บทที่ 7 Chapter 6
ใบบัวนอนอยู่กับพ่อเลี้ยงในห้องนอนของเขาเวลาผ่านไปพอสมควรเขาจึงปลุกหญิงสาวตื่น จากนั้นก็ชวนเธอลงไปทานข้าวเย็นข้างล่าง ที่บ้านนี้จะทานข้าวเย็นตอน17.30น. ต้องลงไปทันทีเพราะคุณปู่ท่านลงมาตรงเวลามาก
"พ่อเลี้ยงใบบัวง่วงค่ะ"
หญิงสาวงัวเงียตื่นขยี้ตาตัวเองก่อนจะมองชายหนุ่มด้วยใบหน้าเหนื่อยล้า เขาอุ้มเธอขึ้นมายืนตรงส่งน้ำเย็นไปให้ดื่มจะได้สดชื่นขึ้น
"ดื่มก่อนจะได้สดชื่น"
"ขอบคุณค่ะ"
ใบบัวรับขวดน้ำมาดื่มก่อนจะยิ้มออกมาเพราะรู้สึกว่าสดชื่นขึ้นมาบ้างแล้ว หญิงสาวกอดแขนชายหนุ่มควงแขนกันเดินไปชั้นล่างและพอเจอคุณแม่ก็วิ่งไปกอดทันที
"คุณแม่ขาใบบัวคิดถึงจังเลย"
คุณแม่เห็นลูกสาวก็ยิ้มออกมาทันที สาวน้อยน่ารักของบ้านเธอคือความสดใสของคนที่นี่ส่วนลูกชายคือความหวังเดียวของตระกูลและสามีกับคุณพ่อต้องการให้ใบบัวแต่งงานกับแทนไทซึ่งเรื่องแบบนี้มันบังคับกันไม่ได้หรอก สามีเธอก็รู้ดีจึงส่งหนูใบบัวให้ไปอยู่ด้วยกับลูกชายเพื่อให้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น
"แม่ก็คิดถึงหนูลูก เห็นคุณพ่อบอกว่าเหนื่อยขึ้นไปนอนพักผ่อนแม่ก็เลยไม่กวน"
"ตอนนี้สดชื่นขึ้นแล้วค่ะ งั้นใบบัวไปกอดคุณปู่ก่อนนะคะเดี๋ยวจะน้อยใจเอา"
เธอผละออกจากคุณแม่หอมแก้มด้วยความคิดถึงก่อนจะวิ่งไปหาคุณปู่ในห้องอาหาร เสียงเล็กดังเข้ามาและทำให้ผู้ใหญ่ในห้องยิ้มกว้างออกมาทันที
"คุณปู่คิดถึงงงงง"
"ใบบัวหลานปู่มานี่สิ"
คุณปู่ดึงหลานสาวมาสวมกอดไว้แน่น เขาเลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออดดูแลอย่างดียุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมจนโตมาขนาดนี้ผูกพันมากกว่าหลานแท้ๆอีก รายนั้นเขาไม่เคยอ้อนปู่แบบนี้เลยสักครั้งคงเพราะสอนให้เขาเข้มแข็งก็เลยกลายเป็นแข็งกระด้างไปเลย
"เป็นไงบ้างพี่ชายเราดูแลดีมั้ย เค้าให้เงินใช้รึเปล่าแล้วหนูได้กินของอร่อยเหมือนอยู่ที่นี่มั้ย"
"ผมดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอครับคุณปู่"
พ่อเลี้ยงแทนไทแทบกุมขมับมาถึงแทนที่จะบอกคิดถึงเขาบ้างเอาแต่ปกป้องยัยเด็กแสบที่มีแต่คนให้ท่านแบบนั้นกินดีอยู่ดีีกว่าเขาอีกพาไปช็อปปิ้งตลอดแทบทุกอาทิตย์ แต่ก็นั่นแหละเหมือนเธอไม่ชอบซื้อของเท่าไหร่เขาจึงไม่ค่อยเสียเงินกับของไม่จำเป็น
