บทที่ 12 อย่าแตะผู้หญิงของฉัน

ตอนที่ 12 . อย่าแตะผู้หญิงของฉัน

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังเป็นจังหวะภายในสตูดิโอ เฌอเบลเงยหน้าจากโต๊ะทำงานคิ้วสวยขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามา

ลลิล ด้านหลังมีผู้หญิงอีกสองคนเดินตามเข้ามา หนึ่งในนั้นถือแฟ้มเอกสาร พลอยที่กำลังจัดผ้าอยู่ข้าง ๆ หันมามองอย่างสงสัย

“ใครเหรอเบล”

เฌอเบลยังไม่ทันตอบ ลลิลก็พูดขึ้นก่อน

“ฉันมาหาเฌอเบลค่ะ”

“มีธุระอะไรกับฉันคะ”

“มีค่ะ” ลลิลยิ้ม

“เรื่องงาน” เธอวางแฟ้มลงบนโต๊ะ

“ฉันได้ข่าวว่าแบรนด์ของคุณกำลังจะมีผลงานในงานเปิดตัวโครงการของวรากรกรุ๊ป”

เฌอเบลมองแฟ้ม “ค่ะ”

“ฉันเลยอยากขอให้คุณช่วยออกแบบชุดให้ฉันหนึ่งชุด”

พลอยหันมองเฌอเบลทันที ส่วนเฌอเบลยังคงนิ่ง

“ถ้าต้องการจ้างงาน คุณติดต่อผู้จัดการแบรนด์ได้เลยค่ะ”

“ฉันอยากคุยกับคุณโดยตรง”

“ได้ค่ะ” เฌอเบลเปิดแฟ้ม

“ต้องการแบบไหนคะ”

ลลิลนั่งลงตรงข้าม “ฉันต้องการชุดที่ใส่แล้วทำให้ทุกคนในงานมองฉันเป็นคนแรก”

เฌอเบลเงยหน้าขึ้น

“นั่นไม่ใช่เรื่องของชุดอย่างเดียวค่ะ”

“หมายความว่า?”

“คนใส่ต้องมีบุคลิกพอที่จะทำให้ชุดเด่นด้วย”

พลอยรีบก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม ลลิลมองเฌอเบลนิ่ง

“คุณนี่พูดตรงดีนะคะ”

“ฉันพูดเรื่องงานค่ะ”

“งั้นก็ดี”

ลลิลเอนหลัง “เพราะฉันเองก็อยากคุยเรื่องงานเหมือนกัน”

เธอหยุดไปครู่หนึ่ง “แต่ฉันอยากได้ชุดที่เหมาะกับคนระดับฉัน”

เฌอเบลปิดแฟ้มลงช้า ๆ “คุณลลิลคะ”

“คะ?”

“ถ้าคุณต้องการให้ฉันออกแบบให้ ฉันออกแบบตามตัวตนของคุณค่ะ ไม่ได้ออกแบบตามฐานะ”

ลลิลยิ้มบาง ๆ “ฉันคิดว่าคุณคงยังไม่เข้าใจ”

“อะไรคะ”

“งานนี้เป็นงานใหญ่ของวรากรกรุ๊ป”

เธอพูดช้า ๆ “ฉันไม่อยากให้คนในงานมองว่าแบรนด์ที่ได้ขึ้นโชว์หลักเป็นแค่แบรนด์เล็ก ๆ ที่โชคดีได้โอกาส”

เฌอเบลนิ่งพลอยขมวดคิ้ว

“คุณกำลังดูถูกแบรนด์เพื่อนฉันหรือเปล่าคะ”

ลลิลหันไปมอง “ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ”

“แต่คุณพูดแบบนั้น”

“ฉันแค่พูดความจริง”

บรรยากาศในสตูดิโอเริ่มตึงขึ้น เฌอเบลยกมือห้ามพลอยเบา ๆ ก่อนหันกลับไปหาลลิล

“ถ้าคุณไม่มั่นใจในฝีมือฉัน คุณไม่จำเป็นต้องจ้างค่ะ”

ลลิลเลิกคิ้ว “ฉันไม่ได้บอกว่าไม่จ้าง”

“แต่คุณกำลังบอกว่าฉันไม่ดีพอ”

“ฉันแค่เตือนคุณว่าโลกนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด”

เฌอเบลมองเธอนิ่ง “โลกของฉันอาจไม่ได้ง่ายค่ะ”

เธอลุกขึ้นยืน “แต่ฉันก็ไม่ได้สร้างมันขึ้นมาด้วยการรอให้ใครมาปูทางให้”

คำพูดนั้นทำให้ลลิลชะงักเธอมองเฌอเบลตั้งแต่หัวจรดเท้า

“น่าสนใจดีนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ”

“ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเตชินทร์ถึงสนใจคุณ”

เฌอเบลนิ่ง

“แต่คุณอย่าเพิ่งคิดว่าคุณชนะ” ลลิลพูดด้วยรอยยิ้ม

“เพราะฉันรู้จักเขามานานกว่าคุณมาก”

เฌอเบลสบตาเธอ “ฉันไม่เคยคิดจะแข่งขันกับคุณค่ะ”

“แต่คุณกำลังยืนอยู่ในที่ที่ควรเป็นของฉัน”

คราวนี้เฌอเบลเงียบไปก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสงบ

“ถ้าที่ตรงนั้นเป็นของคุณจริง...”

เธอเว้นจังหวะ “คุณคงไม่ต้องมาบอกฉันหรอกค่ะ”

ลลิลกำมือแน่น สีหน้าที่เคยมั่นใจเปลี่ยนไปชั่ววูบแต่แล้วเสียงประตูสตูดิโอก็เปิดขึ้นชายร่างสูงในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาทั้งห้องเงียบลงทันที

เตชินทร์ เขากวาดสายตามองทุกคน ก่อนหยุดที่ลลิล

“ผมบอกคุณแล้วว่าอย่ามายุ่งกับเธอ”

ลลิลลุกขึ้น “ฉันไม่ได้ทำอะไร”

“มาที่นี่โดยไม่บอกผม”

“ฉันแค่มาคุยเรื่องงาน”

เตชินทร์มองแฟ้มบนโต๊ะ

“งานอะไร”

ลลิลไม่ตอบเฌอเบลเป็นฝ่ายพูด

“เธออยากจ้างฉันออกแบบชุดค่ะ”

เตชินทร์หันมามองเธอ“แล้วเธอรับไหม”

“ยังค่ะ”

“ถ้าไม่อยากรับก็ไม่ต้องรับ”

ลลิลมองเขา “เตชินทร์” น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อย

“คุณกำลังปกป้องเธอ”

“ใช่”

คำตอบนั้นทำให้ทุกคนในห้องเงียบไม่มีแม้แต่การลังเลเตชินทร์เดินเข้ามาหยุดข้างเฌอเบล

“มีปัญหาอะไรไหม”

เฌอเบลส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ”

“แน่ใจ?”

“ค่ะ” เตชินทร์จึงหันกลับไปมองลลิล

“งั้นก็กลับ”

“ฉันยังพูดไม่จบ”

“แต่ผมจบแล้ว”

ลลิลเม้มริมฝีปาก“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงเลือกเธอ”

เตชินทร์นิ่ง “ผมไม่ได้เลือกเธอเพราะเธอเหนือกว่าคุณ”

ลลิลมีประกายความหวังขึ้นมาเล็กน้อย แต่ประโยคถัดมาทำให้ความหวังนั้นหายไปทันที

“ผมเลือกเธอเพราะผมต้องการเธอ”

เฌอเบลหันขวับไปมองเขา เตชินทร์ไม่ได้มองเธอสายตาคมยังจับอยู่ที่ลลิล

“และผมไม่สนว่าใครจะคิดยังไง”

ลลิลหน้าซีด “เตชินทร์...”

“คุณจะไม่ชอบเธอ ผมไม่สน” เขาพูดชัดทุกคำ

“แต่คุณไม่มีสิทธิ์ทำให้เธอลำบากใจ”

“ฉันไม่ได้...”

“ถ้าคุณยังทำอีก” แววตาของเขาเย็นลง

“ผมจะถือว่าคุณกำลังท้าทายผม” ทั้งห้องเงียบกริบ

ลลิลมองชายตรงหน้าด้วยแววตาเจ็บปวด เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะพูดแบบนี้กับเธอต่อหน้าคนอื่น เพื่อผู้หญิงที่เพิ่งเข้ามาในชีวิตเขาได้ไม่นานสุดท้ายเธอคว้ากระเป๋าขึ้นมา

“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ” เธอเดินผ่านเตชินทร์แต่ก่อนออกจากประตู ลลิลหันกลับมามองเฌอเบล สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเพียงอย่างเดียว มันมีบางอย่างที่อันตรายกว่านั้น

ความพ่ายแพ้ และคนที่ยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้...มักเป็นคนที่อันตรายที่สุด

หลังลลิลออกไป เฌอเบลยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเตชินทร์หันมามอง

“เป็นอะไร”

“คุณพูดจริงเหรอ”

“เรื่องไหน”

“ที่บอกว่าคุณต้องการฉัน”

เตชินทร์นิ่ง เฌอเบลมองเขาอย่างรอคำตอบ

“ฉันหมายถึง...” เธอเริ่มพูดติดขัด

“ในฐานะว่าที่ภรรยา”

เตชินทร์เดินเข้ามาใกล้ ใกล้จนเธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง

“แล้วเธออยากให้ฉันหมายถึงอะไร”

“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น”

“แต่เธอถาม”

“ก็แค่ถาม”

เขาก้มมองใบหน้าที่เริ่มแดงขึ้นของเธอ “งั้นก็อย่าคิดมาก”

เฌอเบลรีบถอยหนึ่งก้าว “ฉันไม่ได้คิด!”

“สีหน้าเธอคิด”

“คุณนี่” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเตชินทร์หยิบขึ้นมาดูข้อความจากธันวา

“นายครับ เราเจอคนของวิกรมแล้ว”

สีหน้าของเตชินทร์เปลี่ยนทันที ข้อความที่สองเด้งขึ้นมา

“และมันไม่ได้มาตามนาย”

เตชินทร์อ่านข้อความต่อ “มันกำลังตามคุณเฌอเบล”

ดวงตาคมเย็นจัด “เฌอเบล”

“คะ?”

“เก็บของ”

เธอขมวดคิ้ว “ทำไม”

“เรากลับคฤหาสน์เดี๋ยวนี้”

“แต่ฉันยังมีงาน”

“ตอนนี้งานไม่สำคัญ”

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปจนเธอรู้ทันทีว่าเกิดเรื่อง

“เกิดอะไรขึ้น”

เตชินทร์ไม่ตอบ เพียงหันไปสั่งธันวาทางโทรศัพท์

“ปิดถนนหน้าสตูดิโอ”

“ครับนาย”

“เอาคนของเรามาทั้งหมด”

“ครับ”

“และถ้าเจอคนของวิกรม...” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง

แววตาเย็นเยียบจนคนฟังยังรู้สึกได้ “จับเป็น”

เฌอเบลมองเขาอย่างไม่เข้าใจแต่ก่อนที่เธอจะได้ถาม...

เสียง ปัง! ก็ดังขึ้นจากด้านนอกสตูดิโอกระจกบานใหญ่แตกกระจาย!

“กรี๊ด!” พลอยร้องออกมา เฌอเบลชะงักเตชินทร์คว้าตัวเธอเข้าหาตัวทันที กดศีรษะเธอลงต่ำและใช้ร่างของตัวเองบังเอาไว้เสียงคนของเขาตะโกนขึ้นพร้อมกัน

“หมอบลง!”

เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังขึ้นด้านนอก เตชินทร์กอดเฌอเบลไว้แน่นก่อนกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงเย็นจัด

“อย่าเงยหน้า”

เฌอเบลตัวสั่น “เตชินทร์...”

“ฉันอยู่ตรงนี้” เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด

ปัง! เตชินทร์เงยหน้าขึ้นช้า ๆ แววตาของราชันย์น้ำแข็งเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเย็น

วิกรม...ในที่สุดก็เริ่มลงมือแล้ว

และครั้งนี้...มันไม่ได้กำลังท้าทายเตชินทร์ แต่มันกำลังแตะผู้หญิงของเขา

“ทางนี้ครับ” ภีมอีกหนึ่งกำลังสำคัญของเตชินทร์ตะโกนเข้ามาก่อนจะเข้าไปประกอบพลอยใส

“ตามผมมาครับ” พลอยใสหันมามองเฌอเบล

“ไม่ต้องห่วงครับ นายผมจะปกป้องคุณเฌอเบลเอง แต่ตอนนี้เราต้องไป !!”

“อือ” พลอยใสตอบรับและตามภีมออกไปในที่สุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป