บทที่ 11 อดทนหน่อยนะ
ตอนที่9
อดทนหน่อยนะ
พิมพ์พรรณพยายามเดินให้มั่นคง แต่เข่าที่กระแทกพื้นเมื่อครู่เจ็บจนเธอเสียหลักเล็กน้อย ศิลาเห็นแล้วไม่พูดอะไร เพียงก้มลงช้อนตัวเธอขึ้นในอ้อมแขนทันที
“คุณศิลา!”เธอตกใจจนเผลอยกมือจับไหล่เขา
“อย่าขยับ”น้ำเสียงเขายังดุแต่แขนที่อุ้มเธอกลับมั่นคงและระมัดระวังอย่างน่าประหลาด
พิมพ์พรรณนิ่งไปเธอไม่เคยอยู่ใกล้เขาเช่นนี้ตั้งแต่คืนแต่งงาน กลิ่นฝน กลิ่นดิน และกลิ่นไม้จากตัวเขาปะปนกันในระยะใกล้ หัวใจเธอเต้นแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
ศิลาก้าวขึ้นบันไดหลังบ้านอย่างรวดเร็ว พาเธอเข้ามาในครัวที่คนในบ้านกำลังแตกตื่น
ป้าจันทร์เห็นสภาพของพิมพ์พรรณแล้วร้องลั่น
“คุณพิม! ตายแล้ว ทำไมเปียกขนาดนี้คะ”
“ไปเอาผ้าขนหนูกับกล่องยา” ศิลาสั่งทันที
“ค่ะ ๆ”ป้าจันทร์รีบวิ่งไป
ศิลาวางพิมพ์พรรณลงบนเก้าอี้ใกล้เตาผิงเล็ก ๆ ในห้องรับแขก คนงานยกลูกสุนัขตามเข้ามา มันยังสั่น แต่ปลอดภัยดี
พิมพ์พรรณมองมันด้วยความโล่งใจ“เอาผ้าเช็ดตัวมันด้วยนะคะ เดี๋ยวมันหนาว”
ศิลามองเธออย่างเหลือเชื่อ“ตัวเองยังสั่นอยู่ ยังมีหน้าห่วงหมาอีก”
“มันตัวเล็กค่ะ”
“เธอก็ตัวไม่ได้ใหญ่เท่าไร”คำพูดนั้นหลุดออกมาเร็วเกินไป
พิมพ์พรรณเงยหน้ามองเขา ศิลาเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไร เขาหันหน้าหนีทันที
“อย่ามองแบบนั้น”
“พิมยังไม่ได้พูดอะไรเลยค่ะ”
“ไม่ต้องพูด”เสียงของเขายังดุ แต่พิมพ์พรรณกลับรู้สึกว่าใต้ความดุนั้นมีบางอย่างต่างออกไป
ป้าจันทร์กลับมาพร้อมผ้าขนหนู ศิลาคว้าผ้ามาคลุมไหล่พิมพ์พรรณเอง ก่อนหันไปสั่งคนอื่น
“เตรียมน้ำอุ่น แล้วเอาเสื้อผ้าแห้งมาให้คุณพิม”
ป้าจันทร์รีบพยักหน้า“ค่ะคุณศิลา”
พิมพ์พรรณจับผ้าคลุมไหล่ไว้แน่น“พิมขึ้นไปเปลี่ยนเองได้ค่ะ”
“มือเธอเลือดออก”
“แผลเล็กนิดเดียวค่ะ”
ศิลาหันมามองเธอ“ถ้าฉันได้ยินคำว่าไม่เป็นไรจากเธออีกครั้ง คืนนี้เธอจะไม่ได้ลุกไปไหนทั้งนั้น”
พิมพ์พรรณเม้มริมฝีปากทันที ป้าจันทร์แอบก้มหน้าอมยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่กล้าให้ศิลาเห็นไม่นาน คนงานหญิงก็นำเสื้อผ้าแห้งมาให้ พิมพ์พรรณถูกพาขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอน โดยมีป้าจันทร์ตามไปช่วยเพราะมือเจ็บและตัวเริ่มสั่นจากความหนาว
เมื่อเธอกลับลงมาอีกครั้งในชุดเสื้อไหมพรมตัวหนากับกระโปรงยาว ศิลานั่งรออยู่ในห้องรับแขก กล่องยาวางอยู่บนโต๊ะ เตาผิงถูกจุดจนแสงไฟสีส้มส่องให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้นแต่ใบหน้าของเขายังคงเคร่งขรึม
“มานั่ง”
พิมพ์พรรณเดินไปนั่งตรงข้ามเขาอย่างว่าง่าย
ศิลาเปิดกล่องยา หยิบสำลี น้ำเกลือ และยาฆ่าเชื้อออกมา
“พิมทำเองได้ค่ะ”
เขาไม่ตอบเพียงยื่นมือมาพิมพ์พรรณลังเล
เขาเลิกคิ้ว
“หรือจะให้ฉันอุ้มมานั่งตักแล้วทำแผลให้”
แก้มพิมพ์พรรณร้อนวาบ
“คุณศิลา!”
