บทที่ 3 คนแปลกหน้าที่ใจดี

ถ้วยเซรามิกสีครีมที่มีไอน้ำลอยกรุ่นอยู่เหนือผิวของ chocolat chaud หรือช็อกโกแลตร้อนแบบฝรั่งเศสแท้ ๆ เมื่อยกขึ้นแนบริมฝีปาก รสหวานละมุนผสานกลิ่นโกโก้เข้ม ๆ ทำให้วันแรกในกรุงปารีสของเธออบอุ่นกว่าที่คาดเอาไว้… เด็กสาวพ่นลมหายใจเบา ๆ พลางมองผู้คนเดินผ่านไปมายามพลบค่ำ

เมื่อมื้ออาหารสิ้นสุดลง พลอยนภัสล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าถือที่สะพายอยู่ด้านข้างเพื่อหยิบกระเป๋าเงินออกมา แต่สิ่งที่สัมผัสได้คือความว่างเปล่า หัวใจของเธอกระตุกวูบ ความร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาที่ใบหน้า เธอเพิ่งรู้ตัวว่ากระเป๋าเงินและมือถือได้หายไปแล้ว และเมื่อกวาดตามองอย่างละเอียด ก็เห็นรอยกรีดเล็กๆ แนวยาวที่ด้านข้างกระเป๋าที่ถูกกระทำอย่างแนบเนียนจนเธอไม่ทันสังเกต

“Madame?” พนักงานเสิร์ฟชายสูงวัยในชุดเอี๊ยมสีดำเดินเข้ามาทวงค่าอาหาร ใบหน้าของเธอซีดเผือดราวกับกระดาษ เด็กสาวพยายามรื้อค้นทุกซอกทุกมุมภายในกระเป๋าเป้ของเธอ สลับกับกระเป๋ากางเกงยีนส์ แต่ก็ไม่มีวี่แววของกระเป๋าเงินแม้แต่เหรียญเดียว ความตื่นตระหนกเข้าจู่โจม เธอเม้มปากล่างแน่น เพื่อไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา

พลอยนภัสรู้สึกเหมือนมีสายตาทุกคู่ในร้านจับจ้องมาที่เธอ จนเด็กสาวแทบอยากจะวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้ แต่ขาของเธอกลับแข็งทื่อราวกับถูกสาป ความอับอายกัดกินใจ

“I sincerely apologize, but I seem to have been pickpocketed. My wallet is completely gone.” (ขอโทษจริงๆ ค่ะ เหมือนฉันจะโดนล้วงกระเป๋า กระเป๋าสตางค์ของฉันหายไปหมดเลย) พลอยนภัสพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะคงความหนักแน่น แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความสั่นเครือจากความตื่นตระหนก

เธอพยายามอธิบายสถานการณ์อย่างมีเหตุผลและคล่องแคล่วเป็นภาษาอังกฤษตามที่เธอถนัด แต่สถานการณ์ตรงหน้าทำให้ทุกคำพูดต้องใช้ความพยายามอย่างสูง แต่พนักงานเสิร์ฟชายสูงวัยกลับแสดงสีหน้าไม่พอใจหนักขึ้นเรื่อย ๆ 

เขาไม่ได้สนใจการอธิบายของเธอ แต่กลับพูดเป็นภาษาฝรั่งเศสด้วยน้ำเสียงดุดันและชี้ไปที่ประตูร้าน ราวกับกำลังบอกให้เธอออกไปจากที่นี่ซะ และนั่นยิ่งทำให้พลอยนภัสยืนงงจนทำอะไรไม่ถูก เธอพอฟังภาษาฝรั่งเศสออกบ้าง และพอจะเข้าใจว่าเขาไล่เธอ

มังกรที่เห็นพลอยนภัสโดนพนักงานในร้านไล่เสียงดัง หลังฟังเธอยืนสนทนาเมื่อสักครู่ เขาจึงคิดหาทางช่วยเหลือ

ทำยังไงดี? ฉันจะทำยังไงดี? เสียงในหัวของเธอดังก้อง เด็กสาวรู้สึกอับอายขายหน้าอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต การมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนในต่างแดนสอนให้เธอเข้มแข็งและพึ่งพาตัวเอง แต่สถานการณ์ตรงหน้านี้กลับเกินขีดจำกัดที่เธอจะรับไหว

ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นข้างหลังเด็กสาว ชายหนุ่มก้าวมายืนข้าง ๆ เธอ เขาพูดกับพนักงานคนนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยเป็นภาษาฝรั่งเศสที่ดูคล่องแคล่ว

“Combien coûte l'addition? Je vais payer pour elle.” (ค่าอาหารเท่าไหร่? ผมจะจ่ายให้เธอเอง)

พนักงานเสิร์ฟถึงกับชะงักเมื่อเห็นชายหนุ่มรูปงามท่าทางภูมิฐานพูดภาษาของตนได้อย่างดี และรับรู้ถึงออร่าความมั่นใจที่แผ่ออกมา เขาจึงผ่อนสีหน้าลง

“Treize euros cinquante, monsieur.” (สิบสามยูโรห้าสิบเซนต์ครับท่าน) พนักงานเสิร์ฟ ตอบกลับมาเป็นภาษาฝรั่งเศสอย่างสุภาพ ต่างจากเมื่อสักครู่อย่างสิ้นเชิง เขารับเงินจากมังกรแล้วเดินไปที่เคาเตอร์อย่างเงียบๆ จากนั้น ซีอีโอหนุ่มจึงหันมาหาเด็กสาวพร้อมรอยยิ้ม

“คุณเป็นคนไทยใช่มั้ยครับ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล พลอยนภัสมองใบหน้าคมเข้มของเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ความกดดันและความอับอายเมื่อครู่ค่อย ๆ สลายไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป