บทที่ 7 ลูกเขย
ณ งานแฟชั่นโชว์
เวลา 18.00 น.
"ยินดีด้วยนะมึง โชว์มึงดีมากเลยได้ A แน่นอน" โมเน่เอ่ยกับเวนิสทันทีเมื่อโชว์จบลงพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้แสนสวยเพื่อเป็นการแสดงความยินดีให้แก่เพื่อนรักของเธอ
"ขอบใจนะเพื่อนรัก เดียวกูเคลียร์วิชานี้เสร็จวันศุกร์ไปปาร์ตี้กันไหมกูเลี้ยงเอง" เวนิสเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มดีใจที่งานของเธอจบลงด้วยดีและมีเหล่าอาจารย์ต่างชื่นชมโชว์ของเธอ
"ไม่ได้ว่ะ กูต้องกลับไทยแล้วแด๊ดดี๊เรียกให้กลับด่วน" โมเน่เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเสียดาย
"ทำไมรีบกลับจัง มีปัญหาไรรึป่าว"
"แด๊ดดี๊บอกสาขาที่ฝรั่งเศสมีปัญหาเลยจะรีบไปดู"
"น่าเสียดายจัง ไม่เป็นไรมึงเดียวค่อยเจอกันที่ไทยกูก็จะกลับสิ้นเดือนนี้"
"กรี๊ด จริงหรอ" โมเน่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจสุดขีด
โมเน่เองกลับไปก็กลัวเหงาเช่นกันเพราะนอกจากเวนิสที่เป็นเพื่อนกับเธอมาตั้งแต่อนุบาลเธอก็ไม่มีเพื่อนที่ไหน
ด้วยนิสัยเอาแต่ใจไม่ยอมใครของพวกเธอและไม่อยากสุงสิงกับใครเลยคบกันมาแค่สองคนมาตลอด
"จริงสิยะ"
"งั้นคืนนี้เราไปดินเนอร์กันเบาๆ เพื่อเป็นการฉลองที่เราสองคนจบแล้วดีไหม"
"ได้ มึงเลือกร้านเลยเดียวกูเคลียร์สถานที่คืนเขาก่อน" เวนิสเอ่ยพร้อมทั้งหันไปมองยังสถานที่จัดงานที่ตอนนี้กำลังเริ่มทยอยเก็บกันแล้ว
"ได้จ๊ะเพื่อนรัก" โมเน่เอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มแฉ่งก่อนจะเดินไปนั่งเลือกร้านรอเพื่อนรักของเธอ
ณ ราชอาณาจักรไทย
"ถึงสักทีเมื่อยชะมัด" ร่างบางที่พึ่งเดินลงมาจากเครื่องบินเอ่ยขึ้นพร้อมกับบิดขี้เกียจไปมาเมื่อเหยียบถึงพื้นดินถึงเเม้ว่าเธอจะนั่งชั้นเฟิร์สคลาสมาแต่การเดินทางที่ยาวนานก็ทำให้เธอรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวมากเช่นกัน
"คุณหนูครับทางนี้ครับ" สมชายคนขับรถประจำบ้านที่มารอรับโมเน่เอ่ยขึ้นก่อนจะรีบเดินไปช่วยเธอขนสัมภาระ
"แด๊ดดี๊กับหม่ามี๊ไม่มารับฉันหรอ? " โมเน่เอ่ยขึ้นพร้อมกับมองหาพ่อกับแม่ของเธอทันที
"พวกคุณท่านยังประชุมไม่เสร็จครับเลยให้ผมมารับคุณหนูแล้วพวกท่านจะไปรอที่บ้าน" สมชายเอ่ยขึ้นขณะเข็นกระเป๋าเดินตามหลังเธอออกไปยังที่จอดรถ
"เห้อ~ " ร่างบางที่ได้ยินคำตอบของสมชายก็ถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวังก่อนจะเดินขึ้นรถไป
"คุณหนูจะไปที่ไหนก่อนไหมครับ"
"ไม่ ฉันอยากกลับบ้านเลย"
"ครับ" หลังจากรับคำสั่งจากเจ้านายสมชายก็ออกรถตรงไปยังบ้านทันที
ณ บ้านโสภาสิริ
"คุณหนูกลับมาแล้วค่ะคุณท่าน" ช้อยแม่บ้านเก่าแก่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นรถที่สมชายขับไปรับคุณหนูกำลังแล่นมาจอดยังหน้าประตูบ้านหลังใหญ่
"โมเน่ของแด๊ดดี๊" ก้อง ก้องเกียรติ โสภาสิริ ที่ได้ยืนรอลูกสาวของตนอยู่ที่ประตูหน้าบ้านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจเมื่อเห็นว่าลูกสาวสุดที่รักกลับมาบ้านแล้ว
"แด๊ดดี๊ หม่ามี๊คิดถึงจังเลยค่ะ" โมเน่ที่เห็นพ่อกับแม่ยืนรออยู่หน้าประตูบ้านก็รีบลงจากรถและเอ่ยขึ้นก่อนจะรีบเดินไปกอดพวกท่านทั้งสอง
"หม่ามี๊ก็คิดถึงโมเน่ที่สุดเลยลูก" พลอย คุณหญิง ไพริน โสภาสิริ เอ่ยขึ้นพร้อมกับสวมกอดลูกสาวอันเป็นที่รักทันทีด้วยความคิดถึง
"กินอะไรมารึยังลูก" ก้องเกียรติเอ่ยขึ้นพร้อมกับลูบหัวลูกสาวตัวเองอย่างเอ็นดู
"ยังเลยค่ะ โมเน่คิดถึงอาหารฝีมือยายช้อยที่สุดเลยค่ะ" โมเน่เอ่ยขึ้นพร้อมทำน้ำเสียงและสายตาออดอ้อนช้อยแม่บ้านเก่าแก่ที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็กยามพ่อและแม่ของเธอยุ่งอยู่กับงานจนแทบไม่มีเวลาให้ เธอจึงรักช้อยเหมือนกับคนในครอบครัวเธอคนหนึ่ง
"วันนี้ช้อยเตรียมแต่ของโปรดคุณหนูไว้ทั้งนั้นเลยค่ะ" ช้อยเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม
เธอเองก็คิดถึงคุณหนูของเธอเช่นกันใครจะว่าคุณหนูของเธอเอาแต่ใจนิสัยเสียแค่ไหนแต่เธอเป็นคนเลี้ยงล้วนรู้ดีกว่าใครว่าจริงๆ แล้วคุณหนูของเธอเป็นคนยังไง
"ลูกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ จะได้ลงมาทานข้าวเดียวแด๊ดดี๊มีเรื่องงานจะคุยด้วย" ก้องเกียรติเอ่ยพร้อมกับยิ้มให้ลูกสาวของตนพร้อมกับที่แม่ของเธอคลายอ้อมกอดออก
"อะไรกันคะโมเน่พึ่งจะกลับมาเองนะ" โมเน่เอ่ยขึ้นพร้อมทั้งทำสีหน้านอยพ่อของเธอที่เธอพึ่งกลับมาก็จะให้ทำงานเสียแล้ว
"โอ๋ๆ ก็พรุ่งนี้แด๊ดดี๊กับหม่ามี๊ต้องไปร่วมงานเลี้ยงสมาคมเลยอยากพาโมเน่ไปให้รู้จักนักธุรกิจคนอื่นไงลูก"
"แต่ว่า.."
"ไม่มีแต่โมเน่ ไปเปลี่ยนชุดนะลูกจะได้มาทานข้าวกัน" ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยจบผู้เป็นแม่ของเธอก็แทรกพูดขึ้นมาก่อน
"ก็ได้ค่ะ" โมเน่เอ่ยขึ้นพร้อมทั้งทำหน้านอยและเดินขึ้นไปยังห้องนอนเพื่อที่จะเปลี่ยนชุด
- 40 นาทีผ่านไป -
"อิ่มจังเลยค่ะ กินข้าวที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่ายายช้อยทำ" โมเน่เอ่ยขึ้นอย่างเอาใจพร้อมกับลูบพุงตัวเองที่พึ่งจะกินข้าวจานที่สามหมดไป
นานแล้วที่เธอไม่ได้กินอาหารไทยที่ถูกปากแบบนี้หนำซ้ำยายช้อยยังทำแต่อาหารโปรดของเธอไว้รอทั้งนั้น มีทั้ง แกงเขียวหวานไก่ หมูเค็ม ปูผัดผงกะหรี่ ปลาทับทิมนึ่งมะนาว หมูสร่ง ไก่ทอดเปรี้ยวหวาน จะไม่ให้เธอเติมข้าวก็คงเป็นเรื่องแปลก
"ปากหวานไม่เปลี่ยนเลยนะคะคุณหนูเดียวช้อยไปเอาบัวลอยไข่หวานของโปรดคุณหนูมาให้นะคะ" ช้อยที่ได้ยินที่โมเน่ชมก็ยิ้มแก้มแทบปริพร้อมทั้งรีบเดินกลับไปยังหลังครัวเพื่อที่จะเตรียมขนมหวานมาเสิร์ฟ
"เอาล่ะมาเข้าเรื่องงานกันเลยนะ" ก้องเกียรติเอ่ยหลังจากที่พึ่งวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ
"ค่ะ" โมเน่เอ่ยขึ้นพร้อมกับตั้งใจฟังที่ผู้เป็นพ่อกำลังจะพูด
"ที่แด๊ดดี๊บอกว่าเดือนหน้าแด๊ดดี๊กับหม่ามี๊ต้องไปดูงานที่ฝรั่งเศสอาจจะเลื่อนไปเร็วขึ้นเพราะทางนั้นค่อนข้างมีปัญหา"
"แต่โมเน่พึ่งกลับมาเองนะคะจะทิ้งโมเน่ให้อยู่คนเดียวหรอลูกน้องแด๊ดดี๊เยอะแยะก็ให้ทำแทนไปสิ"
"มันเป็นปัญหาที่แด๊ดดี๊ต้องไปจัดการเองแด๊ดดี๊จะสั่งงานไว้ให้โมเน่งานหนึ่งได้ไหมลูกถ้าโมเน่ทำได้แด๊ดดี๊มีรางวัลใหญ่ให้"
"งานอะไรหรอคะ" โมเน่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและแววตาเป็นประกายเมื่อได้ยินคำว่ารางวัลใหญ่
"ตอนนี้โรมแรมของเราคู่แข่งค่อนข้างที่จะเยอะถึงโรงแรมเราจะเป็นโรงแรมเก่าแก่และมีฐานลูกค้าอยู่แล้วแต่เดียวนี้โรมแรมใหม่ๆ ที่พึ่งเปิดตัวก็ดึงลูกค้าเราไปมากเช่นกัน" ก้องเกียรติเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
จริงอยู่ว่าโรงแรมของเขาเป็นโรงแรมหรูเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมานานนับรุ่นต่อรุ่นแต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปก็ทำให้เกินการเเข่งขันมากขึ้นด้วยเช่นกัน
"แล้วทำไมเราไม่จ้างพวกดาราดังๆ หรืออินฟลูเอนเซอร์ดังๆ มารีวิวให้ล่ะคะเงินจ้างแค่นั้นไม่สะเทือนขนหน้าแข้งเราเลยด้วยซ้ำ"
"วิธีแบบนั้นโรงแรมไหนเขาก็ทำกับนะจ๊ะลูกโรงแรมเราก็เคยทำ" คุณหญิงไพรินเอ่ย
"แล้วแบบนี้เราจะทำยังไงดีล่ะคะ"
"แด๊ดดี๊กับหม่ามี๊ได้ข่าวมาว่าบริษัท GR ที่เป็นบริษัทที่ส่งออกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผลิตไวน์หรูระดับโลกอย่างไวน์ le raisin blanc มาเปิดบริษัทลูกที่ไทยและจะมีงานเปิดบริษัทอาทิตย์หน้าถ้าเราดิวกับเขาได้แล้วให้เขาส่งไวน์ le raisin blanc ที่ผลิตมาจำนวนจำกันต่อปีให้แค่โรงแรมของเรา..." ก้องเกียรติเอ่ยขึ้นก่อนจะหยุดและหันไปมองทางลูกสาวของตนว่าเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อไหม
"โรงแรมของเราก็จะเป็นที่จับตามองจากบรรดาเหล่าเศรษฐีจากทั่วโลกมากขึ้น" โมเน่เอ่ยขึ้นอย่างเข้าใจความหมายของผู้เป็นพ่อ
แต่เดิมฐานลูกค้าที่มาพักโรงแรมของที่บ้านเธอส่วนมากมักจะเป็นคนมีเงินและคนใหญ่คนโตเพราะด้วยการตกแต่งการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างทำให้ห้องพักมีราคาที่ค่อนข้างสูงแต่ถ้ายิ่งได้บริษัท GR ส่งไวน์หรูอย่าง le raisin blanc ที่ผลิตปีหนึ่งไม่ถึงร้อยขวดให้โรงแรมเธอที่มีสาขาอยู่แทบจะทั่วโลกก็จะยิ่งเรียกเหล่าบรรดาเศรษฐีได้มากขึ้นอย่างไม่ยากเลย
"ใช่จ๊ะ เพราะอย่างงั้นหม่ามี๊กับแด๊ดดี๊เลยอย่างให้ลูกดิวกับมิสเตอร์ดราก้อนให้สำเสร็จ"
"มิสเตอร์ดราก้อน" โมเน่เอ่ยทวนชื่ออีกครั้งอย่างนึกตะหงิดใจ
"ใช่จ๊ะ มิสเตอร์ดราก้อนเป็นลูกชายคนโตของบริษัท GR อายุน่าจะมากกว่าลูกสัก 4 - 5 ปี "
"ถ้าลูกปิดดิวนี้ได้แด๊ดดี๊เตรียมรางวัลไว้ให้ลูกสาวคนสวยแล้วหรือโมเน่จะเลือกเองก็ได้"
"แด๊ดดี๊พูดแล้วนะคะ แล้วงานที่โรงแรมล่ะคะแด๊ดดี๊ก็รู้ว่าโมเน่โง่จะตายจบมาได้เพราะเงินแด๊ดดี๊กับหม่ามี๊ทั้งนั้น"
"ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกระหว่างที่แด๊ดดี๊ไม่อยู่จะให้สิธากลับมาดูแลแทนให้ก่อน โมเน่เเค่เข้าไปเซ็นเอกสารเล็กๆ น้อยๆ ก็พอ" ก้องเกียรติเอ่ยถึงผู้ช่วยคนสนิทที่ตอนนี้เขาส่งไปดูแลสาขาที่ดูไบ
"หรือโมเน่จะหาลูกเขยเก่งๆ ฉลาดๆ มาให้หม่ามี๊กับแด๊ดดี๊ก็ได้นะลูก"
"โมเน่จะไปหาจากไหนล่ะคะ สู้ให้โมเน่หาแฟนให้โมเน่เอาเงินไปจ้างคนที่เก่งๆ มาบริหารแทนดีกว่า"
"มิสเตอร์ดราก้อนไงหม่ามี๊เคยเจอเขาครั้งนึงหล่อมากเลยนะลูกข่าวเสียหายก็ไม่เคยมี เดียวอาทิตย์หน้าตอนงานเปิดบริษัทของเขาที่ไทยหม่ามี๊พาไปแนะนำ"
"แด๊ดดี๊ก็ไม่ติดนะถ้าเป็นมิสเตอร์ดราก้อนแด๊ดดี๊คงจะเบาใจเรื่องงานขึ้นเยอะเลย ฮ่าๆ " ก้องเกียรติเอ่ยอย่างหยอกล้อกับลูกสาวของตน
"แด๊ดดีอะ แค่บริหารงานเองเดียวโมเน่จะทำให้ดู" โมเน่เอ่ยขึ้นพร้อมกับทำหน้าบึ้งตึงก่อนจะตักขนมหวานที่แม่บ้านพึ่งเอามาเสิร์ฟให้เขาปาก
