บทที่ 2 พี่ชายที่แสนดี

หนึ่งในการ์ดของเขายื่นเช็คที่ระบุจำนวนเงินสามแสนยูโรให้กับเธอ เอลลีน่าเข้าใจเป็นอย่างดีว่านี่คือการบอกเลิกในแบบฉบับของมาร์คัส มันเป็นวิธีที่โหดร้ายและไร้ความปรานี แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรับมันไว้ด้วยความเจ็บปวด

หญิงสาวเคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มาบ้าง ถ้าหากมาร์คัสพอใจผู้หญิงคนไหนก็จะเลี้ยงดูอย่างดี แต่ก็อย่าหวังว่าเขาจะแต่งงานด้วย ที่ผ่านมาชายหนุ่มเปลี่ยนคู่นอนทุกสามเดือน แต่สำหรับเอลลีน่าแล้ว เธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เป็นคู่ควงของมาร์คัสยาวนานถึงหกเดือน เธอเคยภูมิใจกับสิ่งนี้และคิดว่าตัวเองพิเศษกว่าคนอื่น

เธอคิดว่าชายหนุ่มหยุดอยู่ที่ตนเอง ด้วยความคิดอยากจะเอาชนะน้องสาวของเขาทำให้เธอพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป เพราะคิดว่ายังไงเสียมาร์คัสก็คงจะเลือกเธอ แต่หญิงสาวลืมไปอย่างหนึ่งว่าสิ่งที่มีค่ากับมาร์คัสมากที่สุดก็คือจัสมิน น้องสาวคนเดียวของเขา ความผิดพลาดครั้งนี้ทำให้เอลลีน่าต้องสูญเสียทุกอย่างไป

แต่คนอย่างเอลลีน่า นางแบบแถวหน้าของเมืองแห่งแฟชั่นอย่างมิลาน ไม่มีทางยอมให้เขาเขี่ยทิ้งง่ายๆ แบบนี้อย่างแน่นอน เธอจะรอให้มาร์คัสใจเย็นกว่านี้และกลับมาจากเมืองไทย แล้วเธอจะเข้าไปขอโทษเขาอย่างจริงจังอีกครั้ง หญิงสาวเชื่อมั่นในเสน่ห์ของตัวเองและคิดว่ามาร์คัสจะต้องกลับมาหาเธอในที่สุด

เธอรู้ดีว่าจุดอ่อนของผู้ชายมากด้วยตัณหาอย่างมาร์คัสอยู่ตรงไหน และมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาคบกับเธอนานกว่าผู้หญิงทุกคน เธอจะใช้จุดอ่อนนั้นเพื่อดึงเขากลับมาหาเธออีกครั้ง

.....

ใช้เวลาสิบกว่าชั่วโมง เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวก็ลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืนโดยมีจอมทัพ ลูกน้องคนสนิทอีกคนมารอรับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มและท่าทีนอบน้อม

“สวัสดีครับบอส เดินทางเป็นยังไงบ้างครับ” จอมทัพถามด้วยความสุภาพและเป็นห่วงเป็นใย

ชายหนุ่มเป็นคนไทยโดยกำเนิด แต่มีโอกาสได้ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและรู้จักกับมาร์คัส พอเรียนจบ มาร์คัสก็เลยให้เขาดูแลกิจการที่เมืองไทย ส่วนตัวเขาเองนั้นปักหลักอยู่ที่มิลานและจะกลับมายังประเทศไทยก็ต่อเมื่องานมีปัญหามากจนจอมทัพจัดการไม่ได้ และอีกเหตุผลที่ต้องบินด่วนกลางดึกก็คือจัสมิน น้องสาวของเขาต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

“ก็ดี น้องสาวฉันเป็นยังไงบ้าง” มาร์คัสตอบสั้นๆ แต่แฝงไว้ด้วยความกังวล เขาเดินตามลูกน้องคนสนิทมายังลานจอดรถ โดยมีแพทริค ลูกน้องคนสนิทและการ์ดที่ตามมาจากอิตาลีอีกสามคนตามมาด้วยอย่างเงียบๆ พวกเขาทุกคนต่างรู้ดีว่าเรื่องของจัสมินนั้นสำคัญเพียงใดสำหรับเจ้านายของพวกเขา

“เมื่อวานทะเลาะกันหนักเลยครับ เช้านี้คุณต้นก็ออกจากบ้านแต่เช้า” จอมทัพรายงานเจ้านายไปตามที่ตนเองสอบถามมาจากการ์ดที่บ้านนั้นอีกที ด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเห็นใจ

“สงสัยจะเรื่องใหญ่จริง” มาร์คัสถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความกังวลฉายชัดในแววตา เขาเริ่มรู้สึกถึงความไม่สบายใจที่น้องสาวต้องเผชิญ

ตอนนี้ทุกคนขึ้นมาบนรถและกำลังออกจากสนามบิน มุ่งหน้าไปยังบ้านของจัสมินด้วยความรวดเร็ว บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความเงียบ

“อีกเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน นายจะพักก่อนไหมครับ” จอมทัพถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ล่ะ นอนมาบนเครื่องแล้ว จอม นายรู้ไหมว่าคนที่นายต้นไปยุ่งด้วยนั้นเป็นใคร มาจากไหน” มาร์คัสถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและแฝงไว้ด้วยความไม่พอใจ เขาต้องการรู้ทุกรายละเอียดเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้น้องสาวของเขาต้องเสียใจ

“เท่าที่ตามสืบ เธอเป็นนักศึกษา ไม่มีครอบครัวที่ไหน มาจากบ้านเด็กกำพร้าที่คุณต้นมักไปมอบเงินบริจาคครับ” จอมทัพรายงานข้อมูลที่ได้มาอย่างละเอียด

“มีรูปไหม” มาร์คัสถามสั้นๆ เขาความต้องการที่จะเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้น

“นี่ครับ คนซ้ายมือ” จอมทัพส่งรูปถ่ายในวันที่เขมทัตไปบริจาคเงินครั้งล่าสุดให้กับมาเฟียหนุ่มดู รูปถ่ายใบนั้นเผยให้เห็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างเขมทัต

มาร์คัสมองผู้หญิงที่อยู่ทางซ้ายมือของตนเอง สายตาคมกริบปลาบมองอย่างเหยียดหยัน หญิงสาวในรูปมีใบหน้าสวยหวาน ดวงตากลมโต รวบผมอย่างเรียบร้อย ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่คนที่ชอบแย่งของรักของคนอื่น แต่ความรู้สึกของมาร์คัสบอกว่าเขาไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น

แต่มันก็คงเป็นแค่ลักษณะภายนอกเพียงเท่านั้น ใครจะรู้ว่าที่แท้จริงแล้วเธอซ่อนความร้ายกาจไว้ในใบหน้าที่ใสซื่อจนทำให้น้องสาวของเขาเจ็บช้ำและโทรไปร้องไห้อย่างหนักเมื่อสิบกว่าชั่วโมงก่อน ความโกรธเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของมาร์คัสเมื่อคิดถึงน้ำตาน้องสาว

รถตู้คันหรูแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้านหลังใหญ่ ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ดูร่มรื่นสบายตา ราวกับหลุดเข้ามายังอีกโลกหนึ่งที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว

จัสมินแต่งงานกับเขมทัตมาได้สองปีแล้ว ทั้งสองเพิ่งจะเริ่มมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อทั้งสองคนไปบริจาคเงินที่บ้านเด็กกำพร้าเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และนั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมด

“พี่มาร์ค” เสียงใสของหญิงสาวรูปร่างระหงตะโกนเรียกพี่ชายด้วยความดีใจและโล่งใจ ก่อนจะวิ่งเข้ามาสวมกอดพี่ชายด้วยความคิดถึง พี่ชายคนนี้เป็นที่พึ่งของเธอได้ทุกเรื่อง จัสมินมั่นใจว่าเรื่องที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ เขาก็จะช่วยเธอได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ความหวังทั้งหมดของเธอฝากไว้ที่พี่ชายเพียงคนเดียว

“น้องพี่ผอมลงหรือเปล่า” มาร์คัสมองน้องสาวด้วยสายตาเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด มือหนาลูบไล้ศีรษะน้องสาวอย่างอ่อนโยน ครั้งล่าสุดที่เจอกับจัสมินก็สองเดือนที่แล้ว ตอนนั้นเธอยังมีน้ำมีนวลมากกว่านี้ เขาเชื่อแล้วว่าปัญหาที่หญิงสาวกำลังเผชิญอยู่นั้นคงหนักหนาสาหัสเอาเรื่อง จนทำให้น้องสาวของเขาซูบผอมลงไปมาก

“พี่จะให้น้องกินอิ่มนอนหลับได้ยังไงล่ะคะ ในเมื่อพี่ต้นกำลังหลงผู้หญิงคนนั้นจนโงหัวไม่ขึ้น” จัสมินตอบด้วยน้ำเสียงตัดพ้อและเจ็บช้ำ เธอรู้สึกว่าสามีของเธอกำลังหลงผู้หญิงคนอื่นจนไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย

“เข้าบ้านก่อนดีไหม ตรงนี้แดดมันร้อน เดี๋ยวผิวสวยของน้องจะเสีย” มาร์คัสพูดด้วยน้ำเสียงปลอบโยน เขาไม่อยากให้น้องสาวต้องยืนตากแดดนานๆ และอยากจะเข้าไปคุยเรื่องนี้กันในบ้านอย่างจริงจัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป