บทที่ 8 บังเอิญ

Monet Part

หลังจากที่ฉันกินข้าวเย็นเสร็จก็ขอตัวขึ้นมาบนห้องทันทีเพราะรู้เหมือนเพลียและรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวจากการเดินทาง

"ดราก้อนงั้นหรอ"

"คงไม่ใช่หรอกมั้ง" ฉันที่ล้มตัวบนที่นอนเอ่ยพึมพำกับตัวเองก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นกดโทรไปหายัยเวนิส

(ว่าไงยะถึงแล้วหรอ)

"ถึงได้สักพักแล้ว มึงงงง" 

(เป็นไรทำไมทำเสียงอย่างงั้นยะ)

"เมื่อกี้แด๊ดดี๊กับหม่ามี๊กูให้งานแรกกูทำคือดีลกับบริษัท GR แล้วคนที่กูต้องไปดิวด้วยคือผู้บริหารบริษัทที่ชื่อมิสเตอร์ดราก้อน"

(แล้วไงต่อยะ)

"ก็คนที่กูไปขอซื้อเขากินก็ซื้อดราก้อนมึงว่าจะเป็นคนเดียวกันไหม"

(โอ้ย อีนี่ก็คิดมากคนที่มึงไปขอซื้อนั้นเขาเป็นบาร์เทนเดอร์อันนี้เขาเป็นเจ้าของบริษัทเลยนะยะ) 

"แต่มึงว่าจะไม่บังเอิญไปหน่อยหรอวะ"

(แล้วคนชื่อดราก้อนมันมีคนเดียวในโลกรึไงกูไปนอนต่อดีกว่าแค่นี้แหละ)

ตู๊ดๆๆ

"คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง" ฉันเอ่ยหลังจากยัยเวนิสวางสายไป 

เเต่ก็จริงอย่างที่ยังเวนิสบอกมันคงไม่บังเอิญโลกกลมขนาดที่บาร์เทนเดอร์จะกลายมาเป็นผู้บริหารบริษัทใหญ่โตขนาดนั้นหรอก

Monet End

- วันต่อมา -

ก๊อกๆ

"คุณหนูเสร็จรึยังค่ะคุณผู้หญิงให้มาตามค่ะ"

"เสร็จแล้วค่ะ ช้อยบอกหม่ามี๊ว่าเดียวโมเน่ลงไป" ร่างบางที่อยู่ในชุดเดรสเกาะอกสีชมพูอ่อนที่ยาวถึงตาตุ่มเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงแม่บ้านมาเอ่ยเรียก

"ค่ะคุณหนู"

"เติมลิปอีกหน่อยดีกว่า" เธอเอ่ยขึ้นก่อนจะหยิบลิปสติกเเบรนด์ดังขึ้นมาแต่งเติมก่อนจะหมุนตัวดูความเรียบร้อยของตัวเองหน้ากระจกบานใหญ่อีกครั้ง

- 15 นาที ผ่านไป -

"มาแล้วหรอลูก ว้าวลูกหม่ามี๊สวยจังเลยเป็นสาวขึ้นเยอะเลยนะเนี้ย" คุณหญิงไพรินที่กำลังนั่งตรวจงานผ่านไอแพคอยู่ที่โซฟาห้องรับแขกเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเธอเดินลงบันใดมา

"หม่ามี๊ก็สวยเหมือนกันค่ะดูไม่ออกเลยนะคะเนี้ยว่าอายุสี่สิบกว่าแล้วนึกว่ายี่สิบต้นๆ แล้วแด๊ดดี๊ล่ะคะ" ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและน้ำเสียงออดอ้อนอย่างเอาใจผู้เป็นแม่ แต่นั้นก็เป็นความจริงอย่างที่เธอเอ่ยเพราะแม่ของเธอถึงแม้ว่าจะ 40 ปลายๆ แล้วแต่ก็ยังสวยเหมือนกับพึ่งจะ 30 แรกๆ

"แด๊ดดี๊ไปก่อนแล้วลูกงานนี้ผู้ใหญ่เยอะเขาเลยอยากรีบไป นี้จ๊ะหม่ามี๊ให้" คุณหญิงไพรินเอ่ยขึ้นก่อนจะหยิบกล่องเครื่องประดับกำมะหยี่สีแดงออกมาพร้อมกับเปิดให้กับลูกสาวดู

"ว้าวสวยจังเลยค่ะหม่ามี๊" ร่างบางเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นสร้อยคอที่ถูกประดับด้วยเพชรน้ำงามพร้อมกับที่ผู้เป็นแม่ของเธอหยิบขึ้นมาสวมใส่ให้

"เข้ากับชุดของโมเน่พอดีเลย ปะเรารีบไปกันเถอะเดียวสายนะ" คุณหญิงไพรินเอ่ยขึ้นพร้อมกับดูเวลาว่าใกล้ที่จะสายแล้ว

"ขอบคุณค่ะหม่ามี๊" โมเน่เอ่ยก่อนจะเดินควงแขนผู้เป็นแม่ออกไปที่รถเพื่อที่จะไปงาน

ณ งานสมาคม

"คุณหญิงไพรินสวัสดีค่ะ" 

"คุณหญิงพิมนสวัสดีเช่นกันค่ะวันนี้สวยมากเลยนะคะ"

ทันทีที่แม่ของเธอและเธอเดินเข้ามาในงานเลี้ยงสมาคมที่ดูแล้วเหมือนจะเป็นงานที่รวมแต่คนรวยคนไฮโซมาใส่เครื่องเพชรอวดกันสะมากกว่างานสมาคมเสียอีกพร้อมกับมีเหล่าบรรดาคุณหญิงคุณนายและคนอื่นๆ เข้ามาทักทายสวัสดีแม่ของเธอกันไม่ขาดสายตั้งแต่หน้าประตูทางเข้า

"นั้นไงแด๊ดดี๊อยู่ทางนั้น" ร่างบางที่กำลังมองหาผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นกับแม่ของเธอเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อของตนกำลังยืนคุยกับเหล่านักธุรกิจคนอื่นอยู่โดยมีนักข่าวมากมายหลากหลายสำนักกำลังถ่ายรูปแล้วให้ความสนใจกับพวกเขาอยู่

คุณหญิงไพรินหันไปมองตามที่เธอบอกก่อนจะเดินนำพาเธอเข้าไปหาผู้เป็นพ่อ

"คุณคะ"

"มาแล้วหรอคุณหญิง" ทันที่ก้องเกียรติได้ยินเสียงเรียกของภรรยาก็หันมาเอ่ยตอบทันทีด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเหล่านักข่าวก็หันมาถ่ายรูปกันเต็มไปหมด

แชะ

แชะ

แชะ

"นี่ใช่คุณหนูโมเน่ทายาทเพียงคนเดียวของ Moonsky รึป่าวคะ"

"ใช่จ๊ะ แกพึ่งเรียนจบมาจากเมืองนอกก็รีบมาช่วยงานที่บ้านเลยฝากพี่ๆ น้องๆ นักข่าวช่วยเอ็นดูหน่อยนะคะ" คุณหญิงไพรินเอ่ยตอบนักข่าวคนหนึ่งที่เอ่ยถามขึ้นพร้อมกับโอบไหล่ลูกสาวของตนเอาไว้หลวมๆ 

"สวัสดีค่ะ" หลังจากแม่เธอเอ่ยจบโมเน่ยกมือขึ้นเอ่ยสวัสดีเป็นมารยาทให้กับเหล่าบรรดานักข่าว

"นั้นมิสเตอร์ดราก้อน" ยังไม่ทันที่จะมีใครได้ถามอะไรต่อก็มีนักข่าวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปทางประตูทางเข้าก่อนที่ทุกคนจะหันไปสนใจที่นักข่าวคนนั้นเอ่ยและรีบเดินไปทางประตูทางเข้าพร้อมกับกดชัตเตอร์กันรัวๆ

"ไหนๆ "

แชะ

แชะ

แชะ

"ตัวจริงหล่อกว่าที่เขาลืออีก"

"นั้นสิหล่อเนาะ" เหล่านักข่าวมากมายที่ไปมุงถ่ายรูปก็เอ่ยกระซิบกันใหญ่ด้วยความฮือฮา

จากจุดที่ร่างบางอยู่ทำให้เห็นเขาได้เพียงแต่ด้านหลังเท่านั้นเลยไม่รู้ว่าเขาหล่อจริงไหมแต่แค่ด้านหลังก็ทำให้ร่างบางกับรู้สึกคุ้นตาพร้อมกับภาวนาในใจว่าขอให้ไม่ใช่บุคคลที่เธอคิด

"เราก็เข้าไปทักทายด้วยดีกว่า" ก้องเกียรติเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินนำภรรยาและลูกสาวฝ่าวงล้อมนักข่าวไปทักทายกับมิสเตอร์ดราก้อน

"สวัสดีครับมิสเตอร์ดราก้อน" ก้องเกียรติเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังของชายหนุ่ม

"สวัสดีครับ" ร่างสูงที่ได้ยินเสียงทักทายก็หันมาเอ่ยทักทายกลับพร้อมกับมองมาทางร่างบางที่มีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นเขา

"นะ..นาย!! " โมเน่เอ่ยขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นมาชี้หน้าเขาอย่างตกใจ

"โมเน่! ทำไมไปชี้หน้าคุณเขาแบบนั้นล่ะลูก" คุณหญิงไพรินเอ่ยขึ้นอย่างดุลูกสาวพร้อมกับรีบเอามือเธอลงทันที

"รู้จักกันหรอ? " ก้องเกียรติเอ่ยขึ้นพร้อมกับทำหน้าสงสัยและมองหน้าลูกสาวและดราก้อนสลับกัน

"ป่า..."

"เคยเจอกันเมื่อไม่นานมานี้เองครับ" ยังไม่ทันที่ร่างบางจะเอ่ยแก้ตัวใดๆ ดราก้อนก็เอ่ยแทรกขึ้นมาพร้อมกับยิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มที่ดูอันตรายสำหรับเธอสะก่อน

"!!! "

"ว้าว บังเอิญจังเลยนะครับ โมเน่ไม่เห็นบอกแด๊ดดี๊เลยว่าเคยเจอมิสเตอร์ดราก้อนมาก่อน"

"โมเน่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ" ร่างบางที่ยืนหน้าซี๊ดกับคำตอบของเขาก็เอ่ยขึ้นก่อนจะรีบเดินออกมาจากตรงนั้นเพราะกลัวว่าเขาจะพูดอะไรไปมากกว่านี้

ณ ห้องน้ำหญิง

"โอ้ยไม่จริงใช่ไหมยัยโมเน่อะไรมันจะดวงซวยขนาดนี้" ร่างบางสบดกับตัวเองทันทีที่นั่งลงบนชักโครกอย่างไม่รู้จะทำอย่างไงดีตอนนี้เธอแทบไม่อยากจะออกไปจากห้องน้ำนี้เลยด้วยซ้ำจนกว่างานจะเลิก

"เห้ออ~ " ร่างบางถอนหายใจออกมายาวอย่างไม่รู้จะทำไงพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ออกมานั่งเล่นในนั้นไม่นานนักก็มีคนเข้ามาก่อนจะเอ่ยถึงคนที่เธอไม่อยากได้ยินที่สุด

"แกเห็นมิสเตอร์ดราก้อนไหมหล่อชะมัดเลย"

"เห็นสิ อยากจะได้สักครั้งถือเป็นบุญ"

"อร๊ายย ฉันด้วยอยากจะลองเข้าไปทักแต่ไม่กล้าแต่เหมือนจะรู้จักกับลูกสาวของคุณก้องเกียรตินะ"

"คงบังเอิญเจอกันตอนอยู่อเมริกามั้ง"

"อย่าให้แม่ได้บังเอิญเจอบ้างนะแม่จะขย่ำให้"

"ฮ่าๆ ๆ ไปกันเถอะ"

แกร็ก~

ทันทีที่พวกเธอออกไปร่างบางก็ค่อยๆ เปิดประตูห้องน้ำออกมา ก่อนจะตกใจเมื่อเห็นคนที่เธอไม่อยากเจอที่สุดยืนกอดอกมองเธออยู่ที่อ่างล้างมือ

"ดราก้อน!! "

บทก่อนหน้า
บทถัดไป