บทที่ 3 ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
คฤหาสน์ตระกูลวัฒนากรในยามค่ำคืนตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวบนที่ดินกว่าสิบไร่ ตัวอาคารสถาปัตยกรรมจีนร่วมสมัยขนาดใหญ่โอบล้อมด้วยสวนสนและสระน้ำกว้างขวาง ทั้งใหญ่โตและหรูหรา แต่สำหรับหญิงสาวร่างบางที่เพิ่งถูกพาตัวลงจากรถคันหรูโดยบอดี้การ์ดของอัคนิน กลับรู้สึกว่า...มันไม่ต่างจากคุก!
พิชชาภาไม่ได้ถูกมัดหรือพันธนาการ ทว่าการถูกชายฉกรรจ์ในชุดดำล้อมรอบมากมาย แต่ละคนตัวสูงใหญ่ ท่าทางนิ่งเงียบแต่แฝงความดุดัน และสายตาเฉียบคมที่จ้องจับอยู่ที่เธอตลอดเวลา ทำให้เธอรู้ดีว่าไม่มีทางหนีรอด หญิงสาวสูดหายใจเข้าเต็มปอด เพื่อรวบรวมพลังใจที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา พลางก้าวเดินเข้าไปในตัวตึกใหญ่ตามแรงกดดันทางสายตา
เมื่อก้าวเข้าไปในห้องโถงที่ตกแต่งอย่างคลาสสิกงดงาม อัคนินซึ่งเดินเข้ามาก่อนนั่งรออยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท เขารินบรั่นดีใส่แก้วให้ตัวเอง แล้วแกว่งแก้วไปมาช้าๆ แสงไฟสลัวจากโคมระย้าขับเน้นให้ใบหน้าคมคายดูดุดันยิ่งขึ้น
“นั่งลง!” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ไม่ใช่การเชื้อเชิญ...แต่คือคำสั่ง!
พิชชาภายังคงยืนนิ่ง นัยน์ตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้านิ่งอย่างไม่เกรงกลัว
“คุณจับตัวฉันมาที่นี่ทำไมคะคุณอัคนิน! พ่อของฉันไม่ใช่ฆาตกรอย่างที่คุณกล่าวหา และก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้ด้วย! พ่อฉันเป็นแค่คนธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น!”
อัคนินแค่นยิ้ม ก่อนวางแก้วบรั่นดีลงบนโต๊ะกระจกจนเกิดเสียงดัง เขาเอื้อมหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกขึ้นมาโยนลงตรงหน้าหญิงสาว
“คนธรรมดางั้นเหรอ...คนธรรมดาที่ไหนจะมีชื่อมีประวัติอยู่ในแฟ้มคดีของตำรวจ ซ้ำยังเป็นบุคคลอันตรายที่มีหมายจับคดีฆาตกรรม อธิป วัฒนากร พ่อของผม!” อัคนินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและก้าวเข้าหาเธอ “ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา พ่อของคุณกบดานหนีคดีได้อย่างไร้ร่องรอย แต่ตอนนี้...หมดทางหนีแล้ว!”
คำขู่ของอัคนินทำให้หัวใจของพิชชาภาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่น แม้ใจจะยังไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดทั้งหมด แต่เอกสารที่กระจายเกลื่อนตรงหน้ากลับเป็นหลักฐานอย่างดี และทำให้หญิงสาวปะติดปะต่อเรื่องราวบางอย่างที่เคยสงสัยมาตั้งแต่เป็นเด็ก ว่าทำไมพ่อถึงต้องยกเธอให้เป็นลูกของอาพงษ์...น้องชายของพ่อ แล้วก็ไปทำงานต่างประเทศไม่ยอมกลับมา ได้แต่ส่งเงินมาให้เธอทุกเดือน
“คุณ...คุณจะทำอะไรพ่อ”
“นั่นมันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ พิชชาภา” ชายหนุ่มเหยียดยิ้ม แววตาคมกริบฉายประกายของผู้กุมชัยชนะ “ผมมีข้อเสนอที่คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”
อัคนินขยับเข้าไปใกล้จนพิชชาภาได้กลิ่นน้ำหอมบุรุษจางๆ ผสมกับกลิ่นบรั่นดี เธอก้าวถอยหลังเมื่อสัมผัสถึงรังสีบางอย่างที่แผ่ออกจากตัวเขา กระทั่งแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับเสาหินอ่อน
“แต่งงานกับผม!” เขาเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ ทว่าพิชชาภากลับทำเหมือนได้ยินเสียงฟ้าผ่า
“อะไรนะ!” ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “คุณบ้าไปแล้วเหรอ! คุณจะแต่งงานกับฉัน ทั้งที่ไม่ได้รักไม่ได้ชอบ แถมยังกล่าวหาว่าพ่อฉันฆ่าพ่อคุณเนี่ยนะ!”
รอยยิ้มแสยะบนใบหน้าหล่อเหลาของเขาทำให้พิชชาภาขนลุกขึ้นมา
“เพื่อทำลายพวกคุณให้ย่อยยับทีละน้อยยังไงล่ะ” เขาเอ่ยแทบเป็นกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมฉายแววโหดเหี้ยม ไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นแม้แต่น้อย “ถ้าคุณยอมจดทะเบียนสมรสและแต่งงานเข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะผู้หญิงของผม ผมจะหยุดตามล่าพ่อของคุณ เขาจะยังคงมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักที่ต่อไป” อัคนินเว้นจังหวะ มือหนาเอื้อมไปจับปอยผมของหญิงสาวแล้วทัดหูให้อย่างนุ่มนวล ทว่ากลับเป็นสัมผัสที่ชวนขนลุกสำหรับพิชชาภา “แต่ถ้าคุณปฏิเสธ ผมจะตามล่าพ่อของคุณต่อไป คุณมั่นใจได้เลยว่า...ผมจะทำทุกวิธีให้พ่อคุณได้รับผลกรรมอย่างสาสม!”
พิชชาภากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บปวดนั้นย้ำเตือนให้เธอเข้มแข็ง ไม่ว่าพ่อจะเป็นฆาตกรหรือไม่ เขาก็เป็นพ่อของเธออยู่ดี และเธอจะไม่มีวันยอมให้พ่อต้องเผชิญอันตรายเด็ดขาด
“คุณมันไม่ใช่คน!” พิชชาภาเค้นเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธและเกลียดชังผู้ชายตรงหน้า
“ผมไม่เคยบอกว่าเป็นคนดี โดยเฉพาะกับ...ลูกสาวฆาตกรอย่างคุณ!” อัคนินถอยห่างออกมาพลางยกนาฬิกาข้อมือราคาแพงขึ้นดู “ผมให้เวลาคุณสามนาที...จะยอมแต่งงานกับผม หรือรอรับศพพ่อของคุณดีล่ะ”
ความเงียบอันน่าอึดอัดโรยตัวลงมาระหว่างคนทั้งคู่ พิชชาภาหลับตาลงเก็บกลืนน้ำตาแห่งความอัดอั้นและคั่งแค้นลงไป ก่อนจะลืมตาอีกครั้งด้วยความเด็ดเดี่ยว แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลือ กลับมีเพียงความเย็นชาเข้ามาแทนที่ เธอยอมรับชะตากรรมเพื่อให้พ่อมีชีวิตรอด
“ตกลง...ฉันจะแต่งงานกับคุณ!” พิชชาภาเอ่ยเสียงเรียบ “แต่จำไว้นะ คุณอัคนิน! คุณกักขังฉัน บังคับฉันได้ แต่คุณจะไม่มีวันได้อะไรไปจากฉัน แม้กระทั่งความยำเกรง!”
อัคนินกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจในคำตอบ แม้คำพูดอวดดีของหญิงสาวจะทำให้เขาขัดใจอยู่บ้าง ทว่าเป้าหมายของเขาสำเร็จแล้ว นับจากนี้...เกมการแก้แค้นที่เดิมพันด้วยชีวิตและความเจ็บปวดจะเริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์
