บทที่ 8 เอายังไงดี
หัวใจของเด็กสาวที่หนักอึ้งความเจ็บช้ำที่เพิ่งเกิดขึ้น ภาพตอนถูกไล่ออกจากร้านอาหารเพราะไม่มีเงินจ่ายยังตามหลอกหลอน เธอน้ำตาซึมเงียบ ๆ ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมต้องออกนอกแผนการเดินทาง ทั้งที่ตั้งใจเก็บเงินค่าตั๋วกลับไทยด้วยตัวเองมาตั้งแต่ต้น แต่สุดท้ายกระเป๋าถูกกรีด เงินทั้งหมดก็หายไป เธอรู้สึกผิดต่อตัวเอง แต่ก็ยังแอบรู้สึกขอบคุณมังกรที่ช่วยเหลือเธอเอาไว้ในคืนนี้ เขากลายเป็นที่พักพิงเดียวของเธอในต่างแดน แค่คำว่าขอบคุณที่เธอเอ่ยกับเขามันยังดูน้อยไปด้วยซ้ำ
เด็กสาวหยิบชุดนอนผ้าฝ้ายสีอ่อน ออกมาจากกระเป๋าเป้ใบเล็กๆ ก่อนจะเดินเข้าสู่ห้องน้ำอันหรูหราขนาดใหญ่ที่มีอ่างอาบน้ำและห้องอาบน้ำแยกส่วนกันอย่างเป็นระเบียบ น้ำอุ่นที่ไหลรินช่วยปลอบประโลมความตื่นตระหนกที่สะสมมาเมื่อช่วงหัวค่ำให้คลายลง
เสียงเรียกเข้าจากมือถือของชายหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ มังกรรรีบกดรับสายด้วยความแปลกใจ ที่เห็นมารดาวิดีโอคลอมาอีกครั้ง
“ยังไม่นอนอีกเหรอครับแม่...ดึกแล้วนะครับ” ใบหน้าของมารดาปรากฏบนจอ เธอยิ้มให้ลูกชายเหมือนเคยเช่น
“แม่นอนไม่หลับน่ะสิ ก็กังวลเรื่องของแกนั่นแหละ แล้วนี่กลับถึงโรงแรมหรือยัง”
“ถึงแล้วครับแม่...นี่ไงผมกำลังอยู่ในห้อง”
“กลับมาเมืองไทยคราวนี้ถ้าลูกยังไม่ได้จริงจังกับใคร ลูกต้องไปพบหนูเกรชกับแม่ให้ได้นะ...มังกร อย่างน้อย ๆ ก็ไปทำความรู้จักกันเอาไว้ก่อนก็ยังดี ชอบไม่ชอบค่อยว่ากัน”
“เอาน่า...แม่!! ผมไม่เบี้ยวหรอก” มังกรพูดเสียงอ่อย ก่อนจะถอนหายใจออกมา ทันใดนั้นก็ดังขึ้นเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของโรงแรมก็ดังลั่นอย่างต่อเนื่อง
พลอยนภัสที่กำลังใช้ปลายนิ้วนวดศีรษะอย่างเพลิดเพลินในขณะสระผม หัวใจดวงน้อยของเธอพลันหล่นวูบด้วยความตกใจ เสียงไซเรนที่ดังทำให้เธอใจหายวาบ
“เสียงสัญญาณเมื่อคืน ดังอีกแล้วเหรอ..มังกร ทำไมเค้าไม่แก้ล่ะ” มารเอ่ยถามเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในห้องนอนของลูกชาย
“น่าจะยังแก้ไม่เสร็จครับแม่ มันดังเวลานี้ทุกคืนเลย”
“งั้นก็รีบเข้านอนได้แล้ว มานั่งอยู่ทำไมกัน”
“ผมก็ยังไม่ง่วงครับแม่ อีกอย่างที่นี่มันก็ยังไม่ดึกเท่าไหร่”
“แล้วมัวทำอะไรล่ะ ถึงไม่รีบไปอาบน้ำ”
“ผมกำลังนั่งดูรายงานการประชุมอยู่ครับ”
“โธ่!!...อย่าเพิ่งหักโหมมากซิลูก มาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองต้องดูแลตัวเองสิ เจ็บป่วยอยู่ที่นู่นใครจะมาดูแล” เขาพยักหน้าและยิ้มให้มารดาอย่างอ่อนโยน
“ครับแม่ ไม่ต้องห่วงครับ”
พลอยนภัสนึกไปถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เพิ่งประสบมาสด ๆ ร้อน ในช่วงที่พักอยู่บ้านอุปถัมภ์ จนความกลัวเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว เด็กสาวลนลานราวกับคนขาดสติ
มังกรที่กำลังสนทนาอยู่กับมารดารีบเดินไปเปิดม่านนิดหนึ่ง มองแสงไฟระยิบของปารีสยามค่ำด้วยใจที่เริ่มผ่อนคลาย เมื่อเห็นว่าทุกอย่างยังคงอยู่ในเหตุการณ์ปกติ
“เดี๋ยวอีกสักพักมันก็เงียบครับแม่” ซีอีโอหนุ่มตอบผู้เป็นมารดาให้คลายกังวล
เด็กสาวล้างแชมพูออกจากผมอย่างไม่เรียบร้อยนัก ก่อนจะรีบปิดน้ำ และคว้าผ้าเช็ดตัวผืนหนาที่อยู่ใกล้ ๆ มาพันรอบกายอย่างลวก ๆ และด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด ทำให้เธอต้องรีบออกมาจากตรงนั้นทันทีมือเรียวบางคว้าลูกบิดประตูและพรวดพราดออกจากห้องน้ำ ก่อนจะมุ่งตรงไปยังประตูของห้องนอน เพื่อเปิดออกไปยังห้องรับแขกที่อยู่ด้านนอก
ทันใดนั้น...เสียงหวานก็ดังขึ้นที่ด้านหลังของเขา และมันไม่ใช่เขาคนเดียวที่ได้ยิน แต่เป็นมารดาของเขาด้วย ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันหลังไปมอง
“เสียงเตือนอะไรคะ พี่มังกร!” เสียงหวานถามด้วยความกังวลดังไปทั่วห้อง เขาหันขวับไปมองภาพตรงหน้าก็เห็นเด็กสาวผมเปียก น้ำหยดติดตามผิวแก้ม ผ้าเช็ดตัวพันร่างบอบบางเอาไว้แบบลวก ๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความกลัวสุดขีด
“เสียงใคร!!!..ลูกเอาผู้หญิงมาไว้ในห้องเหรอ...มังกร!!” ซีอีโอหนุ่มผงะไปชั่วอึดใจ เขาไม่รู้ว่าจะตอบใครก่อนดี เขาลนลานไม่ต่างจากเด็กสาวที่กำลังเอ่ยถาม
“มังกร!!!…” มารดาขมวดคิ้วเล็กน้อยตะโกนออกมาจากในจอเสียงดังลั่น
“เสียงผู้หญิงนี่นา ไหนบอกว่าลูกอยู่คนเดียวไง?” เขาเหลือบมองพลอยนภัสที่ยืนตัวแข็ง จนแทบจะลืมหายใจ ตอนนี้เด็กสาวรู้แล้วว่าเธอมาในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม
