บทที่ 1 หน้าที่

ตอนที่1 หน้าที่

น้ำใส

“ตายแล้ว!” เสียงของพี่วารีดังขึ้นทำให้ฉันตกใจไปด้วยจนต้องหันไปมองอย่างเร็ว

“เป็นอะไรคะ?” ฉันถามขึ้นด้วยความสงสัยและเป็นห่วงพี่ร่วมงาน

“พี่ลืมอ่ะน้ำ พอดีห้อง 20-01 เขาบอกให้พี่ไปเปลี่ยนผ้าปูให้น่ะ” พี่วารีพูดขึ้นด้วยใบหน้าไม่สู้ดีและร้อนรนไม่น้อยกับหน้าที่ที่หลงลืมไป

“แล้วตอนนี้เขายังไม่กลับเหรอคะ” เมื่อได้ยินแบบนั้นฉันเลยถามออกไป เพราะว่านี่ก็ดึกมากแล้ว เขาบอกให้ไปเปลี่ยนตอนไหนเมื่อไหร่ แล้วตอนนี้ลูกค้าจะกลับมาหรือยังเพราะถ้ายังไงอาจจะไปเปลี่ยนทัน แต่ถ้ากลับมาแล้วก็คงถูกตำหนิในตอนเช้าแน่ๆ

“ยังน่ะ พี่นั่งอยู่ตรงนี้ยังไม่เห็นเขามาเลย แต่เขาบอกพี่เองว่าให้ไปเปลี่ยน พี่ว่ายังไงเขาก็ต้องกลับมานอนที่นี่แน่เลย” พี่วารีพูดขึ้นด้วยความกังวลไม่คลายเลยแม้แต่น้อย

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้างั้นเดี๋ยวน้ำจัดการให้เอง” ฉันฟังรุ่นพี่พูดอย่างไม่สบายใจก็เลยเสนอตัวตอบรับคำออกไป เพราะว่าตอนนี้พี่วารีเลิกงานแล้ว และเป็นเวลางานของฉันเองเลยอีกทั้งมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร

ยังไงก็ดีกว่าเกิดปัญหาถึงหูผู้จัดการนั่นแหละ

“จริงนะ! พี่ขอบคุณจริงๆ นะน้ำ ถ้าไม่ได้เปลี่ยนพรุ่งนี้พี่ต้องแย่แน่ๆ เลย” พี่วารีได้ยินแบบนั้นก็สบายใจขึ้นไม่น้อย จับมือฉันไปจับแล้วพูดขึ้นด้วยยท่าทางโล่งอกดีใจกับปัญหานี้

“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องเล็กน้อย” ฉันตอบกลับด้วยรอยยิ้มอย่างไม่ถือสาอะไร นั่นทำให้พี่วารีเดินทางกลับบ้านไปอย่างสบายใจในที่สุด

ฉันเดินออกไปเพื่อจะหาแม่บ้านที่ประจำอยู่กะดึกที่ห้องของพวกเขาเพื่อบอกให้จัดการเอาผ้าไปเปลี่ยนให้ห้องลูกค้าอย่างเร่งด่วน แต่พอเดินไปถึงห้องก็ไม่เห็นมีแม่บ้านอยู่สักคน สงสัยจะขึ้นไปจะทำความสะอาดห้องที่มีการเช็คเอ้าท์ตอนกลางคันอยู่แน่ๆ แล้วกะกลางคืนแบบนี้แล้วเป็นปกติที่แม่บ้านจะน้อยกว่ากะกลางวัน ทำให้ตอนนี้เลยไม่มีใครประจำอยู่เลยสักคน

“เปลี่ยนเองก็ได้” เมื่อเห็นแบบนั้นฉันก็พูดขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปจัดการหาผ้าปู ปลอกหมอนเพื่อเอาไปเปลี่ยนให้แทน เพราะฉันก็ทำงานในส่วนพนักงานต้อนรับและดูแลลูกค้าอยู่แล้ว เรื่องปูผ้าจัดเตียงฉันก็ทำได้อยู่บ้าง และที่สำคัญถ้ารอแม่บ้านกลับมามันมีหวังอาจจะไม่ทันแน่ เพราะกลัวว่าเจ้าของห้องจะกลับมาก่อน แล้วจะเกิดเรื่องขึ้นซะก่อน เลยต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน

ฉันพาตัวเองขึ้นมายังชั้นยี่สิบที่เป็นชั้นบนสุดของห้องพักสำหรับลูกค้า และเป็นชั้นที่มีห้องพักพิเศษกว่าชั้นอื่นๆ  เพราะสองชั้นบนสุดท้ายจะเป็นประเภทห้องสวีท(Suite) ทั้งชั้น เป็นห้องที่เห็นวิวในมุมจากห้องของตัวเองได้ทั่วทิศ ซึ่งแขกที่จะมาพักที่สองชั้นนี้ ส่วนมากจะเป็นกลุ่มนักธุรกิจใหญ่ๆ หรือกลุ่มที่มาจากครอบครัวชั้นสูง

ฉันสแกนคีย์การ์ดเข้าห้องมาทันทีด้วยความรีบร้อนเพราะตอนนี้คงไม่มีใครอยู่ในห้อง ก่อนจะรีบสาวเท้าไปยังห้องนอนแล้วจัดการดึงผ้าปูอันเก่าออกมาอย่างไม่รอช้า แต่สิ่งที่ทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก็คงจะเป็นร่องรอยบนผ้าปูนั่นแหละ

จะว่าฉันมองโลกในแง่ดีก็ไม่อยากจะมอง แต่ถ้าจะให้มองโลกตามความเป็นจริงกับสิ่งที่สมองมันคิดได้ ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าร่องรอยนั้นมันเหมือนกันร่องรอยที่ผ่านกิจกรรมแบบนั้นมาอย่างร้อนแรง แต่ช่างเถอะ มันไม่ใช่เรื่องของฉันนี่ การสงสัยตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดภายในห้องของลูกค้าเป็นเรื่องไร้มารยาทและไม่ควรอย่างยิ่ง อีกอย่างการมาพักในสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้ส่วนใหญ่ถ้าไม่มาเป็นครอบครัวก็ต้องมาเป็นคู่รักอยู่แล้ว คงไม่มีอะไรแปลกสักนิดถ้าจะมีเรื่องอะไรแบบนั้นเกิดขึ้น

ฉันเลิกสนใจสิ่งแปลกปลอมที่ทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็นก่อนจะจัดการก้มหน้าก้มตากับหน้าที่ของตัวเองที่รับช่วงต่อมาให้เรียบร้อยและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ยังต้องมีความเป็นมาตรฐานของโรงแรมเราให้ดีด้วยเช่นกัน และไม่ลืมเปลี่ยนผ้าขนหนูให้ลูกค้าด้วยถึงแม้ว่าจะไม่ได้สั่งก็ตาม แต่โดยปกติโรงแรมเราจะเปลี่ยนของพวกนี้วันต่อวันอยู่แล้ว เพื่อความสะอาดและประทับใจ

“ลืมน้ำไปได้ยังไงเนี่ย” ฉันบ่นให้ตัวเองอย่างหัวเสียที่คิดว่าเอามาครบทุกอย่างแล้วแต่ก็ยังลืมเอาน้ำดื่มและเครื่องดื่มมาไว้ในตู้เย็นจนได้ งั้นก็คงต้องไว้ค่อยมาอีกรอบแล้วกัน

ฉัน ธาราริน หรือ น้ำใส ตอนนี้อายุ 24 ปี เป็นพนักงานโรงแรมหรูแห่งหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวทางภาคตะวันออก นิสัยใจคอฉัน ก็เป็นคนปกติทั่วไป ใครดีด้วยก็ดีกลับ ใครร้ายใส่ก็เลือกจะไม่เข้าหาหรือยุ่งเกี่ยว แต่ก็ไม่ใช่คนยอมคนซะทีเดียว

โดยกำเนิดฉันเป็นภาคอีสาน แต่ฉันออกจากบ้านตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เพราะฉันสอบได้ที่กรุงเทพและเรียนด้านการโรงแรมโดยตรง แล้วถ้าถามว่าทำไมฉันถึงได้มาทำงานที่นี่ ก็คงเพราะมีคนรู้จักแนะนำมาอีกทีว่ารายได้ดี และสามารถก้าวหน้าได้ไกลจากนักธุรกิจที่มักจะมาใช้บริการที่นี่นั่นเอง

บทถัดไป