“งั้นก็ส่งมือมา”เธอรีบยื่นมือให้เขาทันที เพราะไม่แน่ใจว่าเขาจะพูดอะไรน่าอายกว่านั้นอีกหรือไม่
ศิลาจับมือเธอไว้สัมผัสของเขาอุ่นกว่าที่คิดมือของเขาใหญ่และหยาบเล็กน้อยจากการทำงานในไร่ ไม่ใช่มือของคนที่นั่งอยู่แต่ในห้องทำงาน ฝ่ามือของเธอเล็กกว่าเขามาก และมีรอยแผลยาวจากกิ่งไม้เกี่ยวสองรอย เลือดหยุดไหลแล้ว แต่ผิวรอบ ๆ แดงช้ำ
ศิลาขมวดคิ้ว“เจ็บทำไมไม่บอก”
พิมพ์พรรณมองมือของตัวเองในมือเขา“พิมบอกแล้วค่ะว่าโดนกิ่งไม้เกี่ยว”
“เธอบอกเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญ”
“มันก็ไม่ได้สำคัญมากนี่คะ”มือของศิลาชะงัก
เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ“สำหรับเธอ อะไรถึงจะสำคัญ”
คำถามนั้นทำให้พิมพ์พรรณนิ่งไป
เธอไม่แน่ใจว่าเขาถามเรื่องแผลหรือถามอะไรที่ลึกกว่านั้นหญิงสาวหลบตา“ถ้ามีคนเดือดร้อน พิมคิดว่าสำคัญค่ะ”
“แล้วตัวเองเดือดร้อนไม่สำคัญ?”เธอเงียบ
คำตอบนั้นชัดเจนกว่าคำพูด
ศิลาก้มหน้าลงทำแผลต่อ เขาเทน้ำเกลือล้างแผลอย่างระมัดระวัง พิมพ์พรรณสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อยาฆ่าเชื้อแตะผิว
“เจ็บ?”
“นิดหน่อยค่ะ”
“โกหกไม่เก่ง”
เธอเผลอมองเขาอีกครั้ง ศิลาไม่ได้ยิ้มแต่เสียงของเขาในประโยคนั้นไม่แข็งเท่าเดิมหัวใจของ พิมพ์พรรณอ่อนยวบอย่างไม่ทันตั้งตัวเธอรีบเตือนตัวเองว่าอย่าเข้าใจผิด
เขาอาจแค่รู้สึกผิดที่เธอบาดเจ็บในบ้านของเขา
หรืออาจแค่ไม่อยากให้ใครมองว่าเขาปล่อยภรรยาออกไปตากฝนจนเป็นแผล ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นห่วงเธอจริง ๆเมื่อทำแผลที่มือเสร็จ ศิลาเหลือบมองเข่าของเธอ
“เข่าล่ะ”
“แค่กระแทกค่ะ ไม่เป็น...เอ่อ”เธอหยุดทันทีเมื่อเห็นสายตาของเขา
ศิลาหรี่ตา“พูดต่อสิ”
พิมพ์พรรณเม้มปากแน่น“ไม่พูดแล้วค่ะ”
เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปหยิบยาทาแก้ฟกช้ำ
“ขึ้นไปพัก เดี๋ยวให้ป้าจันทร์ทายาให้”
“ค่ะ”เธอกำลังจะลุก แต่เพียงขยับตัวก็รู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย
ศิลาจับแขนเธอไว้ทันที“เป็นอะไร”
“อาจลุกเร็วไปค่ะ”
เขาเอื้อมมือแตะหน้าผากเธอ พิมพ์พรรณตัวแข็ง สัมผัสนั้นรวดเร็ว แต่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ
“ตัวเริ่มร้อน”
“พิมไม่...เอ่อ”
“ถ้าพูดว่าไม่เป็นไรอีก ฉันจะให้หมอมาฉีดยา”
เธอรีบเงียบ
ศิลามองเธอด้วยสีหน้าดุ ๆ แต่ในแววตามีความกังวลที่ปิดไม่มิด“คืนนี้ไม่ต้องออกจากห้อง ฉันจะให้ป้าจันทร์เอายาขึ้นไปให้”
“ค่ะ”พิมพ์พรรณตอบอย่างว่าง่าย แต่ขณะเธอลุกขึ้น เสียงฟ้าร้องดังสนั่นอีกครั้งจนไฟที่เพิ่งกลับมากะพริบ แล้วดับวูบลงอีกรอบความมืดกลับมาในทันที
พิมพ์พรรณสะดุ้งจนมือคว้าชายเสื้อศิลาไว้โดยไม่รู้ตัว
เขาก้มลงมองมือเล็กที่เกาะเสื้อเขาแน่นเธอรู้ตัวแล้วรีบปล่อยทันที
“ขอโทษค่ะ”เสียงเธอเบามาก
ศิลามองเธอในความมืด มีเพียงแสงเตาผิงส่องให้เห็นเสี้ยวหน้าซีดและดวงตาที่พยายามซ่อนความกลัว เขาควรพูดอะไรเย็นชาเหมือนทุกครั้งควรบอกว่าอย่าทำตัวอ่อนแอแต่ไม่รู้ทำไม ครั้งนี้เขากลับพูดไม่ออกเขาหยิบตะเกียงบนโต๊ะขึ้นมา จุดไฟ แล้วส่งให้เธอ
“ถือไว้”
พิมพ์พรรณรับมา “ขอบคุณค่ะ”
“ฉันพาไปส่งที่ห้อง”
“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ พิมเดินเอง”
ศิลามองเธอเธอรีบเปลี่ยนคำพูด
“ค่ะ”
