บทที่ 13 คนที่กล้าแตะของของฉัน

ตอนที่ 13 .คนที่กล้าแตะของของฉัน

เสียงปืนยังคงดังขึ้นอีกสองนัด ปัง! ปัง! เศษกระจกกระเด็นไปทั่วพื้นสตูดิโอ เฌอเบลตัวแข็งอยู่ในอ้อมแขนของเตชินทร์ มือของเธอกำเสื้อสูทเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว

“อย่าขยับ” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู

เตชินทร์ใช้ร่างตัวเองบังเธอเอาไว้ทั้งหมดไม่มีความตื่นตระหนกในแววตาเขา มีเพียงความเย็นจัดเย็นจนเฌอเบลรู้สึกได้ว่า...คนตรงหน้าไม่ใช่แค่เจ้าของบริษัทเขาคือคนที่พร้อมจะจัดการกับคนที่เข้ามาท้าทายอำนาจของตัวเอง

“ธันวา”

“ครับนาย!”

“พาเฌอเบลออกทางหลัง”

“แล้วนายล่ะครับ?”

“ฉันจัดการเอง”

เฌอเบลรีบเงยหน้าขึ้น “ไม่ได้!”

เตชินทร์หันมอง “อะไร”

“ฉันไม่ไปคนเดียว”

“เธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอออกไปพร้อมกับธันวาก่อน”

“แต่คุณจะอยู่ที่นี่!”

“ฉันรู้”

“แล้วถ้าคุณเป็นอะไร”

เธอหยุดพูด เพราะสายตาคมที่มองกลับมาทำให้คำพูดทั้งหมดหายไปจากหัว เตชินทร์ก้มลงเล็กน้อย

“เฌอเบล” น้ำเสียงเขาอ่อนลงเพียงนิดเดียว

“ฟังฉัน”

เธอนิ่ง “ไปกับธันวา”

“แต่...”

“ฉันจะตามไป”

เฌอเบลมองเขาอย่างไม่ไว้ใจเตชินทร์จึงพูดต่อ

“ฉันสัญญา”

เพียงสองคำกลับทำให้เธอยอมพยักหน้าธันวารีบเข้ามาพาเธอออกไป

แต่ก่อนจะเดินพ้นประตู เฌอเบลหันกลับมามอง

เตชินทร์ยืนอยู่กลางสตูดิโอเสื้อสูทสีดำของเขามีเศษกระจกตกอยู่บนไหล่ ใบหน้าเย็นชา ดวงตาคมกริบและครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่า...คนที่เธอควรกลัวที่สุดในสถานการณ์นี้อาจไม่ใช่คนที่กำลังยิงปืนใส่เธอแต่เป็นคนที่กำลังจะเดินออกไปหาอีกฝ่ายต่างหาก

ด้านหลังสตูดิโอธันวาพาเฌอเบลออกไปและไปเจอกับพลอยที่อยู่กับภีม ทั้งสองขึ้นรถทันที

“ขึ้นรถครับ!” ภีมหันมาบอกกับทั้งสองคน

“แล้วเตชินทร์ล่ะ?” เฌอเบลถามด้วยความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก

“นายจัดการเองครับ” ธันวาตอบอีกครั้ง

“เขาจะเป็นอะไรไหม”

ธันวาหยุดมองเธอ ก่อนตอบอย่างจริงจัง “คนที่ควรกังวลไม่ใช่นายครับ”

เฌอเบลมองเขา “หมายความว่า?”

ธันวาเปิดประตูรถให้ “ผมไม่เคยเห็นนายโกรธแบบนี้มานานแล้ว”

“แต่ว่า...” หญิงสาวยังคงมีท่างทางที่ลังเล

“ฟังผมนะครับ ตอนนี้เป้าหมายของพวกมันคือคุณ หากยังลังเลและมันประชิดตัวคุณขึ้นมา...” ธันวาหยุดพูดเพียงนิดและหันมามองภีม

“คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดอาจจะไม่ใช่คุณแต่อาจจะเป็นนาย” ภีมบอกกับเฌอเบล

“ทำไม? ”

“เพราะนายจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของนายเองก็ตาม” ธันวาพูดขึ้นมาอีกครั้งทำเอาเฌอเบลนิ่ง

“เบลไปกันเถอะอย่าลังเลเลย เชื่อพวกเขาเถอะ” พลอยใสรีบเตือนสติ เฌอเบลหันไปมองอีกครั้งก่อนจะขึ้นรถแต่โดยดี

อีกด้านหนึ่ง ชายสองคนวิ่งออกจากตรอกด้านข้างสตูดิโอคนหนึ่งถือปืน อีกคนกำลังพยายามโทรศัพท์

“ถอนตัวก่อน!”

“แต่รถเรายัง...”

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง “จะรีบไปไหน”

ทั้งสองคนชะงักเตชินทร์เดินออกมาจากเงามืดคนหนึ่งยกปืนขึ้นทันที

ปัง! เตชินทร์เบี่ยงตัวหลบกระสุนเฉี่ยวไหล่ไปชายอีกคนกำลังจะยิงซ้ำ แต่ยังไม่ทันเหนี่ยวไก หมัดหนักก็กระแทกเข้าที่ใบหน้าเต็มแรง

ร่างนั้นล้มลงกับพื้น อีกคนพยายามวิ่งหนี ธันวาที่ตามมาสมทบเข้าประชิดจากด้านข้าง

“ธันวา !!” เตชินทร์ร้องออกมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก พร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยเพราะเขาสั่งให้ลูกน้องทั้งสองคนคุ้มกันเฌมเบล

“คุณเบลให้ผมมาคุ้มกันนายครับ ส่วนเธอภีมจัดการพาออกไปแล้ว”

“อืม ดี” เตชินทร์ตอบเพียงแค่นั้นก่อนจะหันไปจัดการกับคนที่อยู่ตรงหน้า

เพียงไม่กี่วินาที... คนทั้งสองถูกจับกดลงกับพื้น

“เอาตัวไป” เตชินทร์พูดสั้น ๆ

ชายคนหนึ่งเงยหน้าขึ้น “แกคิดว่าจับฉันแล้วจะจบเหรอ!”

เตชินทร์เดินเข้าไปใกล้ “ใครส่งมา”

อีกฝ่ายหัวเราะ “คิดว่าฉันจะบอกเหรอ?”

เตชินทร์ไม่พูดเพียงย่อตัวลง สายตาเย็นจัดจับจ้องอีกฝ่าย

“ฉันถามอีกครั้ง”

“ถ้าไม่บอกล่ะ?”

“ก็ไม่เป็นไร”

เขาลุกขึ้น “ฉันมีวิธีทำให้แกพูด” ธันวาเหลือบมองคนของตัวเองทุกคนเข้าใจทันที

“เอาตัวไป”

“ครับนาย!”

คนทั้งสองถูกลากออกไป แต่หนึ่งในนั้นตะโกนทิ้งท้าย

“วิกรมฝากบอกว่า...”

เตชินทร์หยุดเดิน “ถ้าอยากให้ผู้หญิงคนนั้นปลอดภัย ก็อย่าขวางมัน!”

ความเงียบเข้าปกคลุม เตชินทร์ค่อย ๆ หันกลับมา

“พูดใหม่”

ชายคนนั้นหัวเราะ

“มันบอกว่าเฌอเบลคือจุดอ่อนของแก”

ผลัวะ! หมัดของเตชินทร์พุ่งเข้าใบหน้าอีกครั้งคราวนี้ไม่มีคำเตือน

“อย่าเอาชื่อเธอมาใช้กับฉัน” น้ำเสียงของเขาเย็นจนคนรอบข้างเงียบกริบ

“เพราะถ้าพวกแกแตะเธออีกครั้ง..” เขามองหน้าพวกมันอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะยกเท้าขึ้นมาแล้ววางไว้ที่ไหล่ของมัน

“เพราะถ้าพวกมึงไม่ว่าใครก็ตามที่แตะเธอละก็ พวกมึงจะไม่มีชีวิตรอดให้ได้พูดอะไรแบบนี้อีก”

พูดจบเขาก็เตะเสยปลายคางของไอ้คนนั้นทันที ทำเอามันหน้าหันไปอีกทางพร้อมกับเลือดที่กระจายออกจากริมฝีปากอย่างเป็นจำนวนมาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป