บทที่ 5 เตโช & บัวสวรรค์ 2
บัวสวรรค์รู้สึกสะใจที่เห็นคนปากเสียยอมเงียบ บนแก้มของเขาเป็นรอยแดงเพราะกำปั้นของเธอ แถมที่ลำคอก็มีรอยเล็บ... สมน้ำหน้า อยากปากดีนัก! กล้าดียังไงมาหอมแก้มเธอ! หญิงสาวรู้สึกขุ่นเคืองอยู่ในใจ แต่ก็พยายามระงับอารมณ์โมโหให้ลดระดับลงหลังจากได้ระบายความแค้นด้วยการชกเขาไปหลายที เวลานี้มีเรื่องให้ต้องจัดการมากพอแล้ว เธอจะต้องใจเย็นเพื่อยัยหนูขวัญข้าว เรื่องความแค้นส่วนตัวต้องเก็บใส่ลิ้นชักเอาไว้ชั่วคราวก่อน รู้ดีว่าไอ้คนผีทะเลนี่มีเจตนายั่วโมโห แกล้งแหย่เพื่อให้เธอเดือดและสติหลุด เขามันเป็นพวกโรคจิต มีความสุขกับการเห็นเธอปรี๊ดแตก
หลังจากหญิงสาวเช็กเอาท์ออกจากโรงแรม เตโชก็ขับรถพาเธอไปยังห้างสรรพสินค้า ทั้งสองตรงเข้าไปยังซูเปอร์มาร์เก็ต แต่พอเดินผ่านร้านอาหาร จู่ๆ เขาก็คว้ามือเธอแล้วดึงเข้าไปในร้านทันทีโดยไม่มีการปรึกษาหารือ
"อะไรของคุณฮึ!" บัวสวรรค์ดึงมือออกจากการเกาะกุม แต่เขาไม่ยอมปล่อย
"ผมหิว ยังไม่ได้กินเช้าเลย หาอะไรใส่ท้องก่อนน่า"
เขาดึงแขนเธอไปที่โต๊ะด้านใน ร่างสูงนั่งลงและคว้าเมนูมาเปิดโดยที่ไม่เงยหน้ามองเลยว่าเธอกำลังทำท่าถมึงทึงใส่
"จะบ้าเหรอ ป้านวลกำลังรออยู่นะ ที่ห้องไม่มีอาหารจำไม่ได้รึไง... แล้วไหนจะน้องข้าวอีก เดี๋ยวตื่นขึ้นมาหิวแล้วร้องไห้จะทำไง"
หญิงสาวเอ่ยเสียงแข็ง
"ไม่เห็นยากเลย เดี๋ยวผมโทรสั่งร้านใต้คอนโดให้ขึ้นไปส่งให้ คุณโทรไปถามป้านวลทีซิว่าอยากกินอะไร"
เขาเอ่ยทันทีอย่างไม่อนาทรร้อนใจ คิดแก้ปัญหาได้รวดเร็วเชียวนะ บัวสวรรค์รู้สึกหมั่นไส้กับท่าทางคูลโนสนโนแคร์ของเขาเหลือเกินในเวลานี้ แต่เธอก็ยอมนั่งลงตรงกันข้ามกับเขา เพราะจริงๆ แล้วเธอก็หิวเหมือนกัน เมื่อเช้าดื่มกาแฟกับเค้กชิ้นเล็กเพียงชิ้นเดียวเพราะความรีบมาให้ทันนัดของคุณทนายความ และตอนนี้ก็เที่ยงกว่าแล้ว ปกติเธอเป็นคนกินข้าวครบสามมื้อเหมือนคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะแคร์เรื่องน้ำหนัก แต่ก็โชคดีที่ทำงานใช้แรงและปั่นจักรยานออกกำลังกายเป็นประจำจึงไม่อ้วน
พนักงานเดินมารับออร์เดอร์ ซึ่งทั้งสองสั่งอาหารจานเดียวคนละอย่างพร้อมกับน้ำ ระหว่างนั้นบัวสวรรค์ก็โทรหาพ่อกำนันแสวง เล่าเรื่องคร่าวๆ ให้ฟัง และลงท้ายว่าเธอจะต้องอยู่ที่กรุงเทพฯ ระยะหนึ่ง
"แล้วอยู่ที่ไหนล่ะลูก บ้านหนูณีเรอะ" พ่อถามมาในโทรศัพท์
"ไม่ใช่จ้ะ... เอ่อ... อยู่คอนโดที่ใกล้กับโรงเรียนและโรงพยาบาลเพื่อความสะดวกน่ะพ่อ"
บัวสวรรค์ไม่อยากเอ่ยชื่อเจ้าของคอนโด ซึ่งพอเขาได้ยินก็ทำท่าเหล่ตามอง และคนไม่มีมารยาทก็เอียงหน้ามาใกล้โทรศัพท์ที่แนบหูของเธอ ทำให้แก้มสากสัมผัสกับแก้มของเธออย่างจัง
"สวัสดีครับคุณอา... ผม... เตเองครับ"
ยังไม่พอ เขายังถือวิสาสะพูดแทรกเข้าไปในโทรศัพท์อีก!
"เอ๊ะ... คำว่ามารยาทน่ะ สะกดเป็นไหมฮึ!"
บัวสวรรค์หันไปแหวใส่เขาอย่างเหลืออด ผลักใบหน้าเขาออกห่าง แต่เขาก็แย่งโทรศัพท์เธอไปแนบหูตัวเองอย่างที่บัวสวรรค์คาดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้
"อ้าว นั่นคุณเตอยู่ด้วยรึ"
"ครับอา... ตอนนี้ผมอยู่กรุงเทพฯ กับบัวสวรรค์ครับ พอดีเราสองคนเป็นพ่อแม่ทูนหัวของยัยหนูข้าว เลยต้องช่วยกันดูแลแกตามคำขอร้องของพ่อแม่แกน่ะครับ อาไม่ต้องห่วงเรื่องที่อยู่นะครับ บัวสวรรค์กับหลานอยู่ที่คอนโดของผมเอง"
เขาเอ่ยพร้อมกับขยับหนีมือเรียวที่ไขว่คว้าแย่งโทรศัพท์คืน พอไม่ได้เธอก็หยิกหมับที่เอวของเขาจนเตโชสะดุ้ง ต้องตวัดแขนล็อกคอคนตัวเล็กเอาไว้ไม่ให้ทำร้ายเขาได้
"อยู่นิ่งๆ ได้ไหม ดูซิ คนเขามองกันใหญ่แล้วเห็นไหม อาจจะคิดว่าผัวเมียกำลังงอนกันอยู่ อูย... หยิกผมทำไม เจ็บนะ!"
เขากระซิบริมหูของเธอ บัวสวรรค์รับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดจนรู้สึกขนลุกเกรียว เธอหันไปมองรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นใครสนใจ เพราะโต๊ะแต่ละโต๊ะก็กำลังสนใจอาหารตรงหน้าของตนเองมากกว่าคนโต๊ะอื่น จะมีบ้างที่หันมามองประเดี๋ยวประด๋าวแล้วก็เลิกสนใจ
"อ๋อ โอเค ได้ยินอย่างนี้อาก็โล่งใจ ยังไงอาก็ฝากน้องด้วยนะคุณเต... มีอะไรก็โทรมาก็แล้วกัน" พ่อกำนันเอ่ยกับเตโช
"ครับอา..."
ชายหนุ่มรับคำท่านเสร็จ บัวสวรรค์ก็คว้าโทรศัพท์ไปแนบหู แต่พ่อของเธอก็วางสายไปเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวหันไปค้อนตาคว่ำให้กับไอ้คนไม่มีมารยาท เธอพอจะรู้ว่าเขาสนิทคุ้นเคยกับพ่อกำนันของเธอเนื่องจากการต้องอยู่ในสังคมเดียวกัน อาหารมาเสิร์ฟพอดี เขาก็รีบจัดการอย่างรวดเร็ว
"เอ๊า รีบกินสิ... มัวแต่ทำตาเหล่อยู่นั่นแหละ เดี๋ยวจะต้องไปซื้อของกันอีกนะ"
เตโชซ่อนยิ้มในหน้าเมื่อเห็นคนข้างๆ ทำหน้าบูดเหมือนตูดลิงดวงตาเขียวปัด เจ้าหล่อนสะบัดหน้าพรืดใส่เขาก่อนจะเริ่มกิน ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันอีก จนกระทั่งอิ่มและจ่ายเงินก็พากันไปยังซูเปอร์มาร์เก็ต ดูเหมือนหญิงสาวจะอารมณ์สงบลงแล้วหลังจากท้องอิ่มและเขาไม่ได้พูดจากวนประสาทเธออีก
บัวสวรรค์คิดว่าจะทำอาหารเอง และอาจจะสั่งบ้างตามโอกาส ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องอยู่นานแค่ไหน ซึ่งก็จะต้องขึ้นอยู่กับอาการของมณีลักษณ์และสาโรจน์ ตอนนี้แพทย์ยังไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม หญิงสาวเดินหยิบผักผลไม้และเนื้อ รวมทั้งพวกนมและพวกกาแฟใส่ในรถเข็นซึ่งร่างสูงเป็นคนเข็นตามหลัง
เตโชมองร่างโปร่งปราดเปรียวที่หยิบจับสิ่งของใส่ลงในรถเข็นอย่างเพลิดเพลิน เจ้าหล่อนเป็นคนคล่องแคล่วและไม่ลังเลคล้ายรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร ใช้เวลาอ่านดูฉลากวันหมดอายุของสินค้าและเปรียบเทียบราคาอย่างระมัดระวัง
"ซื้อไปเหอะน่า... ผมมีตังค์จ่าย เอาอันใหญ่ไว้ก่อนแหละดี จะได้ไม่ต้องซื้อบ่อยๆ"
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ทำให้รู้ว่าเขามีธุระต้องไปต่อ
"ถ้าคุณมีธุระก็ไปทำเถอะ เดี๋ยวฉันกลับแท็กซี่เองได้ ของพวกนี้ซื้อชิ้นใหญ่แล้วกินไม่ทันวันหมดอายุก็ต้องทิ้งเสียของ แล้วคุณจะอยู่กินที่คอนโดตลอดหรือยังไง ไม่ไปอยู่ที่บ้านคุณแม่คุณเหรอ"
บัวสวรรค์ยังไม่รู้เลยว่าเขาจะอยู่ที่คอนโดจริงหรือเปล่า เพราะเขาเป็นนักธุรกิจที่ค่อนข้างมีเวลาน้อยอย่างที่เธอรู้มา
"ยังไม่รู้ ดูก่อน... แต่คืนนี้ไม่อยู่นะ... มีเดต"
เขาเอ่ยและมองหน้าคนถาม คิดว่าเจ้าหล่อนจะต้องเบ้หน้าและกระแนะกระแหนเขาแน่ แต่ก็แปลกใจที่เจ้าตัวดูเหมือนจะโล่งใจพยักหน้ารับทราบเพียงเท่านั้น เอ๊ะ... อย่างนี้แสดงว่าแม่คุณชอบที่เขาไม่อยู่คอนโดงั้นล่ะสิ... อืม... ไม่ได้การละ... ถ้างั้นเขาจะต้องทำตรงกันข้ามสินะ... อยากเห็นคนอกแตกตายเพราะมีเขาป้วนเปี้ยนอยู่ในสายตา หึหึ แต่ไม่ละ... ไม่เอาดีกว่า เพราะเขาเองก็รู้สึกรำคาญคนที่ชอบทำหน้าบูดใส่เขาเหมือนกัน
"อุ๊ย... พี่เต... พี่เตจริงๆ ด้วย"
เสียงผู้หญิงทักขึ้นด้านหลัง ทำให้เตโชหันไปมอง บัวสวรรค์เองก็เหลียวกลับไปดูเช่นกัน เห็นหญิงสาวร่างกลมกลึงสวมชุดเดรสแขนกุดสั้นเหนือเข่าสีม่วงพาสเทล ใบหน้าสวยหวานก้าวซอยเท้าเข้ามาหาร่างสูงแล้วก็ยกมือไหว้แล้วกอดแขนอย่างสนิทสนม
"น้องนิ่ม... มาทำอะไรครับนี่"
เสียงทุ้มเอ่ยนุ่มนวลกับหญิงสาวตรงหน้า ทำให้บัวสวรรค์ต้องเลิกคิ้วแปลกใจ... พูดหวานและนุ่มหูขนาดนี้ก็เป็นเหมือนกันเหรอ คิดว่าจะเป็นแต่กระโชกโฮกฮากและกวนประสาทคนอื่น สงสัยหญิงสาวคนนี้จะเป็นคนพิเศษแน่เลย
"นิ่มมากับเพื่อนค่ะ เห็นคุณป้าบอกว่าพี่เตมากรุงเทพฯ แต่ก็ไม่เห็นเข้าบ้านสักที นิ่มถามพี่ติณณ์ก็บอกว่าไม่รู้ว่าพี่เตจะเข้าตอนไหน ดีใจจังที่เจอพี่เตที่นี่ นิ่มคิดถึงพี่เตที่สุดเลย"
สาวสวยอ่อนเยาว์ที่น่าจะยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่เอ่ยพร้อมกับยิ้มอ่อนหวานให้เตโช เขายิ้มอบอุ่นให้เธอ ก่อนจะหันมาเห็นบัวสวรรค์ที่กำลังเดินห่างออกไป
"เดี๋ยวสิคุณ... บัว... นี่น้องนิ่ม นีรา..."
เขาเรียกเธอไว้ บัวสวรรค์จึงหันไปยิ้มสุภาพให้นีราตามมารยาท
"น้องนิ่ม... นี่พี่บัว... เป็น อืม... แฟนพี่เอง"
คำแนะนำที่ทำให้บัวสวรรค์อึ้งรับประทานและช็อกตะลึงงัน! นีราเองก็ชะงักและทำตาเบิกกว้างกับประโยคแนะนำนั้น
"อะ... อะไรนะคะ... ฟะ...แฟนเหรอคะพี่เต"
สาวน้อยเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก บัวสวรรค์ยืนขาแข็งทื่อ ก้าวไม่ออกและสมองกำลังมึนงง แฟนบ้าแฟนบออะไรของหมอนี่! ไอ้คนผีทะเลนี่กำลังเล่นอะไรอยู่!
