียนหลานยิ่งกว่าบ้านเขาอีก เอาอย่างนี้ไหม... เลี้ยงน้องที่นั่น ให้น้องบัวอยู่กับป้านวล แถวนั้นเดินทางสะดวกมากด้วยถ้าหากจะไปโรงพยาบาล อย่างน้อยก็จะได้ชื่อว่าทั้งสองคนมีส่วนร่วมในการดูแลยัยหนูด้วยกันตามความต้องการของน้องณีไง"

ธามเสนอแนะ... เตโชนิ่งคิด บัวสวรรค์กำลังจะปฏิเสธ แต่เตโชก็ยกมือห้ามเอาไว้ก่อน

"โอเค... เอาอย่างนั้นก็ได้... อย่าเรื่องมากบัวสวรรค์... ถ้าคุณไม่รับข้อเสนอนี้ ผมจะพาน้องไปให้แม่ผมเลี้ยง"

เสียงเข้มเอ่ย... หญิงสาวรู้สึกโมโหเขามาก แต่ก็พยายามสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ไม่ให้แสดงออกนอกหน้าจนเกินไปนัก เพราะถึงอย่างไรธามก็ไม่ได้รู้เรื่องตื้นลึกหนาบางระหว่างเขากับเธอจึงไม่อยากแสดงกิริยาไม่ดีออกไป หญิงสาวนึกถึงมณีลักษณ์กับสาโรจน์ ถ้าหากคอนโดของเตโชใกล้โรงพยาบาลจริง มันก็สะดวกที่จะไปเยี่ยมคนป่วย

"ก็ได้ค่ะ"

"ดีครับ... ถ้าอย่างนั้นวันนี้นายก็พาคุณบัวกับน้องและป้านวลไปที่คอนโดได้เลย ใช่ไหมวะไอ้เต"

ธามหันไปถามเตโช ชายหนุ่มก้มมองนาฬิกาและพยักหน้ารับ จากนั้นเตโชก็ขับรถพาเด็ก ผู้หญิงและคนชราไปที่คอนโดหรูสามห้องนอนของเขา ซึ่งปิดเอาไว้ นานๆ จะเข้าไปนอนที

ชายหนุ่มพาคณะขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสิบห้าของตึกสูง เมื่อใช้คีย์การ์ดสแกนเข้าไปภายในก็พบกับห้องครัวบิลท์อินเป็นไม้สักเคลือบสีเหลืองทองเป็นอันดับแรก เดินทะลุไปยังโซนรับแขกที่เป็นโซฟาผ้ากำมะหยี่สีน้ำตาลเข้ม พรมสีเทานุ่มเท้า และทีวีจอยักษ์ติดผนัง ขนาดคอนโดนี้บัวสวรรค์กะว่าน่าจะเกินร้อยตารางเมตรอย่างแน่นอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป