บทที่ 5 เงินเดือนแสนแพง (1)

สายลมพัดผ่านเข้าหน้าต่างในเวลาเย็นจิรภาณินท์นั่งมองการ์ดนามบัตรอยู่ในมือด้วยความลังเลใจ งานที่เธอควรจะตัดสินใจทำดีหรือไม่ หลังจากที่ฟังจากปากของผู้หญิงอายุคราวแม่ของเธอ 

ย้อยกลับไปเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา จินดารัตน์ชวนเธอออกไปทานอาหารมื้อกลางวัน ก่อนจะเปิดประเด็นคุยเรื่องงานที่เรียกเธอมาพบ แต่แบบนี้เขาเรียกว่างานได้หรือเปล่านะ

‘คุณแม่คะ เพ็ญขอพูดอะไรหน่อยได้ไหมคะ’ เพ็ญรตีพูดด้วยท่าทางหยิ่งแสดงออกถึงความไม่ชอบเธอสักเท่าไหร่

‘มีอะไรอีกล่ะแม่เพ็ญ’

‘ก็แค่ จ้างให้มาเปลี่ยนใจเจ้าภัทร แต่หล่อนไม่มีสิทธ์หลงรักลูกชายฉัน’ เพ็ญรตีพูดเสียงแข็ง ไม่แม้แต่จะมองใบหน้าของจิรภาณินท์ที่ยังนิ่งเงียบไม่ตอบโต้สิ่งใดทั้งสิ้น

‘จำนวนเงินจ้างและหน้าที่ ฉันจะบอกเธออีกทีถ้าเธอตกลง’ 

จิรภาณินท์ยังคงนั่งมองการ์ดที่อยู่ในมือ พลางทบทวนเงื่อนไขที่จินดารัตน์เสนอให้เธออีกครั้ง... 

ภายในห้องรับแขกมีแต่ความนิ่งเงียบ สายตาของเพ็ญรตีแสดงถึงความไม่พอใจออกมาจนชัดเจน เมื่อทราบถึงจำนวนเงินมากมายเกินตัวกว่าจะยอมรับได้ จินดารัตน์มองพร้อมส่ายหน้ากับลูกสะใภ้ตระกูลสูงเพียบพร้อมทุกอย่าง

“เพ็ญรับไม่ได้ค่ะคุณแม่ มันมากเกินไป” เพ็ญรตีคัดค้านเสียงแข็ง

“อะไรกันแม่เพ็ญ ฉันอาบน้ำร้อนมาก่อนย่อมรู้นิสัยใจคอคน” สายตามองอย่างไม่พอใจ เธอไม่เข้าใจเลยทำไมต้องทำอะไรแปลกๆ แบบนี้ด้วย ถึงยังไงเธอก็ไม่มีวันยอมรับไม่มีวัน ! 

“รู้ได้ยังไงคะ บางที่แม่นั่นอาจจะแกล้งทำเป็นใสซื่อก็ได้ค่ะ” 

เพ็ญรตียังพูดต่อเพื่อหวังที่จะลบล้างความตั้งใจของแม่สามีลง

“อย่างน้อยก็ดีกว่าแม่คุณหนูขี้วีนที่เธอพามาแนะนำฉันก็แล้วกัน” เพ็ญรตีมองใบหน้าของแม่สามีที่แสดงออกถึงความผิดหวังอย่างชัดเจน

“โธ่คุณแม่คะ ใครจะไปรู้เห็นว่าเป็นผู้ดี คิดว่ากิริยามารยาทงามนิสัยก็คงจะงามไม่แพ้กัน”

“เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าคนเราดูที่ภายนอกไม่ได้” เพ็ญรตีเงียบไม่เอ่ยปากพูดต่อ ใจจริงก็อยากจะเถียงกลับไปให้มากกว่านี้ 

จริงอยู่เมื่อสองปีก่อนเธอรู้จักกับคุณหญิงที่เป็นลูกค้าจากตระกูล เพชรและอัญมณี เธอเห็นว่าลูกสาวของคุณหญิงสวยและมารยามดีก็เลยทาบทามให้รู้จักกับณัฐภัทรแต่ปรากฏว่ากลายเป็นคุณหนูเรื่องมาก ถึงกับเอ่ยปากด่าแม่สามีเธอด้วยความไม่เกรงอกเกรงใจ

“ก็เพ็ญกลัวนี่คะ ถ้าได้ลูกสะใภ้ที่ไม่คู่ควรกับตาภัทร”

“เรื่องนั้นไม่ได้อยู่ที่ฉันหรือว่าเธอแต่อยู่ที่เจ้าภัทร” เมื่อพูดจบจินดารัตน์ก็ลุกเดินจากไปไม่อยากจะฟังลูกสะใภ้ที่มีอคติกับคำว่าสมบูรณ์แบบมากจนเกินไป

เพ็ญรตีมองแม่สามีเดินจากไปด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจ เธอกลัวว่าลูกชายของเธอจะได้จิรภาณินท์เป็นภรรยาจริง ๆ ยังไงซะผู้หญิงแบบนั้นก็ทำได้ทุกอย่างถ้าอยากได้เงิน 

รถยนต์หยุดจอดลงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่สีขาวสไตล์ร่วมสมัย กระจกรถถูกเลื่อนลง สายตาหวานมองไปยังบ้านเลขที่ตามที่เธอได้รับ ประตูอัตโนมัติเปิดออกอย่างช้า ๆ จิรภาณินท์ปิดกระจกรถ ก่อนจะขับเข้าไปข้างในที่จอดรถ

ประตูรถเปิดออก ขาเรียวยาวก้าวลงจากรถพร้อมหันปิดประตูรถ ก่อนจะมองเข้าไปเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ หญิงสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอวิ่งออกมา

“มาหาใครคะ” เสียงแหลมๆ ทักถามขึ้น

“มาหาคุณจินดารัตน์ค่ะ ” 

“งั้นตามมาทางนี้ค่ะ ” เมื่อพูดจบก็เดินนำเข้าไป จิรภาณินท์มองพร้อมถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินตามเข้าไป 

สายตากวาดมองไปทั่วตัวบ้านโดยรอบทุกที่ที่เธอเดินผ่าน จนกระทั่งถึงห้องรับแขก ที่ถูกแยกออกเป็นเหมือนห้องส่วนตัวอีกห้อง

“รอสักครู่คุณท่านกำลังมาค่ะ”

จิรภาณินท์พยักหน้ารับแทนการตอบ เดินเข้าไปนั่งที่โซฟาทั้งที่คอ

ยังคงแหงนมองไปทั่วห้องด้วยความชื่นชม ยอมรับว่าบ้านหลังนี้สวยมาก เธอเคยคิดอยากจะมีบ้านแบบนี้สักหลังแต่นั้นก็แค่ฝันความ บ้านสไตล์ร่วมสมัยแบบที่เคยเห็นในละครโทรทัศน์ เพิ่งจะเคยเห็นของจริงเต็มตาวันนี้ 

“รอฉันนานไหม” หญิงสาวสะดุ้งหันไปมองทางจินดารัตน์ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมยกมือขึ้นไหว้กล่าวสวัสดี

“สวัสดีค่ะ” 

จินดารัตน์พินิจมองหญิงสาวตรงหน้า เธอยอมรับว่าถูกใจไม่น้อยทั้งรูปร่างหน้าตาที่สะอาดและสวย

“นั่งลงก่อนสิ” จิราภาณินท์นั่งลง เธอมองใบหน้าของหญิงสูงวัยตรงหน้า ที่ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน 

“ตัดสินใจได้แล้วสินะ ” 

“ค่ะ แต่ณินท์ขอฟังเงื่อนไขของคุณก่อนจะได้ไหมคะ” จินดารัตน์พยักหน้าด้วยความเข้าใจ 

“เงื่อนไขของฉันไม่มีอะไรมาก ก็แค่ทำให้หลานชายฉันลืมผู้หญิงคนหนึ่งให้ได้ภายในสามเดือน ส่วนค่าจ้างฉันฉันจะให้เธอทั้งหมดสิบล้าน ฉันจะจ่ายให้เธอตอนนี้แค่ห้าล้าน เมื่อครบสามเดือนตามกำหนดแล้วเธอทำสำเร็จ ฉันจะจ่ายให้เธออีกห้าล้าน” เมื่อได้ยินความจริงก็ควรจะดีใจที่จำนวนเยอะมากมายขนาดนี้แต่ทำไมถึงต้องเป็นเธอ นั้นคือคำถามที่เธออยากรู้คำตอบ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป