บทที่ 2 คฤหาสน์ของปีศาจ
ตอนที่ 2 คฤหาสน์ของปีศาจ
รถยนต์โรลส์-รอยซ์สีดำแล่นฝ่าสายฝนออกจากบ้านของเฌอเบลอย่างเงียบงัน
ภายในรถไร้บทสนทนา เฌอเบลนั่งชิดประตู กระชับกระเป๋าสะพายไว้แน่น ราวกับมันเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตเธอหันกลับไปมองบ้านหลังเล็กผ่านกระจกด้านหลัง
แม่ยืนร้องไห้อยู่หน้าประตู ส่วนพ่อคุกเข่าก้มหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาลูกสาว หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบรัด
"อย่าร้อง" เสียงทุ้มของเตชินทร์ดังขึ้น ทั้งที่สายตายังคงมองเอกสารในมือเฌอเบลรีบเช็ดน้ำตา "ใครบอกว่าฉันร้อง"
ชายหนุ่มปรายตามองเพียงเสี้ยววินาที "น้ำตาเธอกำลังเปื้อนเบาะรถฉัน"
หญิงสาวหันขวับ "คุณ!"
"เบาะหนังแท้อิตาลี" เขาพูดต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อน
"ราคาสูงกว่ารถทั้งคันที่บ้านเธอ" คำพูดนั้นทำให้เฌอเบลกำหมัดแน่น "คนอย่างคุณคงเห็นค่าของสิ่งของมากกว่าคนสินะ"
เตชินทร์ไม่ได้ตอบ เขาเพียงหันกลับไปมองนอกหน้าต่างตลอดทาง...ทั้งคู่ไม่พูดอะไรอีก เกือบหนึ่งชั่วโมงต่อมา รถค่อย ๆ เลี้ยวผ่านประตูเหล็กบานมหึมา เสียงเครื่องสแกนดังขึ้น ก่อนประตูจะเปิดออกช้า ๆ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้เฌอเบลถึงกับพูดไม่ออก
คฤหาสน์สีขาวขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางพื้นที่หลายสิบไร่ สวนถูกจัดแต่งอย่างสวยงาม น้ำพุขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางลาน มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราเป็นระยะ รถหรูอีกหลายคันจอดเรียงอยู่ด้านหน้า
มันไม่ใช่บ้าน...แต่มันคืออาณาจักร
รถจอดสนิท ชายวัยประมาณสามสิบปลาย ๆ ในชุดสูทสีกรมเดินเข้ามาเปิดประตูให้
"สวัสดีครับนาย" เตชินทร์พยักหน้า
"นี่ธันวา" เขาหันมาบอกเฌอเบล "มือขวาของฉัน"
ธันวาส่งยิ้มสุภาพให้เธอ "ยินดีต้อนรับครับคุณเฌอเบล"
เธอพยักหน้ารับเพียงเล็กน้อยไม่มีอารมณ์จะพูดอะไร
พอทั้งสองเดินเข้าไปภายในคฤหาสน์ได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็มีหญิงสูงวัยคนหนึ่งเดินเข้ามา
"คุณเต..." หญิงชะงักเมื่อเห็นเฌอเบลสายตาเต็มไปด้วยความสงสัย
"นี่..."
เตชินทร์ตอบสั้น ๆ "ผู้หญิงของผม"
เฌอเบลหันมองเขาทันที
"เดี๋ยว..."
แต่เขาเดินผ่านไปเหมือนไม่ได้ยิน หญิงสูงวัยรีบยิ้มให้
"ป้าชื่อสายบัวนะจ๊ะ เป็นแม่บ้านใหญ่ ถ้าต้องการอะไรก็บอกป้าได้"
น้ำเสียงอบอุ่นของป้าสายบัว ทำให้เฌอเบลรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
"ขอบคุณค่ะ"
...
ธันวาพาเธอขึ้นมาบนชั้นสาม ก่อนหยุดหน้าประตูไม้บานใหญ่
"ห้องของคุณครับ"
เมื่อประตูเปิดออก เฌอเบลถึงกับอึ้งห้องกว้างราวกับห้องชุดในโรงแรมห้าดาว มีห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ ห้องน้ำหินอ่อน ระเบียงที่มองเห็นสวนทั้งหมด
"คุณเตให้เตรียมไว้ครับ"
เธอวางกระเป๋าลง "ฉันไม่ได้อยากมาอยู่ที่นี่"
ธันวาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ
"นายไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าคฤหาสน์"
เฌอเบลขมวดคิ้ว "แล้วไง"
"คุณเป็นคนแรก"
เธอไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย “ขอบคุณฉันขอพักก่อนนะ” เฌอเบลตัดปัญหาไปในที่สุด ก่อนที่ธันวาจะขอตัวออกไป
ตกเย็น
ป้าสายบัวขึ้นมาตามเธอ "นายให้ลงไปทานข้าวค่ะ"
"ฉันไม่หิว"
"ป้าเกรงว่านายจะไม่พอใจ"
เฌอเบลถอนหายใจ
สุดท้ายก็ยอมเดินลงมา โต๊ะอาหารยาวเกือบสิบเมตรมีอาหารวางเรียงเต็มโต๊ะ แต่คนที่นั่งอยู่มีเพียงเตชินทร์
เขากำลังอ่านรายงานในแท็บเล็ตอย่างเงียบ ๆ เธอดึงเก้าอี้ออกแล้วนั่งฝั่งตรงข้าม
ไม่มีใครพูดอะไร
จนกระทั่ง...
"กิน" เตชินทร์เอ่ยโดยไม่เงยหน้า
"ฉันบอกแล้วว่าไม่หิว"
"ตั้งแต่เช้าเธอกินกาแฟแก้วเดียว"
เฌอเบลชะงักเขารู้ได้ยังไง เหมือนอ่านความคิดเธอออก
เตชินทร์วางแท็บเล็ตลง
"ฉันรู้ทุกอย่างก่อนพาใครเข้ามา รวมถึงเรื่องที่เธอชอบอดข้าวเวลาทำงาน"
หญิงสาวเม้มริมฝีปาก "สืบประวัติฉันเหรอ"
"ใช่และฉันยังรู้ว่า" เขาหยุดเล็กน้อย "เธอเป็นโรคกระเพาะ"
เฌอเบลนิ่งไปนั่นเป็นเรื่องที่แม้แต่เพื่อนบางคนยังไม่รู้
"คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องของฉัน"
เตชินทร์ตักซุปวางตรงหน้าเธอ
"ตอนนี้มี เพราะเธออยู่ในความรับผิดชอบของฉัน"
คำพูดนั้นยิ่งทำให้เธอโมโห
"ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยง"
"ฉันไม่เคยบอกว่าใช่แต่เธอเป็นหลักประกัน และเป็น.."
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ..ห้ามพูดฉันรู้ดี” เฌอเบลผลักชามซุปออก
"และฉันไม่มีวันยอมเป็นของคุณ"
เตชินทร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นสีหน้าแบบนั้นแต่รอยยิ้มนั้นกลับเย็นเยียบ
"เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า" เขาลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดข้างเธอก่อนโน้มตัวลงจนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบ
"เธอไม่ได้มีสิทธิ์เลือก"
ดวงตาคมสบกับดวงตาคู่สวยที่กำลังลุกเป็นไฟ
"ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเข้าคฤหาสน์หลังนี้ชีวิตของเธอ..."
เขาเว้นจังหวะ ก่อนพูดช้า ๆ "เป็นของฉัน"
เฌอเบลยกมือผลักอกเขาเต็มแรงแต่เตชินทร์แทบไม่ขยับ
"อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!"
เธอตวาด เสียงนั้นดังก้องไปทั่วห้องอาหาร บรรดาแม่บ้านที่ยืนอยู่ต่างพากันก้มหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ
ทุกคนรู้ดี...ไม่เคยมีใครกล้าขึ้นเสียงใส่เตชินทร์แต่ชายหนุ่มกลับเพียงมองเธอด้วยแววตานิ่งเฉย
"ธันวา"
"ครับนาย"
"พรุ่งนี้พาเธอไปซื้อเสื้อผ้า"
เฌอเบลรีบปฏิเสธ "ฉันไม่เอา!"
เตชินทร์หันมองชุดที่เธอสวมอยู่ "ในเมื่อเธอมาอยู่บ้านฉันก็แต่งตัวให้สมฐานะ"
"ฉันมีเสื้อผ้าของตัวเอง"
"ไม่พอ"
