บทที่ 2 พรหมลิขิตที่ปารีส
“คุณแม่อยากได้อะไรเป็นของฝากดีครับ น้ำหอม หรือว่า....ของที่ระลึกดี” มังกรถามพลางยิ้มอ่อนขณะยืนเลือกน้ำหอมที่หน้าร้านแห่งหนึ่ง ก่อนจะเห็นพลอยนภัสเดินผ่านหน้าไป เขาถูกชะตาและก็ถูกใจเธอราวกับว่ามันเป็นพรหมลิขิต เธอคือคนที่ใช่สำหรับเขาอย่างไม่ต้องคิด
“แม่อยากได้ลูกสะใภ้...ถ้าแน่จริงล่ะก็เอามาฝากแม่สักคนสิ” เสียงคุณแม่สายหยุดตอบกลับทันที ช่างตรงจังหวะอะไรเช่นนั้น ทำให้มังกรหัวเราะออกมาอย่างไม่ตั้ง
“โธ่แม่!!…อย่าล้อผมเล่นแบบนี้สิครับ มาปารีสแค่ไม่กี่วันเอง จะไปหาลูกสะใภ้ให้แม่ได้ทันยังไงล่ะครับ”
“แล้วถ้าแม่หาลูกสะใภ้ให้ลูกได้ล่ะ ลูกจะว่ายังไง” น้ำเสียงของผู้เป็นมารดาดูจริงจังและเจ้าเล่ห์นิด ๆ
“แม่ครับ…” เขาลากเสียงอย่างอ่อนใจ แต่สายตายังคงเฝ้ามองหญิงสาวที่เขาถูกใจเมื่อสักครู่
“ผมบอกแล้วไง ว่าผมยังไม่พร้อมครับ เอาไว้กลับไทยเราค่อยคุยเรื่องนี้กันนะครับ”
“ก็ได้จ้ะ แต่กลับเมืองไทยคราวนี้ ลูกต้องจริงจังได้แล้วนะ...มังกร” เสียงปลายสายเหมือนกำลังพูดบังคับลูกชายทางอ้อม มังกรเบิกตากว้างเมื่อแอบมองเห็นใบหน้าของเธอชัด ๆ
“ได้ครับ งั้นเดี๋ยวก่อนกลับผมจะหิ้วสาวจากปารีสไปฝากแม่สักคน” เขาตอบผู้เป็นมารดาด้วยน้ำเสียงทะเล้น เมื่อเห็นใบหน้าสวย ๆ ของเธอ
“จะบ้าหรือไงตากร! ดูพูดเข้า!” คุณแม่สายหยุดขึ้นเสียงนิด ๆ แต่ยังฟังแล้วอบอุ่นเหมือนเดิม
“ผมล้อเล่นครับ ๆ” เขารีบหัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะมองหาเด็กสาวที่เขาถูกชะตาเมื่อสักครู่ และไม่รู้ว่าเธอหายไปไหนเสียแล้ว
“ว้า!!!.. แย่จังเมื่อกี้ยังเห็นอยู่เลย” เขาพึมพำ พลางมองซ้ายขวาก็ไม่เห็นแม้เงาของเธอ ชายหนุ่มเดินมาหยุดใจกลางเมือง มองไปรอบ ๆ เมืองหลวงแห่งแฟชั่นด้วยหัวใจที่เหมือนถูกอะไรบางอย่างเรียกหา
หลังจากเลือกซื้อน้ำหอมเสร็จเรียบร้อยเด็กสาวก็เดินไปยังร้านมาการองชื่อดังอย่าง Ladurée ที่มีผู้คนยืนต่อแถวกันยาวเหยียด พลอยนภัสอดใจไม่ไหวกับสีสันสดใสของขนมหวานชิ้นเล็กๆ เหล่านั้น
เธอจึงไปยืนต่อแถวซื้อมาการองหลากรส จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงความเย็นจากอากาศที่เริ่มลดลง ไม่นานนักพลอยนภัสก็ได้มาการองสำหรับบรรเทาความหิว เด็กสาวจึงเดินหาร้านอาหารเล็กๆ บรรยากาศอบอุ่นเพื่อพักทานมื้อเย็นพร้อม ๆ กับมาการองในมือ
เด็กสาวเลือกเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ตกแต่งสไตล์วินเทจ มีผ้าปูโต๊ะลายตารางหมากรุกสีแดงขาว โคมไฟระย้าที่ให้แสงสลัวๆ ซึ่งดูแล้วราคาอาหารน่าจะไม่แพง
“แค่นี้ก่อนนะครับแม่ ผมจะหาอะไรกินสักหน่อย เดี๋ยวจะมืดแล้ว แม่อย่านอนดึกนะครับ” มังกรรีบเอ่ยบอกมารดา น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนเพราะในวินาทีนั้น สายตาของเขาเหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในร้านเล็ก ๆ ตรงมุมถนน คนที่เขาอุตส่าห์ตามหาอยู่นาน
“จ้ะลูก… เดินดี ๆ นะจ๊ะ อย่าไปเผลอเตะอะไรของใครเค้าล่ะ” ปลายสายหัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู
“ครับ… ฝันดีนะครับแม่”
เมื่อกดวางสาย เสียงสัญญาณเงียบลง มังกรเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋าเสื้อโค้ตอย่างลวก ๆ แต่สายตาของเขายังคงไม่ละจากเด็กสาวที่นั่งอยู่หลังกระจกใสบานนั้นเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ลมเย็นเฉียบพัดปะทะใบหน้าเรียบคมของเขา ปลายผมสีเข้มสะบัดไหวเช่นเดียวกับท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนจากสี เขาไม่รู้ว่าเพราะอากาศเย็นจัด หรือเพราะภาพของเด็กสาวที่กำลังจิบเครื่องดื่มอุ่น ๆ อย่างเงียบงันทำให้หัวใจเขาพลันเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ราวกับโชคชะตากำลังพาเขาให้พบเธออีกครั้ง และครั้งนี้เขาจะต้องทำความรู้จักกับเธอให้ได้
พลอยนภัสค่อย ๆ เป่าไอร้อนเหนือถ้วยซุปหัวหอมฝรั่งเศส ก่อนจะตักชีสที่เยิ้มจนแทบล้นขอบขึ้นมาชิมด้วยความตื่นเต้น รสเข้มข้นกับกลิ่นหอมละมุนทำให้เธอหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ข้าง ๆ กันคือบาแกตต์ที่กรอบกำลังดี เมื่อกัดเข้าไปก็เผยความนุ่มอุ่นด้านใน จนเธอรู้สึกเหมือนหัวใจอิ่มตามไปด้วย และเพื่อคลายลมหนาวที่พัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ เธอเลือกสั่งเครื่องดื่มอุ่น ๆ มานั่งจิบ
