บทที่ 14 วันที่แสนจะธรรมดา
ตอนที่ 15. วันที่แสนจะธรรมดา
ห้องเรียนขนาดใหญ่ของคณะวิศวกรรมศาสตร์เต็มไปด้วยนักศึกษาปีหนึ่งและปีสองที่กำลังนั่งจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างคึกคัก
"ได้ยินว่าอาจารย์ใหม่จะเข้าสอนวันนี้"
"ใช่ คนที่สวย ๆ นั่นไง"
"จริงปะวะ"
"กูเห็นรูปในกลุ่มแล้ว" เสียงพูดคุยดังขึ้นเรื่อย ๆ
กระทั่งประตูห้องเรียนเปิดออก
หญิงสาวในชุดสูทสีครีมเรียบหรูเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ
ทั้งห้องเงียบลงโดยอัตโนมัติ นาตาลียิ้มบาง ๆ ก่อนแนะนำตัว
"สวัสดีค่ะ ดิฉันนาตาลี เป็นอาจารย์ผู้สอนรายวิชานี้ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ"
สิ้นเสียงของเธอ บรรยากาศที่ตึงเครียดก็ผ่อนคลายลง
ตลอดสองชั่วโมงของการเรียนการสอน นาตาลีไม่ได้ใช้วิธีอ่านสไลด์เพียงอย่างเดียว เธออธิบายด้วยตัวอย่างง่าย ๆ เปิดโอกาสให้นักศึกษาซักถาม และคอยตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม
จนเมื่อหมดคาบ...นักศึกษาหลายคนยังไม่ยอมลุกจากที่นั่ง
"อาจารย์ครับ ขอถามอีกข้อได้ไหมครับ"
"ได้ค่ะ"
"อาจารย์ครับ ถ้าผมไม่เข้าใจ มาปรึกษานอกเวลาได้ไหมครับ"
"ได้ค่ะ ถ้าเป็นเรื่องเรียน" เสียงหัวเราะดังขึ้นทั้งห้อง
"อาจารย์ใจดีจัง"
"ปีนี้โชคดีว่ะ" ไม่นานข่าวก็แพร่ไปทั่วทั้งคณะ
'อาจารย์ใหม่ทั้งสวย ทั้งสอนเข้าใจง่าย'
ช่วงพักเที่ยงนาตาลีกำลังเก็บเอกสารลงกระเป๋า
"อาจารย์นาตาลีครับ" เธอเงยหน้าขึ้น
ชายหนุ่มรูปร่างสูงในชุดอาจารย์เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ
"ผมภาคินครับ"
"เมื่อวันก่อนเรายังไม่ได้คุยกันจริง ๆ"
นาตาลียิ้มตอบ "ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งค่ะ"
ภาคินหัวเราะเบา ๆ "วันนี้ว่างไหมครับ"
"คะ?"
"ถ้ายังไม่มีธุระ ผมว่าจะชวนไปทานข้าวกับอาจารย์ในภาค ถือว่าต้อนรับสมาชิกใหม่"
นาตาลีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า
"ได้ค่ะ"
"งั้นเชิญครับ" ทั้งสองเดินออกจากห้องพักอาจารย์พร้อมกัน
ในเวลาเดียวกัน ภายในรถยนต์สีดำที่จอดอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย
ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในอาคารกำลังปรากฏอยู่บนแท็บเล็ตในมือของอองรี เขาเลื่อนภาพไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเห็นชายคนหนึ่งเดินเคียงข้างนาตาลี วินเซนโซ่ปรายตามองหน้าจอเพียงแวบเดียวก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร" อองรีซูมภาพเข้าไป
"อาจารย์ภาคินครับ อาจารย์ประจำภาค"
วินเซนโซ่เงียบไปสองวินาที สายตายังคงจับจ้องภาพชายหนุ่มที่กำลังเปิดประตูให้นาตาลี ก่อนเอ่ยขึ้นสั้น ๆ
"ตรวจประวัติ" อองรีเงยหน้าขึ้นมองเจ้านาย
"ครับ?"
"ละเอียดที่สุด"
อองรีอมยิ้มมุมปาก "รับทราบครับ"
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความถึงแม็กซ์เวลทันที
ตรวจสอบประวัติอาจารย์ภาคินทั้งหมดภายในวันนี้
วินเซนโซ่ยังคงมองภาพบนหน้าจอ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ไว้ใจภาคิน...
แต่เพราะเขาไม่ไว้ใจผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้นาตาลีแม้แต่ตัวเขาเอง...
ก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงรู้สึกหงุดหงิดเพียงเพราะเห็นเธอเดินเคียงข้างผู้ชายอีกคน
"จะให้คนตามไปไหมครับ"
อองรีถามขึ้น วินเซนโซ่ตอบโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ
"ไม่จำเป็น" เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ
"แค่จับตาดู"
"ครับ"
อองรีรับคำ แต่รอยยิ้มยังไม่หายไปจากใบหน้าดูเหมือนว่า...เจ้านายของเขาจะเริ่มสับสนกับหัวใจตัวเองแล้ว
ร้านอาหารอิตาเลียนภายในห้างสรรพสินค้าดูคึกคักตามเวลาอาหารกลางวัน อาจารย์ภาคินเป็นคนเปิดประตูนำทุกคนเข้าไป
"ร้านนี้อร่อยครับ พวกเรามากันบ่อย"
อาจารย์มะลิพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่จ้ะ พาสต้านี่อร่อยมาก"
นาตาลีเดินตามเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ แต่ยังไม่ทันจะก้าวลึกเข้าไปในร้าน...เธอก็ชะงัก แม้แต่อาจารย์คนอื่น ๆ ก็ชะงักไปตามกันเพราะบริเวณมุมด้านในสุดของร้าน มีชายร่างสูงในชุดสูทสีดำกำลังนั่งอยู่เพียงลำพังใบหน้าคมคายเรียบนิ่งตามแบบฉบับของเขา
วินเซนโซ่...
ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่หลายวินาทีนาตาลีกะพริบตาปริบ ๆ
"คุณ..." วินเซนโซ่เงยหน้าขึ้นจากเมนู สีหน้าไม่ได้มีความตกใจแม้แต่น้อยราวกับการพบกันที่นี่เป็นเรื่องปกติ
"บังเอิญ"
เขาตอบสั้น ๆ อาจารย์ภาคินมองซ้ายมองขวาอย่างงุนงง
บังเอิญ? “ใครเหรอครับ? ” เขาถามด้วยความสงสัยเป็นอย่างมากทำเอานาตาลีเองก็เงียบ เพราะไม่รู้ว่าจะตอบว่ายังไง
ร้านอาหารในกรุงเทพมีตั้งเยอะแยะ แต่ดันบังเอิญมาเจอกันเวลานี้พอดีเนี่ยนะ?
"รู้จักกันเหรอครับ" ภาคินยังคงถามต่อนาตาลีอ้าปากจะตอบแต่วินเซนโซ่พูดก่อน
"นิดหน่อย" นาตาลีหันไปมองทันทีนิดหน่อยตรงไหน...ผู้ชายคนนี้แทบจะควบคุมชีวิตเธออยู่แล้ว
อีกมุมหนึ่งของร้าน
อองรีที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปเงียบ ๆ ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มพลางมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ภายในหัวกลับเต็มไปด้วยคำถาม
ไหนบอกว่าไม่ตามไงครับนาย...เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน
คนที่พูดว่า "ไม่จำเป็น" ก็ยังเป็นคนเดียวกับที่กำลังนั่งอยู่ตรงนี้
อองรีถอนหายใจในใจก่อนที่เสียงอีกด้านหนึ่งในหัวจะเถียงกลับทันที
...อาจจะหิวก็ได้ เขาพยักหน้ากับตัวเองเบา ๆ
ใช่หิว...หิวจนต้องขับรถตามมาถึงร้านเดียวกัน หิวจนต้องนั่งโต๊ะที่มองเห็นนาตาลีได้ชัดที่สุดในร้านสมเหตุสมผลมาก
อองรีเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาแต่ต้องรีบยกแก้วน้ำขึ้นมาปิดบังอาการ เพราะถ้าวินเซนโซ่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่มีหวังได้ถูกส่งไปทำงานที่ไซบีเรียแน่นอน
ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของร้านวินเซนโซ่ยังคงเปิดเมนูอย่างสงบ
ราวกับไม่รู้เลยว่า ตอนนี้ไม่มีใครในร้านเชื่อคำว่า "บังเอิญ" ของเขาแม้แต่คนเดียวอาจารย์มะลิเป็นคนแรกที่เรียกสติกลับมา
"เอ่อ...งั้นเราไปนั่งโต๊ะนั้นกันดีกว่าค่ะ" เธอรีบชี้ไปยังโต๊ะขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนักทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยทันที
ยกเว้น...วินเซนโซ่ เพราะโต๊ะที่อาจารย์มะลิชี้ไป อยู่ห่างจากเขาเกือบสุดร้าน ชายหนุ่มเหลือบมองเพียงแวบเดียว ก่อนก้มกลับไปดูเมนูเหมือนไม่สนใจ นาตาลีแอบถอนหายใจโล่งอกอย่างน้อยเขาก็คงไม่ได้คิดจะมานั่งด้วยแต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะเดินไปถึงโต๊ะพนักงานสาวก็เดินเข้ามาพร้อมสีหน้าลำบากใจ
