บทที่ 4 ตอนที่ 2.1 พาเข้าบ้าน
ตอนที่ 2 พาเข้าบ้าน
ก้มจุมพิตบนหลังเท้าหนาแล้วไต่ขึ้นมาจนถึงหน้าตัก ขุนปวรรัชดลลุกขึ้นยืนเต็มความสูงสลัดผ้าแพรออกจนล่อนจ้อนทั้งตัว ใช้ท่อนเนื้อฟาดปากอีแต้มเบา ๆ อีแต้มรู้งานอ้าปากรอนาย เขาหยิบยื่นความอร่อยจ่อเข้าในปาก แต้มดูดกลืนกินความเป็นชายของเขา ดูดเข้าออกช้า ๆ แล้วใช้มือช่วยด้วย
อ่าซ์....
"กูจักให้มึงกินทุกวันเลยอีแต้ม ดูดค. กูแรง ๆ ซี้ด.... แรงอีก"
ขุนปวรรัชดลเร่งจังหวะรัวท่อนเนื้อเข้าออกอย่างรวดเร็ว ความยิ่งใหญ่ของเขาคับแน่นในปากของนางแต้ม เธอใช้มือดันสะโพกเขาออกห่าง แต่เขาปัดออก ทำให้นางแต้มสำลักแทบอ้วกเมื่อความขาวขุ่นทะลักออกมาจากท่อนเนื้อ
"กินของกูให้หมด ฮ่า ๆ เลียค. ให้กูด้วย" อีแต้มทำตามคำสั่งของนาย แลบลิ้นเลียกินคราบน้ำของนายจนหมด
น้ำเดียวไม่เคยพอ สำหรับเขาอย่างน้อยต้องสองน้ำ ดึงตัวนางแต้มขึ้นเตียง กระชากผ้าที่เหลืออยู่ออกจากตัวบ่าวสาว เขาก้มลงดูดหัวนมที่แข็งชัน ส่วนอีกข้างถูกเขาบี้เล่นด้วยนิ้วมือหยาบกร้าน
"ท่านขุนขอรับ ไอ้ไฟพาชาวบ้านมาแล้วขอรับ" ไอ้เมฆเข้ามารายงานนาย เห็นเต็มสองตา เขาที่หมายปองอีแต้มอยากได้มันมาเป็นเมียแต่ต้องเสร็จนาย มันมองของรักของหวงที่มันไม่เคยได้แตะต้องอย่างเสียดายและเสียใจ
อีแต้มเบี่ยงหน้าหนีไปอีกทาง เธอเคยชินเสียแล้วที่จู่ ๆ ก็มีบ่าวผู้ชายเดินพรวดพราดเข้ามาในห้องแบบนี้ เขายังคงดูดนมเธออยู่และผลักเธอลงนอนแล้วจับแยกขาออก ต่อหน้าต่อตาไอ้เมฆ ไอ้เมฆมองการกระทำของนายไม่ละสายตาไปไหน
"เออ รอไปก่อน ให้อีแต้มมันเสร็จต่อหน้ามึงก่อน"
โอ๊ะ อ่าซ์....
การเสียบใส่พรวดในคราเดียวสร้างความเสียวกระสันจนแต้มร้องออกมาเสียงหลง เขาคลึงวนเป็นวงกลม ค่อย ๆ ชักเข้าชักออกช้า ๆ เนิบ ๆ
"ไอ้เมฆมึงเห็นไหมวะ หน้าอีแต้มเหมือนขึ้นสวรรค์เลย ฮ่า ๆ" เมฆก้มหน้านิ่ง ไม่ยอมเงยขึ้นมามอง การร่วมรักของทั้งคู่
เมฆต้องนั่งคุกเข่าก้มหน้าทนฟังเสียงร้องเสียงกระแทกกัน ดัง ตับ ๆ วาสนาไอ้เมฆน้อยนิดไม่ได้เชยชมอีแต้มอย่างใจหวัง ได้เพียงมอง
หญิงที่แอบหลงรักกับบุรุษมีชาติตระกูล ขุนปวรรัชดลเลี้ยงนางแต้มเป็นเมียลับ ๆ เสร็จจากงานราชการ อีแต้มต้องมาปรนนิบัติทุกครั้ง
"อ๊ะ อ่าซ์... กูจักเสร็จแล้ว" ปึก ๆ ๆ เสียงเนื้อกระทบกันไม่เป็นจังหวะ เพราะใกล้ถึงปลายทาง ด้วยความเสียวสยิวในร่างกายทำให้ขุนปวรรัชดลก้มงับหัวนมอย่างแรง
"อ๊ะ ท่านขุน แต้มเสียวเจ้าค่ะ" เสียงกระเส่าหอบเหนื่อยเหมือนเพิ่งไปหาบน้ำใส่ตุ่มมา อ่าซ์.....
น้ำรักขาวข้นทะลักเข้าร่องสวาทของขี้ข้าสาว เป็นอันเสร็จกิจเขาไม่รีรอพักให้หายเหนื่อย ลุกขึ้นผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่ นางแต้มรู้หน้าที่ไม่นอนหมดสภาพอยู่นานรีบลุกสวมผ้าลวก ๆ แล้ววิ่งออกจากห้องไป
ขุนปวรรัชดลมองดูเมฆบ่าวที่จงรักภักดีของเขา ที่เข้ามาช่วยแต่งตัวให้เจ้านาย ขุนปวรรัชดลขยับปากเหมือนมีจะพูดอะไรแต่ก็เลือกที่จะเงียบเหมือนเดิม เพลานี้เรื่องน้องสาวสำคัญกว่า
เป็นครั้งแรกที่ได้ออกมาสัมผัสบรรยากาศข้างนอกหลังจากนอนพักฟื้นอยู่ในห้องผู้ป่วยถึงสองวัน ทุกสิ่งทุกอย่างช่างแปลกตายิ่งนัก เพิ่งได้เห็นมันเต็มตาชัด ๆ ก็วันนี้ไม่ได้มองผ่านช่องหน้าต่างสี่เหลี่ยมจากห้องผู้ป่วยเหมือนทุกวัน นี่เธอหลุดมาอยู่ที่แห่งใดไยไม่เหมือนที่กรุงศรีฯ เอาเสียเลย
"ป่ะ ไปที่รถกัน"
"รถรึ? ท่าน ข้าขอถามอะไรได้หรือไม่เจ้าคะ"
"ได้สิ หนูจะถามอะไรผมว่ามาเลย" คุณหมอใจดีพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาเอ็นดูเธอมาก อยากช่วยเหลืออยากรู้ว่าเธอเป็นใคร
"เมืองนี้มีนามว่ากระไรฤๅ ข้ามิเคยเห็นมาก่อน"
"เขาเรียกว่ากรุงเทพมหานคร ขึ้นรถเถอะ ค่อยคุยในรถนะ" เขาตบไหล่เธอเบา ๆ ก่อนเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ ปล่อยหญิงสาวหลงยุคยืนงงในโรงจอดรถ
ขึ้นรถ? ขึ้นอย่างไร ทำไมสูงถึงเพียงนี้
ธาดาเข้าไปนั่งในรถเสียบกุญแจเตรียมสตาร์ทเครื่องยนต์ แต่หญิงสาวร่างบางยังคงยืนมองอยู่ที่เดิม เฮ้อ หมอหนุ่มถึงกับถอนหายใจเหนื่อยหน่าย แล้วเปิดประตูลงรถมาหาเธอ และจูงมือบางไปที่ประตูรถอีกฝั่ง
"เปิดแบบนี้ แล้วเข้าไปนั่ง เข้าไปสิ" ร่างบางเงอะงะ ขืนตัวเองในตอนแรก แต่สุดท้ายก็ยอมเข้าไปนั่งโดยดี
"คาดเข็มขัดด้วย" เขาบอกขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ แต่แม่ปรางน้อยมองเหมือนหาอะไรสักอย่างที่เอว หึ
"หมายถึงอันนี้" ธาดาอาสาจัดการให้ การที่เขาต้องเอี่ยวตัวมามากทำให้น้ำหนักตัวเททับร่างบาง และใบหน้าของทั้งสองห่างกันแค่คืบ เธอมองเขาตาใสแป๋ว จนคุณหมออดใจไม่ได้ ประกบปากจูบเธออย่างดูดดื่ม
อยู่โรงพยาบาลสองวันไม่ทำให้กลิ่นกายในตัวเธอจางหายเลย ตัวเธอหอมและหวานมาก เขาตกอยู่ในห้วงอารมณ์หลงใหลรสจูบของหญิงสาวอยู่เนิ่นนาน
"ท่านหมอ ข้ากลัวคนเห็น" แม่ปรางเห็นคนเดินผ่านไปมาบริเวณลานจอดรถ ทำให้นึกกลัวและอับอาย ว่าจะมีใครมองเห็นเธอทำเรื่องบัดสีกับชายที่ไม่ใช่คู่หมั้น
"ขอโทษที" สถานการณ์ที่เร่าร้อนกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ธาดาไม่ได้กังวลเรื่องคนจะมองเข้ามาเห็นว่าทำอะไรกันในรถ เพราะติดฟิล์มทึบทั้งคัน
จังหวะออกตัว หญิงสาวที่นั่งข้างตกใจแทบหงายหลัง มือบางจับสายเข็มขัดนิรภัยไว้แน่น ในใจธาดานึกอยากแกล้งแต่พอเห็นแววตาตื่นกลัวระคนตกใจแล้วเกิดสงสาร พยายามขับรถให้อยู่ในระดับความเร็วปกติ ไม่เบรกกะทันหันให้หญิงสาวหน้าหวานต้องผวาตกใจ
พอขับออกนอกตัวเมืองหลวงจากที่มีแต่ตึก อาคาร ถนน ที่ดูแปลกตามหัศจรรย์สำหรับแม่สาวหลงยุคอย่างเธอ ธาดามองหญิงสาวไร้เดียงสาด้วยความเอ็นดู เธอทำตัวเหมือนว่านี่เป็นครั้งแรกทั้งที่เธอนั้นอายุสิบแปดปีแล้ว
