บทที่ 8 ผู้หญิงบ้านพิชญ์ธีร์
พิมพ์พรรณกลับเข้าห้องนอน ปิดประตูเบา ๆ แล้วเดินไปยืนริมหน้าต่างจากตรงนี้มองเห็นลานหน้าบ้านและทางเดินไปยังแปลงดอกไม้เธอยืนอยู่ตรงนั้นนานเท่าไรก็ไม่รู้จนกระทั่งเห็นศิลาเดินออกมาส่งลลิตาที่รถทั้งสองยืนคุยกันครู่หนึ่ง
ลลิตายื่นบางอย่างให้เขา เป็นแฟ้มเอกสารหรือซองบาง ๆ ศิลารับไว้จากนั้นลลิตาก็โน้มตัวเข้าไปใกล้เขาใกล้มากพอที่หากมองจากระยะไกล จะเหมือนผู้หญิงคนนั้นกำลังกระซิบข้างแก้มเขาศิลาไม่ได้ผลักออกทันทีพิมพ์พรรณหลุบตาลงเธอถอยออกจากหน้าต่างไม่อยากมองต่อเพราะกลัวว่าหากเห็นมากกว่านี้ หัวใจที่พยายามบอกว่าไม่เป็นไรจะโกหกไม่ไหว
คืนนั้น พิมพ์พรรณลงไปกินข้าวเย็นที่โต๊ะอาหารตามเวลาปกติแต่ศิลาไม่อยู่ ป้าจันทร์บอกว่าเขามีงานที่สำนักงานไร่และคงกินข้าวที่นั่น
พิมพ์พรรณพยักหน้า“ค่ะ”เธอกินข้าวคนเดียวอย่างเงียบ ๆจานอาหารตรงหน้ามีหลายอย่าง ทั้งแกงจืด ผัดผัก และปลาอบสมุนไพร แต่เธอกินได้เพียงไม่กี่คำ
หลังอาหาร เธอช่วยป้าจันทร์เก็บถ้วยชาม แม้ป้าจะห้าม พิมพ์พรรณก็ยังยืนยันช่วยเล็กน้อย
“คุณพิมขึ้นไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณศิลากลับมาเห็นจะดุป้าอีก”
พิมพ์พรรณยิ้มจาง “พิมไม่อยากให้ป้าเดือดร้อนค่ะ”เธอวางจานใบสุดท้าย แล้วเช็ดมือให้แห้งตอนนั้นเอง คนงานคนหนึ่งวิ่งเข้ามา
“ป้าจันทร์ครับ คุณศิลาให้เอาเอกสารแฟ้มสีน้ำตาลไปให้ที่สำนักงาน เห็นวางอยู่ในห้องทำงานครับ”
ป้าจันทร์ทำหน้าลำบากใจห้องทำงานของศิลา
พื้นที่ต้องห้ามสำหรับพิมพ์พรรณ
“เดี๋ยวป้าไปเอาเอง”
“ป้าเพิ่งบ่นปวดเข่าไม่ใช่หรือคะ” พิมพ์พรรณเอ่ยเบา ๆ
ป้าจันทร์รีบส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ”
“พิมเอาไปให้ก็ได้ค่ะ”
ป้าจันทร์ตกใจ “ไม่ได้ค่ะ คุณศิลาสั่งไว้…”
พิมพ์พรรณนิ่งไปจริงด้วยเขาสั่งไว้ว่าเธอห้ามเข้าใกล้ห้องทำงาน
“งั้นพิมช่วยพยุงป้าไปก็ได้ค่ะ”สุดท้ายป้าจันทร์จึงยอมให้เธอเดินไปด้วย
เมื่อถึงหน้าห้องทำงาน ป้าจันทร์เป็นคนเข้าไปหยิบแฟ้มเอง ส่วนพิมพ์พรรณยืนรออยู่หน้าห้อง ไม่ก้าวล้ำเข้าไปแม้แต่ครึ่งก้าวแต่จังหวะที่ป้าจันทร์เดินออกมา เอกสารบางแผ่นร่วงจากแฟ้มกระจายลงพื้น พิมพ์พรรณรีบก้มลงช่วยเก็บโดยอัตโนมัติ มือของเธอแตะกระดาษแผ่นหนึ่ง มีชื่อโครงการของไร่ และตัวเลขจำนวนมากเธอไม่ได้ตั้งใจอ่านแต่เพียงเห็นตัวเลขบางส่วนก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
“ตรงนี้…เหมือนยอดรวมผิดนะคะ”
ป้าจันทร์ชะงัก “อะไรนะคะ”พิมพ์พรรณรู้ตัวทันทีว่าพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป
“ไม่มีอะไรค่ะ พิมอาจดูผิด”แต่เสียงเย็น ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ดูอะไรผิด”
พิมพ์พรรณตัวแข็ง ศิลายืนอยู่ตรงทางเดิน เขาคงกลับมาเอาเอกสารเองเมื่อเห็นว่าช้า ใบหน้าของเขานิ่งจัด สายตาเลื่อนไปยังเอกสารในมือเธอ
“ฉันบอกเธอว่าอย่างไร”
พิมพ์พรรณรีบวางเอกสารคืน “พิมไม่ได้ตั้งใจค่ะ เอกสารมันตก พิมแค่ช่วยเก็บ”
“แล้วใครให้เธออ่าน”
“พิมไม่ได้อ่านค่ะ แค่เห็นตัวเลข”
“เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงมาวิพากษ์งานของไร่ฉัน”น้ำเสียงนั้นแข็งขึ้น
ป้าจันทร์รีบออกหน้า “คุณศิลา อย่าดุคุณพิมเลยค่ะ ป้าเป็นคนทำเอกสารตกเอง”
“ผมถามเธอ”ศิลายังคงมองพิมพ์พรรณ
พิมพ์พรรณกำมือแน่นนี่เป็นอีกครั้งที่เธอถูกตัดสินก่อนอธิบาย แต่เธอยังตอบเสียงเบา
“พิมขอโทษค่ะ ต่อไปพิมจะไม่แตะต้องอะไรอีก”คำตอบเดิมท่าทางเดิมแต่ครั้งนี้ศิลากลับรู้สึกว่าความอดทนของเธอไม่ได้น่าพอใจเลยมันเหมือนกำแพงบาง ๆ ที่เธอค่อย ๆ สร้างขึ้นเพื่อกันเขาออกไป
“ดี”เขาดึงแฟ้มจากป้าจันทร์ไป
ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
พิมพ์พรรณยืนนิ่งอยู่หน้าห้องทำงาน
เธอรู้สึกเหมือนพื้นที่ในบ้านหลังนี้หดเล็กลงเรื่อย ๆ
ห้องทำงานห้ามเข้าโต๊ะอาหารไม่มีใครร่วมกินงานในบ้านห้ามยุ่ง งานในไร่ห้ามแตะชีวิตของเขาห้ามก้าวก่ายแล้วเธอควรอยู่ตรงไหนคำตอบนั้นชัดเจนจนเจ็บ
เธอควรอยู่ตรงที่ไม่มีใครเห็น
คืนนั้น ศิลาอยู่ในสำนักงานไร่จนดึก แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเปิดอยู่ตรงหน้า เขาตรวจตัวเลขซ้ำหลายรอบ แล้วพบว่ายอดรวมผิดจริง ผิดอย่างที่ พิมพ์พรรณทักไม่ใช่ความผิดใหญ่ แต่ถ้าส่งต่อไปโดยไม่แก้ อาจทำให้รายงานคลาดเคลื่อนได้
ศิลามองตัวเลขนั้นนิ่ง ๆ ใบหน้าหวานซีดของพิมพ์พรรณผุดขึ้นมาในความคิด
“ตรงนี้…เหมือนยอดรวมผิดนะคะ”
เธอพูดเบามาก ไม่ได้อวดรู้ไม่ได้แสดงท่าทีเหนือกว่า
แต่เขากลับตัดบทเธอด้วยความระแวงทันทีศิลาปิดแฟ้มลงแรงกว่าที่ตั้งใจเขาไม่ชอบความรู้สึกผิดที่เริ่มเกาะอยู่ในอก ไม่ชอบที่ตัวเองเริ่มเห็นว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดง่าย ๆไม่ชอบยิ่งกว่าที่แววตาของเธอตอนถูกเขาดุ…ไม่ได้มีความกลัวเหมือนวันแรก
แต่มันว่างลงเหมือนเธอกำลังเรียนรู้ที่จะไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดของเขาความคิดนั้นทำให้ศิลาหงุดหงิดจนต้องลุกขึ้นเดินไปริมหน้าต่าง
จากสำนักงานไร่มองเห็นบ้านใหญ่ไกล ๆ
ไฟในห้องนอนชั้นบนยังสว่างห้องหอของเขา
ห้องที่เขาไม่เคยกลับไปนอนเงาร่างบางของพิมพ์พรรณเคลื่อนไหวอยู่หลังม่านเพียงครู่เดียว ก่อนแสงไฟจะดับลงศิลายืนนิ่งในมือยังถือแฟ้มที่เธอทักว่าตัวเลขผิดเขาควรขอบคุณเธอควรขอโทษด้วยซ้ำ
แต่คำง่าย ๆ เหล่านั้นกลับติดอยู่ในลำคอ
เพราะหากเขายอมรับว่าเธอทำถูกนั่นหมายความว่าเขาอาจเป็นฝ่ายผิดและศิลา รัตนภพ ไม่เคยชินกับการเป็นฝ่ายผิดโดยเฉพาะกับผู้หญิงบ้านพิชญ์ธีร์
