บทที่ 9 ตอนที่6.1 ใครกล้ารังแก1
ตอนที่6 ใครกล้ารังแก
รถลีมูซีนคันหรูขับเข้ามาจอดในมหาวิทยาลัย
การมาที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ย่อมมีคนให้ความสนใจ นักศึกษายืนชะเง้อมองกันยกใหญ่ เพราะคิดว่าต้องเป็นคนใหญ่คนโตมาเยี่ยมเยียนมหาวิทยาลัยแน่
แน่ล่ะ หลังจากมีข่าวผู้อำนวยการชาติชายถูกปลดด่วน ทุกคนก็ตั้งตาดูว่าใครจะมาเป็นผู้บริหารคนใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนรู้แล้ว และก็อึ้งตามๆ กัน
'หาาา! รุ่นพี่ที่จบไปเมื่อห้าปีก่อนที่เคยมีข่าวว่าถูกนักเลงของคณะวิศวะซ้อมทุกวันนั่นล่ะนะ!'
'คนนั้นล่ะ ตาทึ่มที่โคตรจะโง่สุดของวิศวะแล้ว'
ใช่แล้ว ชายหนุ่มสวมแว่นตาหนาเตอะ ใส่สูทผูกเนกไทยืนรอต้อนรับคนสำคัญอยู่นี่ คือผู้อำนวยการคนใหม่ ที่ใครๆ ก็คาดไม่ถึงว่าเขาจะมาเป็นผู้บริหารที่เก่งกาจได้
ทว่าเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นแล้ว และยังมีเรื่องให้ทุกคนได้อึ้งกันอีก นั่นก็คือ...
"นี่พวกเธอดูสิ รถหรูขนาดนั้น จะต้องเป็นเจ้าของมหาลัยคนใหม่แน่เลย"
"นั่นสินะ เห็นมีคนบอกว่า คนนี้รวยมหาศาลสุดๆ"
"หื้มมม แบบนี้ก็ต้องเป็นคนที่ดูภูมิฐานมากเลยสินะ"
"ใช่ ฉันก็คิดแบบนั้น สไตล์ลุงที่แสนใจดี ยิ้มเก่ง แต่งตัวดี มีรสนิยม แล้วก็..."
ยังไม่ทันให้นักขี้นินทาได้วิจารณาจนจบ ประตูรถคันนั้นก็เปิดออก ทุกคนจ้องตาไม่กระพริบ อย่างอยากรู้เหลือเกินว่าเจ้าของมหาวิทยาลัยคนใหม่จะมีหน้าตาเป็นแบบไหน
แล้วทันทีที่พวกเธอได้เห็น หัวใจเกือบหลุดไปอยู่ตาตุ่ม
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดชอปวิศวะก้าวลงมาจากรถ สิ่งแรกที่เห็นคือทรงผมยุ่งๆ ออกเซอร์ๆ ที่เหมือนจะไม่เคยหวีผมมาก่อน
หากเป็นคนอื่นมีทรงผมนี้ก็คงดับอนาถ แต่เพราะเป็นเขาที่มีโครงหน้าดั่งเป็นลูกรักของพระเจ้า จึงทำให้เขาคนนี้หล่อเหลายิ่งกว่าผู้ชายคนไหนในมหาวิทยาลัยนี้
ใบหน้าขาวจัด ปากแดง คิ้วเข้ม จมูกโด่งคมสัน แถมยังใส่ต่างหูสุดเท่อีกด้วย มองอย่างไรก็ไม่ต่างจากหนุ่มในแมกกาซีน
"นั่นมัน...ใครน่ะ?!"
"ก็เด็กวิศวะไงล่ะ"
"รู้แล้ว แต่ว่าเขาเรียนปีไหนกันนะ ดูหล่อ ดูแพง ดูรวยโคตรๆๆ"
สาวๆ ยืนจ้องเขาตาเป็นมัน แต่ที่ดูจะไม่ใคร่สนใจเลยเห็นจะเป็นนิรินที่เดินผ่านมาทางนี้พอดี
เธอไม่มอง แต่เขามอง
ดวงตาคมกริบตวัดมองหญิงสาวที่กำลังเดินผ่านหน้าไป เขาหรี่ตาลง มองตามเธอจนผู้อำนวยการเอ่ยถาม
"มีอะไรหรือเปล่าครับคุณเรย์"
"มี"
"งั้นสั่งผมมาได้เลยครับ"
"ผู้หญิงคนนั้น" นิ้วชายหนุ่มชี้ไปยังนิริน แน่นอนว่าเรย์จำเธอได้ คนที่ทั้งตบเขา ได้จูบกับเขา และยังเป็นคนที่เขาตั้งใจมาหาโดยเฉพาะอีกด้วย
"เธอเรียนตึกอะไร"
"อ่อ ดูจากชุดแล้ว ตึกวิศวะที่เดียวกับที่ท่านจะเรียนน่ะครับ"
"งั้นเหรอ"
เรย์กระตุกมุมปากขึ้นยิ้ม ตายังคงจับจ้องหญิงสาวที่เขาสนใจยิ่งกว่าใคร
เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก
นะ แม่วัวนมของฉัน
นิรินก้าวเข้ามาในห้องกิจกรรมของคณะ
วิศวะกรรมศาสตร์
วันนี้เธอดูเหนื่อยเป็นพิเศษเพราะต้องตื่นตั้งแต่ตีสองเพื่อไปรับจ้างงานร้านข้าวสำหรับขายใส่บาตร
ยอมรับว่าตอนนี้ตาเธอแทบจะปิดได้อยู่แล้ว แต่พอเจอเสียงของรุ่นพี่หัวหน้าของคณะ นิรินถึงกับต้องตื่นเพื่อเงยหน้าขึ้นไปฟัง
แน่ล่ะ ถ้าเธอไม่ทำตามน่ะหรือ คงไม่แคล้วถูกอีกฝ่ายหยิกจนเนื้อเขียวอีก
ใช่ว่าสู้ไม่ได้ แต่เพราะผู้หญิงคนนั้นเป็นลูกของอาจารย์เพียงเพ็ญผู้มีพระคุณของเธอ นิรินถึงต้องนิ่งเข้าไว้
แต่ก็น่าแปลก เธอกลัวทุกคน แต่ทำไมนะ กับผู้ชายคนนั้น เธอถึงกล้าตบเขาได้
นิรินเผลอคิดไปถึงวันนั้น คิดไปถึงใบหน้าหล่อเหลาที่คอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ หน้าของเธอ ลมหายใจของเขามีกลิ่นหอม เนื้อตัวเขาก็ยังจะหอมอีก อาจจะมาจากน้ำมันตอนนวดก็ไม่แปลก แต่กลิ่นน้ำมันนวดนั้นเมื่อผสมรวมเข้ากับเหงื่อมันชวนหอมแบบมีเอกลักษณ์
ที่สำคัญ ใจเธอเต้นแรงขึ้นมาทันใดเมื่อนึกไปถึงจูบนั้น จูบ...ที่เร่าร้อนชวนให้สติกระเจิงหาย
เสียงลมหายใจ
เสียงจูบ
เสียงดูดปาก
พอได้นึกถึงกลับรู้สึกปั่นป่วนราวกับมีเขามาหายใจรดกันอีกครั้ง
อ่าา...ไม่นะ เธอจะมีความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้สิ นั่นมันไอ้โรคจิตชัดๆ ถูกตบก็ยังยิ้มได้ แถมจะยังเสียมารยาทมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอีก ผู้ชายพรรค์นี้ ขออย่าได้พบเจอกันอีกเลยเถอะ!
"นี่! ฟังอยู่หรือเปล่านิริน!"
เฮือก!
เสียงตะโกนดังมาทีนิรินถึงกับสะดุ้ง คราวนี้เธอเลิกคิดฟุ้งซ่านเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเห็นรุ่นพี่คนนั้นหน้าบึ้งตึง
ไม่แค่นั้นหรอก ยังจะมีสมุนของเธอคนนี้อีกที่จ้องมาทางนิรินราวจะฉีกเนื้อเธอออกเป็นชิ้นๆ
"พี่แพร..."
"มีสติแล้วเหรอ ฉันเรียกเธอตั้งนาน"
"เอ่อ....ขอโทษค่ะ คือพอดีหนูคิดเรื่องเรียนน่ะค่ะ ก็เลยไม่ได้ยินเสียงพี่"
"เหอะ เกลียดจริงๆ อีพวกชอบแก้ตัว" รุ่นพี่ชื่อแพรทำเสียงขึ้นจมูกด้วยความโมโห "เธอนี่มันขยะของคณะวิศวะชะมัด"
"!!!"
"ทำไม โกรธเหรอที่ฉันพูดความจริงน่ะ ไม่มีแค่ฉันเท่านั้นหรอกนะที่มองเห็นเป็นขยะ คนอื่นๆ ในคณะนี้ ไม่ว่าจะเรียนปีไหนก็มองเธอเป็นเห็บหมัดที่คอยจ้องจะเกาะพวกฉันเพื่ออัพเกรดตัวเอง"
แพรวายิ้มเยาะ มองนิรินตั้งแต่หัวจรดเท้า "ถ้าแม่ฉันไม่เห็นเธอบีบน้ำตาจะเป็นจะตายวันนั้น คณะวิศวะในมหาลัยเอกชนชั้นนำแห่งนี้ก็คงไม่มีเหลือบไรอย่างเธอเข้ามาอยู่ให้เสียชื่อคณะหรอก!
