บทที่ 9 ว่าที่ลูกสะใภ้

ผ้าเช็ดตัวที่เกาะอกแบบหมิ่นเหม่จนกลัวว่ามันจะหลุดเสียให้ได้ ความน่ารักเซ็กซี่และความลนลานของเธอทำให้เขาอดขำไม่ได้ ก่อนจะรีบแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าอย่างเร่งด่วน

“อ๋อ!!!… เสียงของพลอยครับแม่ เธอเป็นแฟนผมเอง” เขาตัดสินใจตอบผู้เป็นมารดาก่อนอย่างไม่ลังเล

“พะ…พี่กร!” เสียงเด็กสาวเสียงสั่นเครือ ไม่รู้ว่าจะกังวลเรื่องอะไรก่อนดี ดวงตาเบิกกว้าง ในขณะที่มารดาของมังกรยิ้มหน้าบานจนแทบจะเต็มจอมือถือ

“แฟนเหรอ!! โอ๊ย แม่ดีใจ! ในที่สุดลูกของแม่ก็มีแฟนสักที! เสียงหวานเชียว ไหน ๆ ...ขอแม่ดูหน้าแฟนแกหน่อยสิ”

มังกรยังคงรักษามาด นิ่ง ๆ แบบไม่รู้ไม่ชี้ ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้ใต้แววตาคมกริบ รอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยบอกชัดว่าเขาแอบสนุกกับสถานการณ์นี้ ก่อนจะหมุนกล้องมือถือให้คุณแม่ของเขาได้เห็นใบหน้าสวยหวาน ของพลอยนภัสอย่างเต็มตา

เด็กสาวตกใจจนต้องยืนตัวเกร็งและพยายามทำสีหน้าให้เรียบร้อย เมื่อเห็นใบหน้าใจดีของมารดาเขาผ่านหน้าจอ และด้วยสัญชาตญาณและความเข้าใจสถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เธอรีบยกมือไหว้มารดาของเขาด้วยความนอบน้อมและยอมรับสถานะที่เป็นกลายเป็นคนรักของเขาไปก่อนแบบงง ๆ

“สวัสดีค่ะคุณแม่” น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา แต่ก็พยายามทำให้มั่นคงและตื่นตระหนกน้อยที่สุด

“ไหว้พระเถอะลูก” เสียงของคุณแม่สายหยุดเต็มไปด้วยความเมตตา และความปลาบปลื้มใจที่เกินคาด ก่อนจะเอ่ยขึ้นกับทั้งสอง

“มีแฟนสวยน่ารักขนาดนี้... ไม่เห็นต้องปิดบังแม่เลยนี่น่า... มังกร!” ลูกชายหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะเอ่ยต่อไปอย่างแนบเนียน

“ผมก็กะเซอร์ไพรส์แม่นั่นแหละครับ” เขาตอบอย่างอารมณ์ดี และหันไปสบตาพลอยนภัสแวบหนึ่ง ราวกับให้สัญญาณว่าเขาจะรับหน้าที่ในการอธิบายเรื่องราวนี้ทั้งหมดด้วยตนเอง

“พลอยมาเรียนแลกเปลี่ยนที่ลอนดอนครับแม่ เรากำลังจะกลับพร้อมกัน... แต่บังเอิญว่าพลอยทำกระเป๋าสตางค์แล้วก็พวกพาสปอร์ตหาย ผมเลยต้องอยู่ช่วยน้องและพาไปติดต่อสถานทูตพรุ่งนี้ครับ” เขาอธิบายเรื่องราวอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือให้กับความสัมพันธ์ที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมา

“โธ่เอ้ย!!!...แม่น่าสงสารหนูจริง ๆ...เลยลูก มังกร!!!!...ลูกต้องดูแลน้องดี ๆ ล่ะ ถ้ากลับถึงแล้วพามาหาแม่ด้วยนะ!” คุณสายหยุดจ้องมองใบหน้าของเด็กสาวอย่างพิจารณา ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู

“ครับแม่” มังกรตอบรับอย่างนุ่มนวล แต่ในใจเขารับรู้ถึงแรงกดดันนี้อย่างเต็มเปี่ยมเมื่อเห็นใบหน้าของพลอยนภัสที่มองมา

“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่นะครับแม่”

“โอเคจ้า ยินดีด้วยนะลูก! ยินดีที่ได้รู้จักหนูพลอยนะจ๊ะ” เสียงของคุณแม่ยังเต็มไปด้วยความปลื้มปริ่ม ก่อนสายจะวางลง

“สวัสดีค่ะ คุณแม่” พลอยนภัสยกมือไว้คุณสายหยุดอีกครั้ง ก่อนที่หญิงสูงวัยจะโบกมือลา

ทันทีที่แสงจากหน้าจอมือถือดับสนิท ความเงียบก็เข้าปกคลุมห้องสวีทราวกับมีมนต์สะกด เหลือเพียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผสานเข้าหากันอย่างลงตัว...

“พี่กร!!!...ทำไมไปบอกคุณแม่ของพี่แบบนั้นล่ะคะ!” พลอยนภัสทำลายความเงียบนั้นด้วยการเอ่ยคำถาม มังกรลดมือถือลง ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเขาปะทะกับกลิ่นครีมอาบน้ำและแชมพูจากผิวของเธอ กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวพลอยนภัสกระตุ้นให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ

“พลอยไปอาบน้ำต่อเถอะ ผมเปียกนาน ๆ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” น้ำเสียงของเขาฟังดูเป็นห่วง แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความต้องการที่ยากจะปิดบัง

“มันคืออะไรเหรอคะ...พี่กร พลอยไม่เข้าใจ ทำไม่พี่บอกคุณแม่ไปแบบนั้น” เสียงของเธอเบาหวิว ราวกับกำลังรอคำตอบที่ชัดเจน แต่แล้วเด็กสาวก็ต้องผิดหวัง พร้อม ๆ กับเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ลุ่มลึกกว่านั้นภายใต้ดวงตาคมกริบของชายหนุ่ม

“พลอยไปอาบน้ำให้เสร็จก่อนเถอะ ออกมาเดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟัง” เขาตอบอย่างเด็ดขาดราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่ยืดยาวไม่สามารถเล่าให้จบได้ในคราวเดียว แต่คำพูดนั้นก็แฝงไปด้วยความจริงใจที่อ่อนโยน ดวงตาคู่สวยยังคงสั่นไหวเมื่อมองใบหน้าของเขา

“แล้วเสียงเตือนภัยที่ดังเมื่อกี้ล่ะคะ มันเกิดอะไรขึ้นด้านนอกหรือเปล่า” เด็กสาวเอ่ยถามแม้ว่าเสียงเตือนภัยจะเงียบไปแล้วก็ตาม

“อ๋อ... ไม่มีอะไรหรอก น่าจะเป็นสัญญาณเตือนภัยที่มันขัดข้อง เดี๋ยวเค้าก็คงประกาศขอโทษเองแหละ...พลอยไม่ต้องตกใจไปหรอก เมื่อคืนมันก็ดังแบบนี้แหละ” มังกรตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความขบขันที่มีเสน่ห์ เมื่อเห็นเรือนร่างที่บอบบางของเด็กสาวตรงหน้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป