บทที่ 4 ฉันไม่ได้ใจดีกับทุกคน

“แล้วทีนี้จะเอายังไงต่อ จะเอาเงินที่ไหนมาผ่อนบ้านล่ะ”

“ก็คงต้องกลับไปหาเถ้าแก่ร้านเหล้า ขอกลับไปทำงานเหมือนเดิม”

“ร้านเหล้าเหรอ แบบนั่งดื่มกับแขกเหรอ”

“ใช่ค่ะ อย่าดูถูกเชียวนะคะเงินดีออก”

“แล้วทำไมถึงไปทำงานที่กาสิโนล่ะ”

“ก็ยัยพี่สาวของหนูบอกว่าได้เงินเยอะกว่าที่ร้านเหล้า ใครจะคิดล่ะว่าต้องไปนอนกับแขกด้วย”

“เธอทำงานที่ร้านเหล้ามานานแล้วเหรอ”

“ก็ตั้งแต่ปีหนึ่ง หนูทำไปด้วยเรียนไปด้วย เรื่องของหนูก็มีแค่นี้แหละ แล้วคุณล่ะคะเป็นใครมาจากไหน”

“เธออยากรู้เรื่องของฉันไปทำไม”

“ก็แลกเปลี่ยนกันไงคะ หรือว่าคุณทำแต่เรื่องผิดกฎหมายเลยเล่าให้ใครฟังไม่ได้” วรรษมนมองหน้าเขาอย่างท้าทาย เธออยากรู้เรื่องของเขาอยากรู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหนแล้วที่บอกว่าจะช่วยเธอนั้นเขาจะช่วยได้จริงๆ หรือแต่พูดเพราะต้องการนอนกับเธอกันแน่

ออสตินมองหน้าวรรษมนเมื่อเห็นแววตาที่ช่างสงสัยก็ยิ้มมุมปาก เขาจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ตนเองนั่งคุยกับผู้หญิงนานๆ แบบนี้เมื่อไหร่ เพราะส่วนใหญ่ก็จะพากันขึ้นเตียงอย่างเดียว

“ถ้าเธอรู้ว่าฉันทำอะไรบ้างเธออาจจะกลัวฉันก็ได้นะ”

“ก็ลองเล่ามาสิคะ”

“ฉันชื่อออสติน อายุ 35 แม่เป็นลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย พ่อเป็นคนอิตาลี ตอนนี้ท่านสองคนใช้ชีวิตอยู่ที่อิตาลี”

“คุณมีพี่น้องไหมคะ”

“เคยมีน้องสาว”

“เคยเหรอคะ”

“อือ แต่เธอเสียไปตั้งแต่เด็กแล้ว”

“หนูเสียใจด้วยนะคะ แล้วคุณทำงานอะไร”

“ก็โรงแรมที่กรุงเทพและที่เชียงราย กาสิโนที่สามเหลี่ยมทองคำอีกสองแห่งแล้วก็กาสิโนที่เธอหนีออกมานั่นแหละ”

“คุณค้าผู้หญิงด้วยใช่ไหมคะ”

“จะเรียกว่าค้าได้ยังไงในเมื่อทุกคนเต็มใจ”

“แต่หนูไม่เต็มใจ”

“นั่นก็เป็นอีกเรื่องที่ฉันต้องสอบสวนว่าใครเป็นคนทำเพราะกาสิโนที่นั่นมีคนท้องถิ่นเป็นหุ้นส่วนด้วย เธออาจจะคิดว่าฉันแก้ตัวนะ แต่ฉันไม่มีทางบังคับใครทำแบบนั้นหรอก”

“หนูจะเชื่อคุณ”

“ทำไมถึงเชื่อฉันล่ะ”

“เพราะคุณช่วยหนู ไม่ใจร้ายกับหนู” วรรษมนเชื่อจริงๆ ว่าเขาเป็นคนดี ที่เชื่อเพราะเขาไม่ใจร้ายกับเธอ ส่วนเรื่องของเขากับงานของเขามันก็เป็นเรื่องส่วนตัว

“อย่าเชื่อคนอื่นง่ายนะเมล่อน ขนาดพี่สาวเธอเขายังหลอกเธอมาขายได้ แล้วไม่คิดเหรอว่าตอนนี้เธอกำลังโดนฉันหลอก”

“ก็แอบคิดค่ะ แต่หนูไม่ทางเลือก หนูอยากกลับกรุงเทพ อยากไปหางานทำและก็อยากจะเรียนให้จบ” หญิงสาวพูดด้วยสีหน้าและแววตาที่มุ่งมั่น

ออสตินรู้สึกพอใจที่เห็นวรรษมนเป็นเด็กรักเรียนเพราะถ้าเป็นคนอื่นต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยก็อาจจะท้อไปแล้ว

“ดูเธอตั้งใจเรียนดีนะ”

“ก็ต้องตั้งใจสิคะ เรียนจบแล้วจะได้หางานดีๆ ทำ” แววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นทำให้คนมองรู้สึกถึงพลังบวกในตัวเธอที่ส่งมาทางสายตา

“ถ้าถึงกรุงเทพแล้วฉันจะช่วยหางานให้”

“ขอบคุณนะคะ หนูนึกแล้วว่าคุณต้องเป็นคนใจดีมากๆ” วรรษมนมองเขาแล้วยิ้มอย่างจริงใจ

“ฉันไม่ได้ใจดีกับทุกคนหรอกนะ”

“แต่อย่างน้อยก็ใจดีกับหนู แล้วปกติคุณมาที่นี่บ่อยไหมคะ หนูหมายถึงมาที่กาสิโน” เธอพยายามชวนเขาคุยเพราะอยากรู้จักเขาให้มากขึ้น

“ก็เดือนละครั้งมาตรวจงาน”

“คุณใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพเหรอคะ”

“ฉันก็อยู่ไปเรื่อย”

“หนูขอถามอะไรเพิ่มได้ไหม”

“อือ”

“คุณมีครอบครัวหรือยังคะ ถ้าหนูกลับไปพร้อมคุณจะทำให้คุณมีปัญหากับที่บ้านไหมคะ”

“ไม่ต้องกลัวเรื่องนั้นหรอก ฉันยังไม่มีครอบครัว”   

“ไม่น่าเชื่อนะคะ ว่าคุณจะยังไม่มีครอบครัว”

“ทำไมถึงไม่เชื่อ”

“ก็คุณทั้งหล่อทั้งรวยผู้หญิงก็คงจะเยอะ”

“ฉันไม่เถียงว่าฉันมีผู้หญิงเยอะ แต่ฉันยังไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบชีวิตใครหรอกนะ”

“คุณพูดเหมือนมีอันตรายอยู่รอบตัว”

“การทำธุรกิจแบบนี้ก็ย่อมมีศัตรูมากกว่าอาชีพอื่น ถ้าฉันมีแฟนหรือมีครอบครัวพวกเขาจะเป็นจุดอ่อนของฉัน”

“หนูไม่เข้าใจความคิดของคุณเลย การมีครอบครัวหนูว่ามันดีออก”

“เธอยังไม่มีครอบครัวจะรู้ได้ยังไงว่ามันดี”

“ก็ตอนพ่อยังไม่ตายพ่อเคยพูดว่าเวลาพ่อทำงานมาเหนื่อยๆ แล้วมาเจอหนูพ่อก็หายเหนื่อย” วรรษมนนึกถึงวัยเด็กแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ นั่นเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขมาก เธอจะรอพ่อที่หน้าบ้านทุกวันรอให้พ่อมกอดมาหอมแล้วเข้านอนด้วยกันทุกคืน

“ฟังแล้วดูอบอุ่นดีนะ”

“ใช่ค่ะ ถึงตอนนี้พ่อจะไม่อยู่แล้วแต่หนูก็ยังคิดถึงท่านเสมอคิดถึงวันที่มีความสุข”

ออสตินกำลังคิดถามที่เธอพูดและรู้สึกว่าวรรษมนกำลังหาใครสักคนมาแทนพ่อซึ่งเขาไม่อยากให้เธอรู้สึกกับเขาแบบนั้น

“เมล่อน ฉันขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม”

“ขออะไรคะ” เธอมีสีหน้าตกใจเพราะกลัวเขาจะขอในสิ่งที่เธอยังไม่พร้อม

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก”

“แล้วมันเรื่องอะไรคะ”

“เลิกแทนตัวเธอว่าหนูเถอะ ฟังแล้วมันทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันแก่มาก”

“แล้วจะให้แทนตัวเองว่าอะไร ฉันเหรอคะ”

“เมล่อนไง เธอชื่อเมล่อนไม่ใช่เหรอ”

“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา”

“เอาเป็นว่าเรารู้จักกันแล้วนะ อีกนานกว่าจะถึงกรุงเทพเธอจะนอนก่อนไหม”

“ค่ะ หนู เอ้ย เมล่อนก็เริ่มง่วง ว่าแต่ในรถไม่มีผ้าห่มเหรอคะ”

“หนาวเหรอ”

“ก็นิดหน่อยค่ะ” วรรษมนไม่ค่อยกล้านอนเท่าไหร่ถ้าไม่มีอะไรมาห่มเนื่องจากชุดที่เธอสวมนั้นเป็นชุดเกาะอกตัวสั้นเหนือเข่า แม้เขาบอกว่าจะยังไม่นอนกับเธอวันนี้แต่หญิงสาวก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดี

“เอาเสื้อฉันไปก่อนก็ได้” ออสตินถอดสูทส่งให้เพราะดูแล้ววรรษมนก็คงจะหนาวจริง แม้เขาจะเบาแอร์ให้แล้วก็ตาม

“ขอบคุณค่ะ คุณไม่หนาวเหรอะคะ”

“ฉันมีเสื้ออีกตัว”

พอรับเสื้อมาแล้ววรรษมนก็เอามาห่ม ก่อนจะปรับให้เอนลงไม่นานหญิงสาวก็หลับ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป