บทที่ 13 หมากคนละกระดาน

บรรยากาศในรถยุโรปคันหรูเงียบสนิทจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์เบาๆ ทว่ากลับเต็มไปด้วยความอึดอัดเพราะรังสีที่แผ่ออกจากตัวคนที่นั่งพิงเบาะหลังด้วยท่าทีนิ่งสงบ พิชชาภาที่นั่งอยู่ข้างๆ พยายามปิดปากให้เงียบสนิทที่สุด ทว่าในใจกลับยังคิดเรื่องของชายวัยกลางคนผู้นั้นไม่จาง

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าน้ำเสียงของวิกเตอร์ หวัง คล้ายใครบางคนที่รู้จัก แต่จนแล้วจนรอด...ยังนึกไม่ออก ไหนจะสายตาที่เขามองเธอ ทุกอย่างมีแต่คำถาม

ทว่า...เธอจะไปตามหาคำตอบมาจากที่ไหน

“รู้จักกันมาก่อนเหรอ?” น้ำเสียงเย็นเยียบถามขึ้นทำลายความเงียบ ทำให้พิชชาภาสะดุ้งก่อนจะหันไปมองประธานหนุ่ม สายตาคมกริบของเขากำลังมองจ้องเธอราวกับจะค้นหาความจริงที่ซุกซ่อน

“คุณหมายถึงใครคะ?”

“วิกเตอร์ หวัง” อัคนินขยับตัวเข้ามาใกล้ น้ำเสียงห้วนกร้าวเอ่ยต่อ “สายตาที่เขามองเธอ...เธอไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือไง?”

พิชชาภานั่งนิ่ง เพราะไม่มีพื้นที่ให้ขยับหนีไปไหนอีกแล้ว หญิงสาวหันไปมอง...เชิดหน้าเล็กน้อยเมื่อตอบ

“รู้สึกค่ะ...รู้สึกว่าเขาเอ็นดู เขาถึงชมฉันยังไงละคะ”

 อัคนินยิ้มหยันเมื่อได้ยินคำตอบนั้น

“คุณจะบอกว่าไม่รู้จักเขามาก่อนงั้นหรือ...แต่สายตาเขา ไม่ได้บอกแบบนั้นน่ะสิ!”

“คุณคิดว่าฉันโกหกเหรอคะ? ฉันไม่รู้จักคุณวิกเตอร์ หวัง อะไรนั่นจริงๆ สำหรับฉันเขาคือคนแปลกหน้าคนหนึ่งก็เท่านั้น...ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้ ที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับฉันทั้งที่ฉันไม่เคยทำอะไรให้!”

คำพูดตรงไปตรงมาบวกสายตาที่มองอย่างท้าทายของพิชชาภาทำให้อัคนินชะงักไปชั่วครู่ เขามองหญิงสาวนิ่ง เธอเองก็จ้องตอบไม่ลดละ ใบหน้าหวานกำลังเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความขัดใจ

ชายหนุ่มบอกตัวเองว่าเขาโกรธ แต่พอถามตัวเองว่า โกรธเรื่องอะไร...เขากลับตอบไม่ได้ รู้แต่ว่าความโกรธมันอัดแน่นเต็มหัวใจ สุดท้ายเขาก็หันมองไปทางอื่น แต่ความคิดกลับไม่หยุด...เขายังคงเห็นภาพของชายวัยกลางคนผู้นั้น สายตาที่มองเธอ...

ไม่!

คนของเขา! มีเขาคนเดียวที่มองได้เท่านั้น!

ขณะเดียวกันที่คฤหาสน์ชานเมืองของ อธิราช วัฒนากร

อธิราชเดินวนเวียนไปมาในห้องทำงานส่วนตัวด้วยความกระวนกระวายใจ เม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผม หน้าผาก และแผ่นหลัง รอยยิ้มนักบุญที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าเขาเป็นนิจ กลับเลือนหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกและเคร่งเครียด

‘ยกเครื่องตรวจสอบงบการเงินย้อนหลัง’ คำพูดนั้นของวิกเตอร์ยังคงตอกย้ำอยู่ในหัวของเขา หากมีการตรวจสอบจริงละก็ เรื่องยักยอกเงินนอมินีหลายพันล้านที่เขาสูบออกจากบริษัทจะถูกเปิดโปง ทุกอย่างที่เขาวางแผนและลงมือกรุยทางไว้สำหรับตนเอง...พังทลายแน่ๆ

ฉับพลันนั้นเอง เขานึกไปถึงใครคนหนึ่ง...

...หรือว่าจะเป็นมัน...กิตติศักดิ์...

...แกอยู่เบืองหลังเรื่องนี้...ใช่ไหม...

อธิราชพยายามเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ เหมือนต่อจิ๊กซอว์ เขารู้ว่าเมื่อยี่สิบปีก่อนนั้นกิตติศักดิ์หนีไปพร้อมกับหลักฐานสำคัญบางอย่าง แล้วจู่ๆ การที่มหาเศรษฐีจากออสเตรเลียเข้ากว้านซื้อหุ้นและบีบ วัฒนากร กรุ๊ป ก็ดูจะประจวบเหมาะเกินไป

ไม่ได้การล่ะ! ขืนนิ่งเฉยไม่ทำอะไร ก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น!

อธิราชนึกถึง ‘หมาก’ อีกตัวของเขาขึ้นมา คงถึงเวลาแล้วกระมังที่จะเดินหมากตัวนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด

กลางดึกคืนนั้น...

ขณะที่พิชชาภาอยู่ในห้องพักของตนเอง และกำลังจะล้มตัวลงนอน พลันได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้น เป็นเสียงเหมือนมีอะไรสั่นๆ หญิงสาวมองไปรอบห้องก่อนจะพบว่า เสียงนั้นดังมาจากลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง

“โทรศัพท์?” เธอรำพึงกับตนเอง ภาพโทรศัพท์ที่อธิราชซ่อนมาในกล่องขนมผุดขึ้นในความทรงจำ เธอรีบลุกจากเตียงไปดึงลิ้นชัก แล้วล้วงมือไปข้างใต้หยิบโทรศัพท์ที่ซุกซ่อนไว้ออกมา

“ใช่จริงด้วย” บนหน้าจอโทรศัพท์ สว่างเรืองและปรากฏชื่อ ‘A’ กำลังโทรเข้ามา

พิชชาภามองชื่อนั้นแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะกดปุ่มรับสาย แต่ไม่พูดอะไร

“...”

“พิช...หนูพิช...” เสียงทุ้มของอธิราชดังมาจากปลายสาย

“ค่ะ”

“นี่อาเองนะ” น้ำเสียงเขาแฝงความร้อนรน

“ค่ะ คุณอามีอะไรเหรอคะ แล้ว...โทรศัพท์เครื่องนี้...” เธอแสร้งทำเป็นไร้เดียงสา เพราะอยากรู้ว่าเขาจะมาไม้ไหน

“อาเอาไว้ให้หนู เผื่อไว้ติดต่อกัน อารู้ว่าคินไม่ให้หนูติดต่อใคร...ใช่ไหม?”

“เอ่อ...ค่ะ แต่ถ้าคุณอัคนินมาเจอ พิชจะลำบากนะคะ คุณอาเอาคืนไปเถอะ”

“เรื่องนั้นไว้ค่อยว่ากัน ถ้าหนูไม่สบายจริงๆ วันไหนฉันเข้าไปที่นั้น ฉันไปรับโทรศัพท์คืน แต่วันนี้ฉันมีเรื่องจะให้หนูช่วยสักหน่อย”

...นั่นไง...ในที่สุดเขาก็เผยจุดประสงค์ที่โทรศัพท์มาวันนี้แล้ว...

“เรื่องอะไรเหรอคะ”

“วิกเตอร์ หวัง” เขาเอ่ยชื่อนั้นออกไป “อาสืบรู้มาว่ามันเป็นนอมินีของมาเฟียต่างชาติ และอาเชื่อว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับพ่อของหนูเมื่อยี่สิบปีก่อนด้วย” ดวงตาพิชชาภาเป็นประกายเมื่อนึกรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะใช้เรื่องพ่อมาหลอกล่อเธอ “อาอยากช่วยหนูกับพ่อนะพิช...” เสียงจากปลายสายแฝงแววเห็นอกเห็นใจก่อนเอ่ยต่อ “พรุ่งนี้ที่บริษัท อัคนินจะต้องเตรียมเอกสารสำหรับโต้ตอบการร่วมทุน หนึ่งในนั้นมีเอกสารแนบท้ายงบการเงิน หนูแอบถ่ายแล้วส่งมาให้อาได้ไหม...แล้วอาจะใช้มันหาทางช่วยพ่อของหนูและพาหนูไปจากกรงขังของอัคนิน!”

พิชชาภานิ่งฟังพลางใช้ความคิดประมวลผมอย่างรวดเร็ว...อธิราชต้องการให้เธอแอบถ่ายเอกสารงบการเงิน นั่นแปลว่า...เอกสารฉบับนั้นจะต้องมี ‘ความลับ’ ที่อธิราชกลัวว่าจะถูกวิกเตอร์ตรวจพบแน่ๆ

“ได้ค่ะ คุณอา...พิชจะหาทางแอบถ่ายมาให้นะคะ”

เมื่อวางสายแล้ว พิชชาภายิ้มให้กับความว่างเปล่าตรงหน้า อธิราชคิดจะใช้เธอ...โดยที่ไม่รู้เลยว่า กระดานที่เขากับเธอเล่น...มันคนละกระดานกัน!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป