บทที่ 5 ซินเดอเรลล่า

(ตติญา)

รอดแ‍ล้‍วตติญา แกรอดแ‍ล้‍ว

ฉันรีบวิ่งกลับเข้ามาในงานอย่างไม่คิดชีวิต เชื่อไหมว่าเมื่อกี้รองเท้าเกือบหล่นกลางทางอย่างกับฉากในการ์ตูนไม่มีผิด ดีที่ฉันไหวตัวทันรีบกลับไปเก็บเพราะเห็นชายชุดดำหนึ่งในกลุ่มนั้นกำลังเดินตามมาเช่นกัน

โอ๊ย...นี่เขาจะเอาฉันตายให้ได้เลยใช่ไหม ฉันเคยได้ยินจากเคทลินมาบ้างเรื่องที่ในเมืองนี้มีมาเฟีย แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวซ้ำยังเป็นคนไทยด้วยกันอีกต่างหาก ตอนนี้หัวใจฉันยังเต้นแรงอยู่เลย มือไม้ก็สั่นจนทำอะไรไม่ถูก

“แกไปทำอะไรมา ทำไมชุดเปื้อนแบบนั้นล่ะ”

เข้ามาถึงหลังเวทีเคที่ก็พุ่งเข้ามาหาในทันที ฉันมองหน้าเธอแ‍ล้‍วพ‍ยา‍ยา‍มหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ แต่มันก็ยากเสียเหลือเกิน ความรู้สึกของฉันเหมือนกำลังวิ่งหนีฆาตกรในหนังสยองขวัญไม่มีผิด แ‍ล้‍วไอ้ฆาตกรนั่นมันก็ยังอยู่บนเรือลำนี้ เรือที่กำลังแล่นอยู่กลางทะเล ไม่มีทางหนีมีแต่ตายลูกเดียว

อ๊ากกก นี่มันสถานการณ์อันตรายแ‍ล้‍ว ฉันควรจะทำยังไงดี ต้องบ‍อ‍กตำรวจดีหรือเปล่า

“แก แก!!”

“ฮะ”

เสียงตะโกนของเคททำให้ฉันได้สติ ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันเหม่อไปนานแค่ไหน แต่จากสายตาเคท มันคงผ่านไปนานมากแน่ๆ

“เป็นอะไรเนี่ย เจอเรื่องอะไรมาหรือเปล่าถึงได้หน้าเหวอแบบนั้น”

ฉันสะดุ้งน้อยๆ กับคำถามของเพื่อน จู่ๆ ลำคอก็แห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ในหัวของฉันนั้นเต็มไปด้วยความคิดมากมายทั้งเรื่องดีและไม่ดี อย่างแรกเลยคือฉันควรจะบ‍อ‍กเพื่อนไหม บ‍อ‍กไปแ‍ล้‍วเธอจะเชื่อหรือเปล่า หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือทำให้เพื่อนกังวลจนทำลายวันจบการศึกษาของเธอ

ไม่ๆๆ ฉันไม่ควรบ‍อ‍ก รอให้คืนนี้จบก่อนดีกว่า ในเมื่อมีคนเห็นเขาแ‍ล้‍ว ฉันไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำอะไรหรอก

“มะ...ไม่มีอะไรหรอก แค่อ‍อ‍กไปรับลมแ‍ล้‍วล้มน่ะ”

ฟังดูเป็นข้ออ้างไร้สาระที่สุดเท่าที่ฉันจะคิดได้ในตอนนี้เลย แต่พอเห็นว่าเคทไม่ได้มีท่าทีสงสัยอะไร ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจอ‍อ‍กมาอย่างโล่งอก

“งั้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะนะ เสร็จแ‍ล้‍วฉันจะทำผมให้ใหม่”

“อะ อืม”

ฉันกลับอ‍อ‍กมาจากห้องแต่งตัวอีกครั้งในชุดเด‍ร‍สฟูฟ่องที่เป็นเด‍ร‍สสั้น นี่เป็นชุดสำรองที่ทางมหา’ลัยได้เตรียมเอาไว้ให้ ปกติแ‍ล้‍วฉันไม่ชอบใส่เด‍ร‍สสั้นเพราะมันจะโชว์เนื้อขาของฉันเยอะเกินไปหน่อย แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามากังวลแ‍ล้‍ว อีกอย่างความกังวลของฉันอยู่ที่อย่างอื่นมากกว่า

หลังจากที่เคททำผมให้ใหม่แ‍ล้‍วพวกเราก็ไปรวมกับนักศึกษาคนอื่นๆ ที่ด้านหน้าเวทีตามประกาศของพิธีกร ก่อนจะมีการเดินโชว์ของนางแบบ จะต้องแนะนำตัวดิไซเนอร์แต่ละคนก่อน ในขณะที่พวกเรากำลังโพสท่ารวมอยู่บนเวที สายตาฉันก็เหลือบไปเห็นกลุ่มคนที่เพิ่งเข้างาน เพียงแค่เห็นสายตาคมกริบของชายคนนั้นที่มองตรงมาที่ฉัน ทั้งตัวก็แข็งทื่อจนทำอะไรไม่ถูก

เขาเข้ามาที่นี่ทำไม หรือว่าจะรอเด็ดหัวฉันทันทีที่งานจบ

ไม่นะ...ทั้งที่คิดว่ารอดแ‍ล้‍วแท้ๆ ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วย วันนี้นอกจากแฟชั่นโชว์ก็ยังมีศิลปะ ดนตรี การแสดง อย่างอื่นอีกตั้งเยอะแยะ ทำไมเขาต้องมาที่นี่

หรือว่าจะเป็นคราวซวยของฉันแ‍ล้‍วจริงๆ

“เป็นอะไรหรือเปล่าญ่า ฉันว่าสีหน้าแกไม่ค่อยดีเลยนะ”

เป็นเคทที่สังเกตเห็นมันอีกครั้ง ฉันรู้ว่าคงซ่อนอาการของตัวเองจากเพื่อนได้ไม่มิดหรอก แต่มันก็ยังลำบากใจที่จะบ‍อ‍กอ‍อ‍กไปอยู่ดี

“หรือว่า...จะเกี่ยวกับคุณคามินทร์?”

คำถามของเพื่อนทำให้ฉันหันไปหาเธอด้วยความงุนงง ชื่อที่เธอพูดอ‍อ‍กมานั้นคุ้นหูอยู่สักหน่อย หรือว่าจะ...ชื่อที่ได้ยินบนดาดฟ้านั่น คือชื่อของชายคนนั้นงั้นเหรอ?

“เขาคือใครเหรอ?” ฉันแกล้งถามทำเป็นไม่รู้จัก

“คนที่แกมองอยู่คนนั้นไง ที่กำลังเดินมานั่งหน้าเวทีน่ะ”

ฉันมองกลับไปยังด้านหน้าอีกครั้ง ตอนนี้เขาได้ทิ้งพรรคพวกเอาไว้ข้างหลังแ‍ล้‍วตรงมานั่งที่แถวหน้าเป็นที่เรียบร้อย ข้างกันนั้นเป็นบก.จากนิตยสารชื่อดังของเมือง พวกเขาพูดคุยกันอย่างสนิทสนมราวกับรู้จักกันเป็นอย่างดี นั่นทำให้ฉันกังวลมากกว่าเดิมถึงความปลอดภัยของตัวเอง

ด้านเคทลินเธอยังไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะถึงคิวเธอที่ต้องอ‍อ‍กไปโชว์ตัว ทว่าเมื่อเรากลับมานั่งที่ของตัวเองตรงด้านล่างเวทีแ‍ล้‍ว เธอก็เริ่มเล่าเกี่ยวกับประวัติของชายคนนั้นให้ฉันฟัง

“นั่นน่ะทายาทคนที่สองของตระกูลคัลเลน เห็นว่าเป็นลูกครึ่งจีน-อิตาลี แต่ว่ามีเชื้อชาติไทย เกิดและโตที่เมืองไทย หน้าที่การงานก็ไม่ต่างจากมาเฟียหรอก ธุรกิจสีเทาที่เป็นธุรกิจระหว่างประเทศเป็นของเขาทั้งนั้น”

“เธอดูรู้จักเขาดีจังนะ”

ช่วงนี้จะเป็นการโชว์ผลงานของนักศึกษาปีสาม ซึ่งได้รับการคัดเลือกมาแค่คนละ 1 ชุดต่อคน ราวๆ 15 ชุดได้ เลยทำให้พวกเรามีเวลานิดหน่อยสำหรับคุยนั่นคุยนี่กัน ระหว่างนี้ก็มีการแจกกระดาษสำหรับประเมิน เพื่อให้รุ่นพี่ประเมินรุ่นน้องเป็นการสอบในรายวิชาการตลาดต่อไปอีกด้วย

ระหว่างที่ฉันหยิบกระดาษขึ้นมาประเมินตามหน้าที่ เคทก็พูดต่อโดยที่มือก็ทำเช่นเดียวกับฉัน

“ก็ต้องรู้จักดีสิ ที่นี่ไม่มีใครไม่รู้จักเขาหรอก ก็เขากับตระกูลของเขาน่ะดังจะตาย”

งั้นคนเดียวที่ไม่รู้จักเขาก็คงเป็นฉันนั่นแหละ แต่ตอนนี้อยากจะบ‍อ‍กว่าฉันยิ่งกว่ารู้จักซะอีก แต่มันเป็นการรู้จักที่ไม่ประทับใจเอาซะเลย ฉันอยากจะไปโขกหัวแรงๆ เซ่นความโง่ไม่มีที่สิ้นสุดของตัวเอง ถ้าเกิดว่าฉันไม่ไปรู้เรื่องนั้นเข้า พิธีจบการศึกษานี้ของฉันก็คงไม่เป็นไปด้วยความอึดอัดอย่างนี้หรอก

“แต่ว่านะ ยิ่งเขาดังมากเท่าไรก็ยิ่งน่าสนใจ แกรู้ไหม”

คำพูดของเคททำให้ฉันต้องหันไปมองหน้าเธอด้วยความไม่เข้าใจอีกครั้ง

“หมายความว่าไง?”

“ก็นะ...หาได้ยากที่จะได้อยู่ในที่แบบนี้กับหนุ่มฮอตอย่างเขา ฉันได้ยินมาว่าเรื่องผู้หญิงเขาน่ะที่หนึ่งเลย คนอย่างนี้แหละสเปกเลย”

“เดี๋ยวๆๆๆ แกจะมาบ‍อ‍กว่าใครสักคนเป็นสเปกในวันจบการศึกษาไม่ได้นะ ที่นี่ไม่ได้”

เห็นท่าทางกอดอกอย่างภาคภูมิใจพลางส่งสายตาให้อีกฝ่ายของเคทลินแ‍ล้‍วฉันรู้สึกเครียดแปลกๆ เธอไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังเล่นกับอะไรอยู่ นั่นมาเฟีย มาเฟียนะเฮ้ย! ฉันคงไม่รู้สึกอะไรหรอกกับการที่เธอจะเล็งผู้ชายสักคนไปนอนด้วย ถ้าเกิดว่าฉันดันไม่ไปเห็นฉากสยองเข้ากับตาแถมเพิ่งโดนเขาขู่ฆ่ามาด้วย

“ไม่ได้เด็ดขาดเคที่ คนนี้ฉันขอห้าม”

ได้ยินอย่างนั้นเธอก็หันมาเลิกคิ้วถาม

“ทำไม? จะเก็บไว้กินเองหรือไง”

“ฉันเปล่านะ...”

ใครมันจะไปอยากกินผู้ชายแบบนั้นกัน เห็นอย่างนี้แต่ฉันก็โสด ซิง ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนในชีวิต ขนาดมือตัวเองยังไม่เคยเลย ถ้าต้องเอาซิงไปทิ้งกับคนอย่างนั้น ฝันไปเถอะ

“ก็ถ้าเปล่าแกจะห้ามฉันทำไม”

“คนนั้นอันตราย แกก็น่าจะรู้นี่”

“อื้อ ก็เพราะรู้ไงเลยอยากได้ อยากได้มากด้วย”

“เคท...” ฉันเรียกเพื่อนเสียงต่ำ แสดงสีหน้าให้มันรู้ว่าครั้งนี้ฉันขอแ‍ล้‍วจริงๆ แต่ถามว่าได้ผลไหมกับคนอย่างยัยนี่

ไม่ค่ะ!

“ทางเดียวที่ฉันจะหยุดคือผู้ชายคนนั้นเป็นของแก จบนะ ไม่เอาก็อย่าพูดมาก”

แกจะบีบฉันให้ได้เลยใช่ไหมยัยเคท จะต้องให้ฉันงัดไม้ตายอ‍อ‍กมาให้ได้เลยใช่ไหม...งั้นก็ได้

“เออ คนนี้ฉันอยากได้ พอใจแกยัง?”

น้ำเสียงของฉันฟังอ‍อ‍กอย่างชัดเจนว่ากำลังประชดประชัน แต่เพื่อนรักกลับยิ้มกรุ้มกริ่มตอบกลับมา

“ไม่พอใจค่ะ พูดแค่ปากใครจะไปเชื่อ”

“แ‍ล้‍วต้องทำยังไงถึงจะเชื่อ?”

“คืนนี้ก็ขึ้นเตียงกับเขาให้ได้สิ”

ฉันไม่น่าเลย ปล่อยให้มันถูกฆ่าตายหมกทะเลไปดีไหมเนี่ย ที่ฉันทำอยู่นี่คือการปกป้องแกนะยัยเคทยังจะมาทำเป็นเล่นอยู่ได้ โธ่เว้ย

ในขณะที่ฉันกำลังหงุดหงิดกับเพื่อนของตัวเองอยู่นั้นสายตาก็ได้หันกลับไปมองชายหนุ่มอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าเขาเองก็กำลังมองมาทางนี้เช่นกัน ความรู้สึกเย็นวาบเกิดขึ้นที่กระดูกสันหลัง จนฉันต้องกลับมานั่งหลังตรงด้วยความรวดเร็ว

ดูท่าว่าทางเลือกของฉันในตอนนี้จะมีแค่สองทางเท่านั้น หนึ่งคือปล่อยเพื่อนไปตาย สองคือเข้าไปตายด้วยตัวเอง...

แง ทางไหนก็ไม่ดีทั้งนั้นเลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป