บทที่ 5 กลับมาทำงานเดิม
ออสตินนั่งมองหน้าเธออยู่นานก่อนจะมองออกไปข้างนอกพลางใช้ความคิด เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่นั้นเรียกว่าใจดีอย่างที่หญิงสาวพูดหรือเปล่า แต่เขาก็ไม่ชอบที่เธอถูกหลอกมาแบบนี้ เท่าที่เขารู้ผู้หญิงทุกคนที่มาทำงานล้วนเต็มใจและเรื่องนี้เขาคงต้องให้คนสืบให้รู้เรื่อง
“ภูมิ ไปที่คอนโดนะ” ออสตินบอกคนขับเมื่อรถเข้าเขตกรุงเทพ
“ถึงแล้วเหรอคะ” วรรษมนถาม
“ใกล้ถึงแล้ว ฉันจะให้เธอไปที่อยู่ที่คอนโดก่อน”
“เมล่อนขอกลับไปอยู่ที่บ้านได้ไหมคะ”
“คิดจะหนีฉันเหรอ”
“เปล่านะคะ ก็แค่อยากไปดูว่าสองคนนั้นเอาอะไรที่บ้านไปบ้าง”
“เอาไวพรุ่งนี้ค่อยไปดูก็ได้ บ้านมันไม่หนีไปไหนหรอกน่า”
“ก็ได้ค่ะ” วรรษมนตกลงเพราะไม่อยากทำตัวเรื่องมาก
“เธอขึ้นไปคนเดียวนะ ฉันบอกคนของฉันไว้แล้วว่าเธอจะมาพัก”
“แล้วคุณล่ะ”
“ปกติฉันพักที่โรงแรม”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” วรรษมนดีใจที่อย่างน้อยวันนี้ตนเองก็ยังไม่ต้องเริ่มงานแต่ก็ไม่รู้ว่าตนเองจะรอดไปถึงเมื่อไหร่ คนอย่างเธอพูดคำไหนก็คำนั้นในเมื่อเขาช่วยเธอกลับมาถึงกรุงเทพได้แค่เรื่องนอนกับเขามันก็ไม่ใช่ปัญหา
หญิงสาวขึ้นมายังคอนโดมิเนียมหรูชั้นบนสุดซึ่งห้องของเขากินพื้นที่มากถึงสองในสาม แล้วอีกส่วนที่เหลือก็เป็นห้องพักของแม่บ้านและคนของเขา
“คุณมีอะไรเรียกป้าได้ตลอดนะคะ กดที่ออดสีฟ้าค่ะ”
“แล้วออดสีแดงล่ะคะ”
“สีแดงสำหรับขอความช่วยเหลือ ถ้ากดปุ่มนั้นคนที่จะเข้ามาก็จะเป็นบอดี้การ์ดของคุณออสตินค่ะ”
“ขอบคุณนะคะ หนูคงมารบกวนเวลานอนของป้า”
“ไม่เป็นไรค่ะ ปกติแล้วคุณออสตินไม่เคยมาใครมาที่นี่ขนาดตัวท่านเองยังค่อยมา ป้าเลยแทบจะไม่ได้ทำงานอะไรเลย”
“หนูคงรบกวนไม่นานหรอกค่ะ”
“รบกวนนานก็ได้ มีคนมาอยู่ที่นี่จะได้ไม่เหมือนห้องร้าง”
“แต่ดูไม่เหมือนห้องร้างเลย ป้าคงทำความสะอาดทุกวัน”
“ใช่ค่ะ ป้าทำความสะอาดทุกวันแล้วก็ดีใจที่มีคนมาอยู่”
“หนูคงอยู่รบกวนป้าไม่นานหรอกค่ะ”
“ป้าอยากให้อยู่นานๆ คืนนี้ดึกแล้วป้าว่าเราแยกกันไปนอนดีกว่าหนูมีอะไรก็เรียกป้านะ”
“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
.......
ตั้งแต่กลับมาถึงกรุงเทพวรรษมนก็ไม่ได้เจอกับออสตินอีกเลย เขาให้ลูกน้องพาเธอไปตรวจเลือดจากนั้นก็กลับไปเอาของใช้จำเป็นที่บ้านและให้เธออยู่ที่คอนโดมิเนียมตามลำพัง
หญิงสาวนั่งมองโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่เขาซื้อให้แล้วก็ลังเลว่าจะโทรไปหาเขาดีไหม เพราะรู้สึกเบื่อที่ต้องอุดอู้อยู่แบบนี้เธออยากออกไปข้างนอกไปหางานทำ
เมื่อเรียบเรียงคำพูดแล้ววรรษมนก็กดโทรออกตามเบอร์โทรศัพท์ที่ลูกน้องของเขาบันทึกไว้ให้ แต่พอโทรไปแล้วคนที่รับสายกลับไม่ใช่ออสตินอย่างที่เธอคิด
“ฉันจะโทรหาคุณออสตินค่ะ”
“ตอนนี้บอสไม่ว่างรับสายคุณมีเรื่องด่วนอะไรไหม”
“ไม่ค่ะ เอาไว้ฉันค่อยโทรมาทีหลังก็ได้ แล้วเขาจะว่างตอนไหนล่ะคะ”
“ผมระบุเวลาไม่ได้เอาไว้ถ้าเขาว่างผมจะบอกเขาโทรกลับ”
“ขอบคุณค่ะ”
พอวางสายแล้วหญิงสาวก็กลับมานั่งเหงาอย่างเดิม แม้จะได้คุยกับเพื่อนผ่านทางโลกโซเชียลแต่การอยู่แต่ในห้องมันก็น่าเบื่อ ปกติแล้วถ้าไม่ออกไปเรียนวรรษมนก็ต้องออกไปทำงานพิเศษเธอเลยไม่ชินกับการต้องนั่งๆ นอนๆ อยู่แบบนี้
หญิงสาวคิดว่ายังไงวันนี้ก็ต้องออกไปข้างนอกให้ได้ แม้ว่าเขาจะสั่งห้ามไว้ก็ตาม
เธอเลือกชุดกางเกงยีนกับเสื้อยืดที่เอามาจากบ้านขึ้นมาสวมแทนที่จะเป็นชุดกระโปรงราคาแพงที่เขาให้คนซื้อมาให้ พอแต่งตัวเสร็จก็ออกไปบอกบอดี้การ์ดให้มาช่วยดูก๊อกน้ำก่อนจะขังเขาไว้
“ขอโทษนะคะที่ต้องทำแบบนี้ คุณก็อยู่ในนั้นไปก่อนนะ” เธอบอกกับบอดี้การ์ดที่กำลังจะพังประตูออกมา
“คุณจะไปไหน บอสสั่งไว้ว่าไม่ให้ออกไปข้างนอก” เสียงบอดี้การ์ดหนุ่มตะโกนออกมา
“ฉันแค่จะไปหาเพื่อนแล้วก็กลับไปที่บ้าน”
“ถ้าบอสรู้เขาคงโกรธมากแล้วถ้าเขามาหาคุณแล้วไม่เจอผมว่าทั้งคุณและผมคงจะเดือดร้อน”
“คุณก็อย่าบอกเขาสิคะ อีกอย่างเขาไม่มาที่นี่หรอกน่า ฉันโทรไปหาเขาแล้วเขากำลังงานยุ่งคงไม่ว่างมาหรอก แต่ถ้าเขาจะมาคุณก็แค่โทรไปบอกแล้วฉันจะรีบมารับรองว่าเรื่องนี้จะมีแค่เราสองคนที่รู้ เอาล่ะ ฉันไม่อยากจะคุยให้เสียเวลา ฉันไปก่อนนะ”
“คุณเมล่อนเดี๋ยวสิ” บอดี้การ์ดตะโกนไล่หลังแต่วรรษมนไม่สนใจฟังเพราะถ้าช้ากว่านี้เขาก็อาจจะโทรให้บอดี้การ์ดอีกคนที่มักจะทำงานคู่กับเขามาช่วยก็ได้
วรรษมนกลับมาที่บ้านของตนเองจากนั้นก็เก็บของใช้ที่ไม่จำเป็นทิ้งเธอคิดว่าจากนี้อาจจะต้องหาคนมาเช่าห้องที่ว่างสองห้องเพื่อเอาเงินที่ได้ไปผ่อนกับธนาคารเพราะตอนนี้เธอยังไม่ได้ทำงานพิเศษก็เลยกลัวว่าเงินเก็บที่มีจะไม่พอกับค่าผ่อนบ้าน
หญิงสาวเก็บของจนเหนื่อยก็ขี่จักรยานยนต์คันเก่าออกไปซื้อข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งหน้าปากซอย
“ไหนพี่สาวเอ็งว่าเองไปทำงานต่างประเทศไง แล้วทำไมถึงรีบกลับมาแล้วล่ะ” ป้าสมเจ้าของร้านถามขณะที่มือก็ผัดกับข้าวไปด้วย
“หนูแค่ไปลองทำแต่งานไม่เหมาะกับหนูก็เลยกลับ ไม่นึกว่าพอกลับมาพี่เมย์กับน้ารีจะย้ายออกไปแล้ว”
“ป้าก็ตกใจเหมือนกันจู่ๆ สองคนนั้นก็ย้ายออก แต่ป้าได้ยินน้ารีของเอ็งพูดว่าพี่สาวเอ็งได้ที่ทำงานใหม่แล้วเขามีบ้านให้อยู่ก็เลยพากันย้ายออก”
“เหรอ เขาไม่บอกอะไรหนูเลย แล้วป้าพอรู้ไหมว่าเขาได้งานที่ไหน”
“อันนี้ป้าก็ลืมถามมัวแต่ดีใจกับมัน เอ็งลองไปถามนังแก้วตาเพื่อนของพี่เอ็งดูสิ”
“นั้นสิ พี่แก้วตาน่าจะพอรู้อะไรบ้างเดี๋ยวหนูกินข้าวเสร็จว่าจะแวะไปถามดู”
