บทที่ 11 วายุ
ตอนที่ 12. วายุ
“อะไรนะ” วินเซนโซ่ไม่ได้หลบสายตา “พ่อของนาตาลี”
“เป็นคนลั่นไก” วายุลุกขึ้นยืนทันที “เดี๋ยวนะ!”
เขาเดินไปเดินมาในห้องพยายามเรียบเรียงความคิด
“แล้วนี่พี่กำลัง…ช่วยลูกสาวของคนที่เกือบฆ่าพ่อเรา?”
วินเซนโซ่เงียบ วายุหันกลับมามอง “พี่บ้าไปแล้วหรือไง”
วินเซนโซ่พูดเรียบ ๆ “พ่อของเธอตายแล้ว” วายุสวนทันที “แล้วไง”
วินเซนโซ่ยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“ก่อนตาย…เขาฝากพ่อให้ดูแลลูกสาวเขา”
วายุหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่ไม่ใช่เสียงหัวเราะขำมันคือเสียงหัวเราะของคนที่ไม่อยากเชื่อ
“สุดยอดเลย แล้วเราจำเป็นต้องทำตามด้วยเหรอ ผมไม่เข้าใจ ” เขาพึมพำ
“คนที่ยิงพ่อเรา…” วายุชี้ออกไปข้างนอก
“แล้วตอนนี้พวกเรากำลังหนีคนทั้งโลกเพื่อปกป้องลูกสาวมัน?” วินเซนโซ่ตอบเพียงประโยคเดียว
“ใช่”
วายุจ้องพี่ชาย “พี่ !!”
สายตาเต็มไปด้วยคำถาม ก่อนจะถามเบา ๆ “แล้วพี่เกลียดเธอไหม”
วินเซนโซ่นิ่งไปครู่หนึ่ง ภาพของนาตาลีหญิงสาวที่ร้องไห้ท่ามกลางเลือดและศพ หญิงสาวที่ยังขอบคุณเขา ทั้งที่เขาเพิ่งพูดว่าเธอไม่มีค่า ผ่านเข้ามาในหัว เขาตอบสั้น ๆ
“ฉันไม่รู้” วายุถอนหายใจยาว ก่อนจะถามคำถามสุดท้าย
“แล้วถ้าพ่อไม่มีชีวิตอยู่ พี่จะช่วยเธอไหม?” เขาถามอีกครั้ง
“แล้วตอนนี้พี่คิดว่าพ่อจะให้พี่ช่วยเธอไหม” วินเซนโซ่เงียบสายตาเขานิ่ง
ก่อนจะตอบ “พ่อเป็นคนสั่ง” วายุชะงัก “อะไรนะ” วินเซนโซ่พูดช้า ๆ
“ก่อนพ่อจะตายพ่อสั่งให้ฉันปกป้องเธอ”
เงียบงัน วายุยืนอึ้ง เรื่องทั้งหมดซับซ้อนกว่าที่เขาคิดมากและทันใดนั้นเขาก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมพี่ชายถึงต้องหนีข้ามทวีปเพื่อพาผู้หญิงคนเดียวมาด้วยวายุถอนหายใจก่อนจะพูดเบา ๆ
“พี่นี่มัน..แต่จะว่าไปคิดแบบนั้นก็ไม่ได้เพราะพ่อยังไม่ตาย งั้นผมจะไปถามพ่อ”
เขาส่ายหัว “ไม่ได้ ถ้าพ่อรู้เรื่องนี้พ่อจะตกอยู่ในอันตราย อย่าลืมสิว่าทุกคนเข้าใจว่าพ่อเราตายแล้วนะ นายอยากให้พ่อตายจริง ๆ เหรอ?”
วายุมองหน้าพี่ชาย เขาพูดไม่ออกกับความคิดและการกระทำของพี่ชายเป็นอย่างมาก
“ชอบเอาปัญหาระดับโลกมาให้ผมจริง ๆ” วายุพูดและส่ายหน้าพี่ชายด้วยความระอาเป็นอย่างยิ่ง
“เจอกันที่มหาลัยพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” วายุบอกกับพี่ชายของเขาก่อนจะเดินออกไปจากห้อง วินเซนโซ่พูดตามหลังน้องชาย
“ก่อนออกจากคอนโดก็โทรมาบอกด้วยแล้วกันว่ากี่โมง”
“รู้แล้วน่า สำคัญที่พี่เถอะเตรียมเอกสารอะไรให้เรียบร้อยก็แล้วกัน อย่าให้พลาดจะได้ไม่ถูกใครจับได้”
“ไม่จำเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้เป็นอาจารย์จริง ๆ และแน่นอนว่าบางทีแกอาจจะได้เรียกกับเธอก็ได้”
“อืออ เข้าใจแล้วไปก่อนนะ” วายุบอกพี่ชายก่อนหันมาหานาตาลี “ไปก่อนนะครับพี่สะใภ้”
“อ๊ะ..ไม่ใช่นะคะ”
นาตาลีร้องออกมาเสียงหลง เพราะเธอไม่อยากให้ทุกคนคิดแบบนั้น เธออยู่ที่นี่ในฐานะอะไรตัวเธอยังไม่รู้เลย
คืนนั้นในเพนต์เฮาส์ ไฟในห้องทำงานยังเปิดอยู่จนดึกอองรีนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ หน้าจอเต็มไปด้วยเอกสารหลายสิบไฟล์พาสปอร์ต ประวัติการทำงาน เอกสารรับรอง ข้อมูลการศึกษา
ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ
“ชื่อยังคงเดิม แต่ประวัติถูกปรับทั้งหมด” อองรีพูดเรียบ ๆ
“ไม่มีช่องโหว่ ถ้ามีใครตรวจสอบก็จะเจอแค่ข้อมูลที่เราสร้างไว้” แม็กซ์เวลพิงกำแพง กอดอกมอง
“จากอาจารย์ธรรมดา กลายเป็นตัวละครใหม่ในวันเดียว…ไม่ธรรมดาจริง ๆ”
นาตาลีนั่งเงียบ ๆ มองเอกสารของตัวเอง มันเหมือนกำลังมองชีวิตของคนอีกคนหนึ่งไม่ใช่เธอ วินเซนโซ่ยืนอยู่ข้างหลังสายตาเขานิ่ง
“พรุ่งนี้เธอจะเริ่มต้นใหม่”
เขาพูดสั้น ๆ นาตาลีเงยหน้ามองเขา
“แล้วคุณล่ะ” วินเซนโซ่ไม่ตอบ เขาแค่หันหลังเดินออกไป
เช้าวันต่อมา
แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลงบนถนนในกรุงเทพ รถยนต์หรูสองคันแล่นเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยนักศึกษาที่เดินผ่านไปมาต่างหันมามองคันแรกใคร ๆ ก็จำได้ รถของวายุ เด็กวิศวะปี 4 ที่ทั้งคณะรู้จัก แต่คันที่สองสีดำเงาเรียบหรูไม่มีใครคุ้น รถจอดลงข้างกันวายุลงจากรถคันแรก เขายืดตัวเล็กน้อย ก่อนจะปิดประตูสายตาของคนรอบ ๆ เริ่มจับจ้อง
จากนั้นประตูรถคันที่สองก็เปิดออก ชายร่างสูงในสูทสีเข้มก้าวลงมา ท่าทางนิ่ง สายตาคม ออร่าที่ทำให้คนรอบข้างเงียบลงโดยไม่รู้ตัว
วินเซนโซ่ ตามมาด้วยนาตาลีในชุดเรียบสุภาพ แต่ดูโดดเด่นท่ามกลางฝูงชน เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น
“ใครน่ะ…”
“เหมือนวายุเลย”
“พี่ชายเขาหรือเปล่า”
วายุเดินเข้ามาหา สายตาเขากวาดมองรอบ ๆ อย่างระวัง
ก่อนจะพูดกับวินเซนโซ่ “ตึกอยู่ทางโน้น” เขาชี้ไปยังอาคารคณะ
“ที่พี่นาตาลีต้องไปรายงานตัว”
วินเซนโซ่มองตาม ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยเขาหันมามองน้องชายสายตานิ่ง แต่แฝงความหมายบางอย่าง
“ฝากดูแลด้วย” วายุถอนหายใจเบา ๆ
“พี่พูดเหมือนผมไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเลยนะ” แม็กซ์เวลที่ยืนห่างๆ หัวเราะเบา ๆ วินเซนโซ่ไม่ตอบเขาหันไปมองนาตาลีแทนสายตาเขาคมขึ้นเล็กน้อย
“อย่าสร้างปัญหา”
นาตาลีขมวดคิ้วทันที “ฉันไม่ใช่คนสร้างปัญหา”
วินเซนโซ่มองเธอแวบหนึ่งก่อนจะตอบเรียบ ๆ
“ถ้าเธอคิดจะหนี นั่นแหละเธอคือปัญหา ที่สำคัญเธอจะตาย เรื่องนี้ก็คงจะรู้ดีว่าเพราะอะไร”
เงียบไปเสี้ยววินาที แม็กซ์เวลหลุดขำออกมาเบา ๆ วายุส่ายหัว
“โอเค พอแล้ว” เขาหันไปหานาตาลี
“ไปครับ เดี๋ยวผมพาไป” นาตาลีหันกลับไปมองวินเซนโซ่อีกครั้งสายตาสองคนสบกัน ไม่มีคำพูดแต่มีบางอย่างที่ค้างอยู่ระหว่างนั้น
“ไม่เป็นไรหรอกวายุพี่ไปเองก็ได้ เธอไปเรียนเถอะ พี่ไม่อยากรบกวนเธอมากกว่านี้ เดี๋ยวยังถ้ามีเรื่องอะไรพี่จะโทรหา”
“โอเคครับ” วายุรับคำก่อนเดินออกไปในทันที วินเซนโซ่ยืนมองจนเธอเดินหายเข้าไปในอาคารอองรีเดินเข้ามาข้าง ๆ
“เริ่มแล้วสินะครับ”
วินเซนโซ่ตอบสั้น ๆ
“ใช่”
เขามองไปยังตึกเรียนที่ดูธรรมดาแต่กำลังกลายเป็น
สนามใหม่ของเกมอันตราย ในขณะที่นักศึกษายังคงเดินไปมาโดยไม่รู้ตัวว่าในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ กำลังมีบางอย่างซ่อนอยู่บางอย่างที่อาจ ทำให้ทุกอย่างพังลงได้ทุกเมื่อ.