"พ่อเลี้ยงดูแลใบบัวดีมากเลยค่ะคุณปู่ พาไปช็อปปิ้งด้วยแต่ว่าใบบัวไม่ชอบซื้อของค่ะมันแพง กว่าพ่อเลี้ยงจะหาเงินได้ใบบัวไม่เอาดีกว่า รายรับที่ไร่ก็ไม่ได้มากมายอะไรถ้าใบบัวเรียนจบจะไปหางานทำมาช่วยพ่อเลี้ยงอีกแรงค่ะดีมั้ยคะคุณปู่"
ทุกคนได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เด็กสาวผู้ใสซื่อไม่รู้อะไรก็คงคิดว่าพ่อเลี้ยงแทนไทมีรายได้จากไร่ที่เดียว และเธอไม่รู้ว่าที่นี่มีธุรกิจมีอะไรบ้างและยังไม่ถึงเวลาจะบอกเพราะเธอยังเด็กมาก
"แค่ไม่ดื้อให้พี่ปวดหัวก็เป็นพระคุณมากแล้ว ไม่ต้องหาทำอะไรเข้าใจมั้ย"
"ใบบัวเรียนกฎหมายมานะเรียนเก่งมากเลยด้วย เดี๋ยวจะไปฝึกงานหาประสบการณ์ใหม่ๆ มีบริษัทที่กรุงเทพฯติดต่อมาด้วยนะคะให้ใบบัวไปทำงานที่นั่นเลย คุณปู่ว่าใบบัวควรไปมั้ยคะ"
หญิงสาวเอ่ยถามคุณปู่เสียงสดใสและแน่นอนว่าคนที่จะตัดสินใจไม่ใช่เขาแต่เป็นพ่อเลี้ยงแทนไทคนที่คอยดูแลหญิงสาวมากกว่า
"ถามพี่ชายเราสิจะให้ไปมั้ย"
"เลิกฝันไปก่อนเถอะ อยากฝึกงานก็หาฝึกในจังหวัดไม่ต้องอยากไปไหนไกล"
"ใบบัวไม่รู้จะไปฝึกงานที่ไหนนี่นา"
หญิงสาวบ่นออกมาเสียงหลง เธออยากจะออกไปเผชิญโลกภายนอกบ้างแต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะทำเหมือนเธอเป็นเด็กไม่ยอมให้ออกห่างจากอ้อมอกเลย ไปไหนก็ต้องมีพี่เลี้ยงตามติดแทบจะเป็นเงา บอกตามตรงอึดอัดนะบางครั้งแต่ยังดีที่พี่แมนและพี่ฟ้าปล่อยให้เธอมีเวลาส่วนตัวกับเพื่อนไมาได้ตามติดจนเกินไป
"พี่รู้จักคนหนึ่งเปิดสำนักทนายความอยู่ เดี๋ยวพาไปสมัครเองแหละไม่ต้องคิดจะไปไหนไกล"
เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจกับยัยจอมยุ่งคนนี้ ทำตัวให้น่ารักเชื่อฟังเขาบ้างไม่ได้เลยเหรอไง อะไรที่รู้ว่าเขาไม่ชอบหรือขัดใจก็จะทำอย่างนั้นแหละ
"คุณปู่ดูสิคะพ่อเลี้ยงใจร้ายเนาะ"
"พี่เค้าเป็นห่วงหนูไงหลาน เอาเถอะกินข้าวก่อนได้เวลาแล้วค่อยว่ากัน"
คุณปู่ตัดบทและให้ทุกคนนั่งกินข้าวกันก่อน คุยกันเรื่องทั่วไปโดยมีใบบัวเป็นคนคุยจ้อแจ้ไม่หยุด ฟังเธอเล่าเรื่องนั้นนี่ก็สนุกดีไปอีกแบบ เพราะมีเธอครอบครัวถึงได้มีความสุขกันแบบนี้...
ช่วงค่ำ...
คุณแม่มาส่งใบบัวขึ้นมานอนพักผ่อนข้างบน เธอกอดท่านให้หายคิดถึงถึงแม้ว่าจะเจอกันบ่อยแต่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันมันก็ต้องมีคิดถึงกันบ้าง
"นอนนะลูกพรุ่งนี้ตื่นเช้ามากินของโปรดแม่จะทำให้"
"ยังไม่นอนค่ะพ่อเลี้ยงชวนใบบัวไปดูหนังที่ห้องค่ะ ใบบัวต้องไปหาพ่อเลี้ยงก่อนแล้วดึกๆจะกลับมานอนค่ะ"
เธอเอ่ยออกมาอย่างใสซื่อไม่ได้คิดอะไรแต่ผู้ใหญ่ก็มีคิดบ้างด้วยความที่ใบบัวโตเป็นสาวแล้วการที่จะไปอยู่กับผู้ชายสองต่อสองมันเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะไม่ควร ถึงแม้ว่าจะเลี้ยงให้เป็นพี่น้องกันแต่อย่าลืมว่าทั้งสองคนไม่ใช่พี่น้องกันโดยสายเลือด แต่เธอไม่ห้ามอะไรเพราะผู้ใหญ่ต้องการให้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว
"งั้นก็ไปเถอะจะเอาของว่างก็บอกนะแม่จะให้แม่บ้านเอามาให้"
"เอาค่ะใบบัวขอผลไม้เยอะๆเลยค่ะคุณแม่ พ่อเลี้ยงชอบกินเมล่อนค่ะ"
"ได้จ้ะแม่จัดการให้"
เธอหอมแก้มคุณแม่ก่อนจะวิ่งไปอุ้มตุ๊กตาแล้วเดินไปห้องพ่อเลี้ยงแทนไททันที เธอเคาะประตูอยู่หน้าห้องไม่กล้าเปิดเข้าไปเพราะเกรงว่าจะไปเห็นอะไรที่ไม่ควรอีก
"เข้ามาเลยประตูไม่ได้ล็อค"
พ่อเลี้ยงแทนไทตะโกนออกมาเสียงเรียบ ใบบัวเปิดเข้ามาพร้อมกับตุ๊กตาตัวใหญ่ของเธอ หญิงสาวมานั่งบนโซฟาก่อนจะมองหน้าชายหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี
"มาแล้วค่ะพ่อเลี้ยงจะดูอะไรเหรอ"
"อยากดูอะไรก็เปิดสิ"
ไม่พูดเปล่าเขายังอุ้มหญิงสาวไปนั่งลงบนตักอีก มือหนาลูบไล้ตามตัวเธออย่างแกล้งหยอก ใบบัวบิดตัวไปมาจั๊กจี้มากจนทนแทบไม่ไหว
"พ่อเลี้ยงใบบัวจั๊กจี้ค่ะ"
"จับนิดจับหน่อยเองไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย"
ไม่พูดเปล่าเขายังใช้ใบหน้าซุกตรงหน้าอกของเธอ ใบบัวดันตัวเขาออกก่อนจะดูชายหนุ่มด้วยใบหน้าเขินอาย
"พ่อเลี้ยงเอาหน้าออกไปนะ"
"ทำไมหวงเหรอ..."
"ก็ใบบัวเป็นผู้หญิงนะยังเรียนไม่จบเลย คุณแม่สอนไว้ว่าถ้ายังเรียนไม่จบห้ามให้ผู้ชายแต๊ะอั๋ง"
เธอกอดหน้าอกตัวเองไว้แน่น อยู่ๆคำสอนของคุณแม่ก็เข้ามาในจิตใต้สำนึกแต่ถ้าเขาทำจริงเธอคิดว่าตัวเองต้องสมยอมแน่นอนเลยเพราะเธอแคร์เขามากกว่าคำสอนของใครต่อใคร
"ก็จับนิดจับหน่อยเอง ไม่ได้เอาหนอนน้อยเข้าไปในตัวใบบัวสักหน่อย"
"พ่อเลี้ยงคนบ้า! พูดอะไรแบบนั้น"
ใบบัวหน้าแดงก่ำเบือนหน้าหลบสายตาของเขาอย่างรู้สึกเขินจะมาพูดจาสองแง่สองง่ามทำไมก็ไม่รู้ แล้วทำไมถึงรู้สึกว่าช่วงหลังมานี้เขาเปลี่ยนไปมากเลยนะ ชอบกอดเธอหอมเธอมากขึ้นไหนจะแต๊ะอั๋งไม่หยุดอีก โคตรเปลืองตัวเลย
"พี่รู้น่าว่าใบบัวยังเด็กไม่ทำอะไรหรอก"
"จริงนะ"
เธอมองเขาอย่างระแวง ชายหนุ่มให้เกี่ยวก้อยสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเธอมากกว่านี้
"สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรมากกว่านี้"
เธอยอมเกี่ยวก้อยสัญญากับเขาทันทีเพราะพ่อเลี้ยงเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นไว้ใจได้เสมอ
"โอเคสัญญาค่ะ"
"ยกเว้นใบบัวเต็มใจเอง"
"อ๊ะ! อันหลังมายังไงอ่ะ"
ใบบัวทำหน้ามึนงงอย่างสงสัย พ่อเลี้ยงแทนไทยกะไหลเล็กน้อยก่อนจะอุ้มเธอมานั่งลงข้างแล้วกดรีโมตหาหนังดูกับเธอคืนนี้...
'ทำไมเธอรู้สึกว่าเขาเริ่มไม่น่าไว้ใจแล้วอ่ะ'
