บทที่ 4 เตโช & บัวสวรรค์ 1

"ห้องนอนแรกเป็นห้องมาสเตอร์ของผมเอง ส่วนห้องถัดไปเป็นห้องรับแขกและห้องตรงกันข้ามนั่นเป็นห้องเล็กสุด"

เจ้าของคอนโดเอ่ย... บัวสวรรค์พยักหน้ารับทราบ เตโชอุ้มยัยหนูที่หลับอยู่ในอ้อมแขนไปในห้องที่สอง

"ให้หลานกับคุณอยู่ห้องนี้ก็แล้วกัน" เขาเอ่ย

"เอ่อ คุณคะ... ป้าน่ะ อยู่ตลอดด้วยไม่ได้นะคะ พอดีหลานป้ามันป่วยกลับมาจากมาเลย์เมื่ออาทิตย์ก่อน ป้าเลยต้องไปอยู่เป็นเพื่อนมัน แต่ถ้าหากมีอะไรฉุกเฉินต้องการเรียกใช้ คุณบัวกับคุณเตก็โทรหาป้าได้ค่ะ"

ป้านวลกล่าวหลังจากที่ทำท่าอึดอัดมานาน บัวสวรรค์ฟังจบก็ถอนหายใจและยิ้มบางให้ป้านวล บ้านป้านวลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของมณีลักษณ์ นี่ถ้าหากเลือกไปอยู่ที่บ้านมณีลักษณ์ก็คงจะไม่มีปัญหายุ่งยาก แต่มันเป็นเพราะไอ้คนตัวสูงนี่แหละที่ไม่ยอม บัวสวรรค์นึกบ่นด่าเขาอยู่ในใจ แล้วยังไงล่ะทีนี้...

"เอาเบอร์ให้คุณบัวไว้ก็แล้วกันนะครับป้า... อืม แต่ตอนนี้ป้าอยู่เป็นเพื่อนน้องข้าวก่อนได้ไหม ผมจะพาบัวสวรรค์ไปซื้อของ เพราะในตู้เย็นและห้องครัวไม่มีอะไรเลย ผมไม่ได้มาที่นี่บ่อย"

เตโชเอ่ย พยายามนึกถึงหลานเป็นหลัก ไม่เอาเรื่องความเหม็นขี้หน้าคนบางคนเป็นการส่วนตัวมาทำให้เสียการและเสียอารมณ์ ถ้าเจ้าหล่อนไม่หาเรื่องและไม่ตวาดแว้ดๆ ใส่เขาก่อน เขาก็จะอยู่อย่างสงบและมีเหตุผลด้วย

บัวสวรรค์เห็นด้วยกับคนตรงหน้าในเวลานี้ เพราะต้องการซื้อของใช้จำเป็นเหมือนกัน ตอนนี้มีแค่กระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กที่อยู่ที่โรงแรมเท่านั้น

"ได้ค่ะ... ป้าอยู่ได้จนถึงเย็นเลย" ป้านวลกล่าว

"ถ้างั้นเราไปกันเถอะ" เตโชเอ่ยชวนและเดินนำออกไปจากคอนโด

"คุณส่งฉันที่สถานีรถไฟฟ้าหน่อย ฉันจะไปเอากระเป๋าที่โรงแรม..."

หญิงสาวเอ่ยบอกชื่อโรงแรมแก่เขา

"เดี๋ยวผมพาไป ผ่านแถวนั้นพอดี" เตโชเอ่ย จากนั้นก็ต่างคนต่างเงียบ ขณะที่รถติดไปแดง โทรศัพท์ของเตโชก็ดังขึ้น เขากดรับแบบไร้สาย

"ว่าไงซี... ตื่นแล้วเหรอ"

น้ำเสียงฟังนุ่มลงไปมากกล่าวกับทางปลายสาย บัวสวรรค์เบนสายตาไปมองนอกรถ ไม่อยากให้เขาคิดว่าเธอแอบฟัง แต่มันก็ยังได้ยินอยู่ดี เพราะรถมันก็แคบแค่นี้เอง แถมยังได้ยินเสียงคนโทรเข้าด้วยว่าเป็นผู้หญิง

"เพิ่งตื่นค่ะที่รัก... อืม... คิดถึงคุณจัง เที่ยงแล้ว คุณจะกลับมาทานกลางวันด้วยกันมั้ยคะ วันนี้พาซีไปดูคอนโดหน่อยสิ ซีคิดว่าจะหาซื้อคอนโดอยู่สักห้องน่ะเต"

เสียงศิริษาดังมาในโทรศัพท์ เตโชชำเลืองมองคนที่นั่งเบาะข้างๆ นิดหนึ่ง เห็นเจ้าหล่อนเมินไปมองนอกรถไม่ได้สนใจฟัง

"ก็ดีนะ ถ้าคุณมาอยู่ถาวร... เดี๋ยวผมจะดูให้ แต่เที่ยงนี้กลับไปกินข้าวด้วยไม่ได้นะ มีธุระนิดหน่อย"

"ยังไม่เสร็จอีกเหรอ... อืม... ความจริงซีหิวมากเลยรู้ไหม แต่หิวคุณนะ... ไม่ใช่หิวข้าว"

เสียงออดอ้อนของสาวในโทรศัพท์ดังแว่วๆ แต่ได้ยินว่าพูดอะไรบ้าง บัวสวรรค์แอบเบ้ปากนิดหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ ฟังแล้วเลี่ยนชะมัด... นี่ขนาดอยู่กรุงเทพฯ ไม่ใช่ที่บ้านนะ ยังเจ๊าะแจ๊ะกับผู้หญิงได้ไม่เลือกเวลา เกลียดจริงๆ ผู้ชายกะล่อนเจ้าชู้จำพวกคลำไม่มีหางเป็นเอาแบบนี้

"เก็บท้องเอาไว้กินคืนนี้ก็แล้วกัน แค่นี้นะ ผมกำลังขับรถอยู่"

เขากดวางโทรศัพท์แล้วหันไปมองคนที่แอบเบ้ปากใส่เขา เจ้าหล่อนไม่รู้ว่าเขาเห็นภาพสะท้อนตรงกระจก

"ทำไม... มีปัญหาอะไรกับชีวิตส่วนตัวของผมไม่ทราบ"

น้ำเสียงรวนและกวนโทสะอย่างเตโชคนเก่าเอ่ยถาม บัวสวรรค์หันขวับไปมองเสี้ยวหน้าคมคายของคนที่เธอเกลียด

"อย่าหาเรื่องนะ... วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะกัดกับหมาตัวไหนทั้งนั้นแหละ"

อุตส่าห์คิดว่าจะผ่านไปด้วยดีแล้วเชียว แต่ก็หวนกลับมาสู่โหมดกัดกันจนได้สินะ บัวสวรรค์ยกแขนขึ้นกอดอก ใบหน้ารูปหัวใจบึ้งตึงลงไปอย่างไม่แยแสจะเก็บเหมือนตอนที่อยู่กับบุคคลที่สามหรือที่สี่ ถ้าอยู่กับเขาเกินสิบนาทีแล้วไม่ทะเลาะกัน ฟ้าคงจะถล่มทลายแน่

"อ้าว... ปากเหรอนั่น... ใครเป็นหมาไม่ทราบ ผมเห็นคุณเบ้ปากใส่ ก็เลยถามก็เท่านั้นเอง ฟังเรื่องส่วนตัวของคนอื่นแล้วมาทำท่าดูถูกใส่กันแบบนี้มันไม่โอเคนะ คนมีมารยาทเขาไม่ทำกันหรอกคุณสายบัวคร้าบบบ..."

ชายหนุ่มแกล้งลากเสียงยาวให้คนโกรธจนกระอักมากขึ้น มุมปากได้รูปกระตุกยิ้มเมื่อเห็นคนตัวบางชักสีหน้าถมึงทึงและปากคว่ำตาเขียวปัด จ้องมองเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ น่ากลัวชะมัด! ผู้หญิงแบบนี้ใครได้ไปเป็นเมียคงจะช้ำในตายภายในสามวันเจ็ดวันแน่ เพราะดูทรงแล้วแม่คุณเหมือนจะชอบใช้ความรุนแรงแก้ปัญหามากกว่าใช้เหตุผล

"ฉันไม่ได้ฟัง... และก็ไม่ได้สนใจเรื่องส่วนตัวของคุณหรือของใคร อย่าสำคัญตนผิด... คุณไม่ได้อยู่ในสายตาฉันแม้แต่นิด และก็เลิกพูดกระแนะกระแหนเหมือนผู้หญิงปากจัดเสียที เพราะฉันรังเกียจผู้ชายที่ไม่เป็นลูกผู้ชายอย่างคุณรู้ไว้ด้วย... ปากสกปรกก็เท่านั้น!"

บัวสวรรค์พูดแล้วก็สะบัดหน้าพรืดใส่เขา เตโชฉุนกึกกับคำต่อว่าต่อขานของเจ้าหล่อน... ใครกันแน่ที่ปากจัด!

"ปากผมไม่สกปรกหรอก... เว้นจากคืนนั้นเท่านั้นแหละ... ที่เมาไปหน่อย เลยเผลอไปจูบคนบางคนที่ปากสกปรกเข้าให้"

คำยอกย้อนแสนเจ็บแสบทำเอาบัวสวรรค์แทบจะทนเก็บมือเก็บเท้าเอาไว้ไม่ไหว นี่ถ้าไม่ติดที่เขากำลังขับรถอยู่ เธอคงจะยกเท้ายันโครมเข้าให้และเขวี้ยงหมัดกระแทกปากหมาๆ ของเขาสักทีสองที หญิงสาวกำมือแน่น กัดฟันกรอดๆ... รู้สึกแค้นขึ้นมาทันควัน หน็อย... คนสันดานหยาบ นี่เธออุตส่าห์ลืมไปแล้วนะสำหรับเรื่องบ้าๆ นั่น... ไอ้ผู้ชายเลว... เขาจะพูดถึงมันขึ้นมาอีกทำไม ไอ้คนสารเลว!

"จอดรถเดี๋ยวนี้!" เสียงตวาดแหวทำให้เตโชจุดยิ้มมากขึ้น พอใจที่แหย่ให้เจ้าหล่อนโมโหแบบปรี๊ดแตกแบบนี้ได้

"จอดทำไม อยู่เลนกลางเห็นไหม เลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้ว ตอนนี้เรามีเรื่องต้องร่วมมือกัน ลืมๆ มันไปเหอะเรื่องจูบไร้สาระนั่นน่ะ เพราะผมเองก็ไม่เคยจำ มันเป็นเรื่องน่าอายสำหรับผู้ชายอย่างผมเหมือนกันนะที่เผลอไปจูบผู้หญิงที่... อืม..."

เขาทิ้งท้ายพร้อมกับทำท่ามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเบ้ปาก รถมาติดไฟแดงพอดี บัวสวรรค์ทำเสียงฮึ่มในลำคอ พร้อมกับหันไปรัวกำปั้นใส่คนปากสุนัขอย่างไม่ยั้ง เตโชสะดุ้งโหยงที่โดนกำปั้นหนักชกเข้าให้หลายหมัด และเป็นหมัดจริงไม่ใช่การทุบตีเหมือนผู้หญิง เขารู้ดีว่าคนตัวบางนี่หมัดหนักเท้าหนักแค่ไหน

เตโชยกแขนขึ้นกันและเบี่ยงตัวหนี ตัวเลขนับถอยหลังอยู่ที่ 20 วินาทีจะเปลี่ยนเป็นไฟเขียว เขาหันร่างมาเต็มตัวแล้วจับแขนเรียว กระชากเข้ามาหาจนเธอปะทะกับอกกว้างของเขา เขาไม่ชกผู้หญิง ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ก็ต้องเป็น อืม... วิธีอื่น

ใบหน้าคมสันก้มมาฉกจูบที่แก้มนวลปลั่งอย่างแรงเพื่อต้องการแกล้ง เจ้าหล่อนร้องกรี๊ดๆ กระชากแขนหลุดจากการเกาะกุมแล้วเสยหมัดเข้าที่สันกรามของเขาอย่างแรง ปึก! เตโชตาลายเห็นดาวเห็นเดือนตอนกลางวันแสกๆ ใบหน้าชาไปทั้งแถบ

ปี๊นนนนน... เสียงแตรรถคันหลังบีบไล่ ทำให้เขาต้องรีบตบเกียร์ออกรถเพราะสัญญาณไฟเขียว

"เล่นแรงไปแล้วนะ! ผู้หญิงอะไรอย่างนี้วะ..."

เขาเอ่ยเสียงเข้ม ยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่โดนหมัดเข้าเต็มๆ ด้วยความเจ็บ ชายหนุ่มดุนลิ้นในกระพุ้งแก้มเพื่อสำรวจว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นภายในหรือไม่ ลิ้นรับรสชาติของเลือดฝาด... แม่งเอ๊ย... เสียเลือดให้ยัยผู้หญิงบ้าระห่ำนี่อีกแล้ว พอรถเคลื่อนมาติดไฟแดงอีกครั้ง เตโชก็ต้องรีบเก็บใบหน้าและงอตัวเมื่อมือเล็กแต่แข็งแรงตบผัวะเข้าให้ที่บ้องหู แถมด้วยการหยิกหนุบหนับที่แขนและที่ลำตัว

"นี่แน่ะ! ปากดีนักใช่มั้ย จำไว้เลยนะเตโช ไอ้คนปากหมา! ฉันจะไม่มีวันญาติดีและยอมอ่อนข้อให้คนเส็งเคร็งอย่างนายเด็ดขาด นี่แน่ะ!"

"โอ๊ย... ปัดโธ่โว้ย... เจ็บนะ ยัยหมาบ้า... คนกำลังขับรถอยู่นะ อย่าให้ถึงตาฉันมั่งก็แล้วกัน ฮึ่ม!"

เตโชได้แต่ทำเสียงฮึ่มฮั่มในลำคอด้วยความแค้นที่ทำอะไรเจ้าหล่อนได้ไม่ถนัดเพราะโดนบีบแตรไล่อีกครั้งเมื่อไฟเขียวแล้วแต่เขายังไม่ยอมขยับรถ ชายหนุ่มได้แต่หันไปมองด้วยสายตาแค้นและหมายมาด

คอยดูเถอะ! ยัยบัวนรกชัง สวรรค์แกล้งส่งมาเกิด... สักวันพ่อจะสั่งสอนให้เข็ดและหลาบจำ... ชอบใช้กำลังดีนักใช่ไหม... ลืมไปแล้วหรือยังไงว่าต้องอยู่คอนโดใครต่อไปนี้... ฮึ่ม!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป