บทที่ 5 ทำเพราะได้เงิน

“คุณพูดเรื่องอะไรคะ” มิรันดาถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกกล่าวหาในสิ่งที่เธอไม่ได้ทำ

“ฉันถามหน่อย เธอรู้จักนายต้นไหมล่ะ” มาร์คัสถามตรงๆ

“อ๋อ พี่ต้นรู้จักค่ะ แต่ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ” มิรันดาตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะหนักแน่น แต่ก็แฝงไว้ด้วยความประหม่า

“อย่าปิดฉันเลย เรื่องของเธอน่ะ ฉันรู้มาหมดแล้ว รู้แม้กระทั่งเธอเข้าไปขอเงินน้องเขยฉันถึงบริษัท ฉันยอมรับเลยว่าเธอเป็นเมียน้อยที่กล้ามาก” มาร์คัสพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและเหยียดหยาม เขาต้องการทำให้เธอรู้สึกอับอาย

“ฉันไม่ใช่เมียน้อยใครทั้งนั้นค่ะ” มิรันดาปฏิเสธเสียงดังฟังชัด เธอรู้สึกโกรธและเสียใจที่ถูกกล่าวหาเช่นนั้น

“เก็บคำนี้ไปบอกคนอื่นเถอะนะสาวน้อย เอาล่ะ ฉันมีข้อเสนอมาให้เธอด้วยนะ” มาร์คัสพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น เขาไม่สนใจคำปฏิเสธของเธอ

“ข้อเสนออะไรฉันไม่อยากฟังหรอกค่ะ ฉันยืนยันว่าฉันไม่ใช่เมียน้อยของเขา” มิรันดาปฏิเสธข้อเสนอของเขา เธอไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาอีกต่อไป

“ไม่ลองฟังหน่อยเหรอ” มาร์คัสถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ไม่ค่ะ” มิรันดาตอบอย่างเด็ดขาด

“40 ล้าน ฉันให้มากกว่าที่เธอขอจากนายต้น” มาร์คัสยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ

“40 ล้าน” มิรันดาตาโตด้วยความตกใจและตื่นเต้น เงินจำนวนนี้มันจะแก้ปัญหาทุกอย่างที่เธอเจออยู่ในตอนนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย มันคือความหวังเดียวของเธอ

“คุณคงไม่ให้ฉันฟรีๆ” มิรันดาถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีความหวัง แต่ก็ยังคงระแวง

“แน่นอน มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” มาร์คัสตอบด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก เขารู้ดีว่าเธอจะต้องยอมรับข้อเสนอของเขา

“ลองบอกมาสิคะ” มิรันดาถามด้วยความตื่นเต้นและกระหายที่จะรู้ข้อแลกเปลี่ยนนั้น

“เธอต้องเลิกยุ่งกับนายต้นและออกไปจากชีวิตเขา” มาร์คัสบอกข้อแลกเปลี่ยนที่เขาต้องการ

มิรันดาถอนหายใจอย่างหนัก เรื่องนี้เธอต้องคิดให้รอบคอบ เพราะการเลิกยุ่งเกี่ยวกับเขมทัตมันไม่ใช่เรื่องที่เธอจะตัดสินใจได้เพียงคนเดียว มันมีผลกระทบต่อชีวิตของเธอและคนรอบข้าง

“นี่นามบัตรฉัน ถ้าเธอตัดสินใจได้ก็โทรมา ฉันให้เวลาถึงพรุ่งนี้เที่ยงคืน” มาร์คัสยื่นนามบัตรสีทองของตนเองให้กับหญิงสาวตรงหน้า แววตาของเขาฉายแววท้าทาย

“ขอบคุณสำหรับข้อเสนอนะคะ ฉันขอคิดดูก่อนแล้วจะรีบติดต่อมา” มิรันดาตอบรับนามบัตรด้วยมือที่สั่นเทา เธอต้องการเวลาคิดทบทวนเรื่องนี้อย่างละเอียด

“หวังว่าจะเป็นข่าวดีนะ” มาร์คัสบอกเธอพร้อมส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มที่ทำให้มิรันดารู้สึกเหมือนกำลังติดกับดักที่เขาขุดล่อไว้

มาร์คัสทอดสายตามองตามหลังพนักงานสาวสวยที่เดินจากไป ด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงความเสียดายอย่างสุดซึ้ง เขายอมรับว่าสนใจทั้งหน้าตาที่งดงามและรูปร่างที่เย้ายวนของเธอ แต่ความรู้สึกเหล่านั้นก็ถูกตัดทิ้งออกไปด้วยความจริงที่ว่าเธอคือเมียน้อยของเขมทัต น้องเขยของเขาเอง ความขัดแย้งในใจทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดที่ทุกอย่างมันไม่เป็นอย่างที่ต้องการ

“ขอโทษที่ให้รอนาน แล้วนี่ทำไมอยู่คนเดียวล่ะ ลูกน้องคนสนิทไปไหน” ศิลาเอ่ยทักมาร์คัสด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง เมื่อเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วเห็นมาเฟียหนุ่มนั่งอยู่คนเดียว

“แพทริคไปคุยโทรศัพท์ ส่วนจอมทัพกลับไปแล้ว” มาร์คัสตอบก่อนจะหยิบแก้วบรั่นดีที่ศิลาเพิ่งรินให้ขึ้นจิบช้าๆ

“ครั้งนี้จะอยู่นานไหม” ศิลาถามต่อ พลางเทบรั่นดีราคาแพงส่งให้เพื่อนอย่างรู้ใจ

“ก็คงสักพัก ฉันไม่ได้มากวนเวลางานใช่ไหม” มาร์คัสถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ไม่หรอก ปกติฉันก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว ก็แค่ดูความเรียบร้อยทั่วๆ ไป” ศิลาตอบพลางหัวเราะเบาๆ

“เด็กที่เอาเหล้ามาให้เมื่อกี้ทำงานเป็นไงบ้าง” มาร์คัสแกล้งถามอย่างไม่ใส่ใจ แต่แววตาของเขากลับจับจ้องไปที่ประตูทางออก ราวกับจะมองหาเงาร่างของหญิงสาวคนนั้น

“ก็ดีนะ ขยันและมาทำงานตรงเวลา สนใจเหรอ” ศิลาถามกลับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขารู้ดีว่าเพื่อนของเขามีรสนิยมแบบไหน

“ไม่หรอก ก็แค่ถามดูเพราะเพิ่งเคยเจอ” มาร์คัสปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ในใจกลับยอมรับว่าเธอทำให้เขาสนใจไม่น้อย

“สนใจไปก็เท่านั้น น้องเขาไม่ทำงานเสริม” ศิลาบอกด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ

“เหรอ” มาร์คัสอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ กับคำพูดของเพื่อน เขารู้ดีว่าผู้หญิงที่ทำงานในสถานบันเทิงแบบนี้ส่วนใหญ่ก็มักจะมีงานเสริมกันทั้งนั้น

“ไม่ใช่นายคนแรกที่สนใจหรอก” ศิลาพูดต่อ ราวกับจะตอกย้ำว่ามิรันดามีเสน่ห์มากเพียงใด

“คงเนื้อหอมน่าดูเลย” มาร์คัสพึมพำกับตัวเอง

“ประมาณนั้น ถ้าน้องมันสนใจป่านนี้คงรวยไปแล้ว ฉันว่านายอย่าไปสนใจเลย เสียเวลาเปล่า ฉันตามน้องพลอยให้แล้ว” ศิลาบอกพลางยิ้มอย่างรู้ทัน เขารู้ว่ามาร์คัสไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาความรัก

“ขอบใจนะ กำลังเมื่อยพอดีเลย” มาร์คัสตอบด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายขึ้น เมื่อรู้ว่าจะมีคนมาช่วยคลายความเหนื่อยล้าให้เขา

“พอพูดถึงหญิง ตาก็เป็นประกายเลยนะครับคุณมาร์คัส” ศิลาแซวด้วยรอยยิ้มกวนๆ

“มันก็แน่อยู่แล้ว ไปก่อนนะ ไม่อยากให้น้องพลอยรอนาน” มาร์คัสลุกขึ้นยืนทันที เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อนึกถึงพลอยนิชา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป