บทที่ 7 เพลี่ยงพล้ำ
(คามินทร์)
ยัยบ้านี่...ไม่ใช่ผมเพิ่งจะปล่อยไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเองไม่ใช่เหรอวะ ทำไมถึงได้กลับมาอีกแล้ว ซ้ำยังกลับมาในสภาพเมาปลิ้น ปรี่เข้ามาจูบผมแบบไม่ให้ตั้งตัวอีก
“คุณ...มาเป็นของฉันได้ไหมคะ?”
แล้วนี่รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา คนเราจะขอให้คนอื่นมาเป็นของตัวเองก็ต้องมีความสนใจในตัวอีกฝ่ายมากพอ แต่นี่เราไม่ได้รู้จักกัน เจอกันครั้งแรกก็ไม่ได้ประทับใจเลยด้วยซ้ำ
ใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าผมนั้นแดงก่ำ ร่างกายของเธอมีความผิดปกติบางอย่างที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คนเมาแน่ๆ
ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น ตอนนี้ร่างกายของผมมันก็เกิดอาการเช่นกัน มันทำให้ผมร้อนไปหมดทั้งตัว รู้สึกวูบวาบประหลาดทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังดีๆ อยู่เลยแท้ๆ
อาการมันเหมือนกับ...ตอนที่ผมโดนยาก่อนหน้านี้
“คุณมาเป็นของฉันเถอะนะคะ ฉันไม่ไหวแล้ว”
มือเล็กปัดป่ายไปทั่วร่างกายของผมโดยไม่สนเลยว่าคนอื่นเขาจะมองยังไง โชคดีที่ตอนนี้ทุกคนกำลังฉลองกันอยู่เลยไม่ได้มีใครสนใจตรงนี้ ด้านจาเรดเมื่อเห็นว่าผมเจอปัญหาก็รีบวิ่งตรงเข้ามาดูในทันที
“บอสมีอะไรหรือเปล่าครับ”
“อือ มี ปัญหาใหญ่ซะด้วย”
ก็ช่วยอยู่นิ่งๆ สิโว้ย ดูท่าว่าเธอคนนี้ก็คงกำลังโดนยาบ้านั่นด้วยเช่นกัน แต่โดนได้ยังไง โดนวิธีไหน แล้วเอามาโดนผมด้วยได้ยังไงต้องหาทางวินิจฉัยอีกทีซึ่งคงทำตรงนี้ไม่ได้
“ให้ผมจัดการเถอะครับ” จาเรดพยายามยื่นมือมาคว้าตัวเธอไปแต่ผมหยุดเอาไว้ได้ซะก่อน
“ไม่ต้อง นี่เป็นยาที่ฉันเคยโดน แกไปคุ้มกันจันทร์จ๋า อย่าให้เธอดื่มเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า หรือถ้าดื่มไปแล้วมีอาการแปลกๆ ให้รีบมาบอกฉันทันที”
“รับทราบครับบอส”
หลังสั่งงานเสร็จผมก็หันมาหาคนที่อยู่ในอ้อมกอด ร่างเล็กดิ้นดุกดิกโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรลงไป
“ส่วนเธอยัยตัวยุ่ง มานี่”
ผมลากยัยตัวปัญหากลับมายังห้องพักของตัวเอง ระหว่างทางก็เหมือนว่าเธอจะหมดสติลงไปเสียดื้อๆ อาการแบบนี้ไม่รู้ว่าโดนไปเยอะแค่ไหน ดูทรงแล้วคงทั้งเมาทั้งโดนยาแน่ๆ ที่สำคัญคือโดนมาจากไหน ใครเป็นคนเอาให้เธอ
“เวลเด้”
ผมเรียกลูกน้องอีกคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตู
“ครับบอส”
“ไปหาว่าผู้หญิงคนนี้ดื่มเหล้าอะไร ได้มาจากใคร เอาให้ละเอียดที่สุด”
“ได้ครับ”
“อ้อ แล้วก็สั่งให้คนอื่นออกไปให้ห่างหน้าห้องกูด้วย”
“ทำไมครับ? แบบนั้นมันจะไม่ปลอดภัย...”
“กูจะเอาผู้หญิง พอใจยัง!”
ไอ้บ้านี่ ต้องให้ได้ตะคอก
“คะ...ครับบอส ตามคำสั่งเลยครับ”
ทีนี้ก็เหลือแค่เราสองคนแล้ว หญิงสาวถูกโยนลงบนเตียงให้นอนราบไปทั้งอย่างนั้น แต่ชุดเดรสสั้นฟูฟ่องที่เธอสวมก็ได้เลิกขึ้นจนเห็นต้นขาขาว ยิ่งเธอขยับร่างกายไปตามความรู้สึกที่กำลังปะทุ อารมณ์บางอย่างที่กำลังถูกยากระตุ้นในร่างกายของผมมันก็ได้พุ่งขึ้นสูงเช่นเดียวกัน
แต่ไม่ได้ ตอนนี้ผมต้องรู้ให้แน่ชัดก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่อย่างนั้นอาจจะปกป้องจันทร์จ๋าไม่ทัน...โธ่เว้ย!
ผมรีบต่อสายไปยังประเทศไทยในทันที โชคดีของยัยนี่ที่สัญญาณมือถือยังคงใช้งานได้ ไม่อย่างนั้นเธอได้ตายกลางทะเลแน่ๆ
รอไม่กี่วินาทีอีกฝ่ายก็รับสาย
[เออ ว่า]
คนที่ผมเลือกจะโทรหาคือ ภาคินทร์ พี่ชายฝาแฝดของผมเอง อันที่จริงก็ไม่ได้สนิทกันมากหรอก ในสามคนพี่น้องผมกับนาวินทร์สนิทกันมากกว่าไอ้พี่ชายคนโต แต่ตอนนี้สภาพจิตใจของน้องชายผมมันไม่สมประกอบ จะโทรไปกวนมันก็ยังไงอยู่
“กูมีเรื่องให้ช่วย”
[มึงเนี่ยนะมีเรื่องให้ช่วย โทรผิดหรือเปล่า นี่กูภาคินทร์]
“เออ กูเมมชื่อมึงตัวใหญ่กว่าไอ้วินทร์อีก”
[แล้วลมอะไรพัดเข้าตาถึงได้โทรหากู ขอเนื้อๆ กูง่วง]
“มึงช่วยกูหาได้ไหมว่าไอ้ยาปลุกเซ็กซ์ที่กำลังระบาดๆ อยู่ทุกวันนี้อะ นอกจากให้ยาระงับตามอาการทางสายน้ำเกลือแล้วมันรักษายังไงได้อีก”
ร่างกายของผมมันเริ่มจะแปลกๆ ขึ้นไปทุกที ก่อนออกจากโรงพยาบาลหมอบอกว่าหากโดนครั้งที่สองแล้วเป็นยาตัวเดิมอาการจะแรงขึ้นจนอาจหัวใจวายได้เลย ผมไม่รู้หรอกว่ามันคือยาตัวเดิมไหมแต่ร่างกายมันกำลังตอบสนองรุนแรงจนน่ากลัว
ผมต้องปกป้องจันทร์จ๋า จะมาเป็นอะไรไปตอนนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด
[มึงจะอยากรู้ไปทำไมวะ อย่าบอกนะว่าโดน?]
“เออ โดน กำลังอารมณ์ขึ้นเลยเนี่ย เร็วดิ ถามมากว่ะ”
[โดนก็หาผู้หญิงมาเอาสักคน ยากตรงไหนวะ คนอย่างมึงไม่น่าขาดนะผู้หญิงอะ]
เฮ้อ...นี่คือความคิดของประธานบริษัทยักษ์ใหญ่มูลค่าระดับพันล้าน ถ้าด่าพี่ชายตัวเองว่า ปัญญาอ่อน จะมีใครว่าผมไหม
“เออ กูรู้ มีอารมณ์ก็แค่เอาผู้หญิงสักคน แต่มัน...อึก...ไอ้เหี้ย...มาเร็วขนาดนี้เลยเหรอวะ ครั้งที่แล้วฉีดเข้าเส้นยังต้องรอตั้งหลายชั่วโมง”
[เฮ้ยๆๆ อย่ามาครางใส่สายกูนะไอ้น้องเวร แล้วนี่มึงเป็นไง หนักมากเหรอวะ]
ไม่ต้องมาทำห่วงตอนนี้เลย ไม่ทันแล้วไอ้พี่เวร
“เออ หนักมาก กูขอไปปลดปล่อยก่อน เสร็จแล้วจะโทรหา”
[เออ เดี๋ยวกูเรียกกู้ภัยรอ]
นั่นปากเหรอวะ พูดจบมันก็ตัดสายไป ทิ้งให้ผมอยู่กับอารมณ์ปั่นป่วนที่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงดี เช่นเดียวกับหญิงสาวตรงหน้าที่นอนบิดซ้ายบิดขวาส่งเสียงครางอู้อี้ในลำคออยู่บนที่นอนของผม แค่ผมแวบไปคุยสายกับพี่ชายไม่กี่นาที กลับมาก็พบว่าเสื้อผ้าของเธอหายออกไปจากตัว เหลือเพียงชั้นในที่ปกปิดร่างกายเอาไว้เสียแล้ว
ให้มันได้อย่างนี้สิ แล้วผมก็ไม่ใช่คนที่ชอบฝืนตัวเองด้วยการทนมองเรือนร่างของหญิงสาวแล้วไม่ทำอะไรหรอกนะ ถึงผมจะสัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าจะไม่มีอะไรกับใครจนกว่าจะได้จันทร์จ๋าคืนมา แต่นี่มันเหตุสุดวิสัย
ถ้าผมไม่ทำ คนตรงหน้ารวมทั้งผมเองก็อาจจะหัวใจวายตายกันทั้งคู่ มันไม่มีทางเลือก ผมคิดว่าเธอคงเข้าใจ
แค่นั้นแหละ ไม่ต้องถามมาก
“ร้อน...”
ปากเล็กๆ นั่นเอาแต่ส่งเสียงออดอ้อนอยู่ตลอดเวลา เคล้าไปกับเสียงครางกระเส่าที่ดังเร้าอารมณ์ผมอยู่เป็นระยะๆ
ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติผมคงไล่เธอออกไปจากห้องแทบไม่ทัน แต่นี่ผมเองก็กำลังสติกระเจิดกระเจิงเพราะไอ้ยาบ้าๆ นี่ จึงทำให้ร่างกายผมตอบสนองต่อเสียงนั่นได้อย่างง่ายดาย
“ร้อน...ก็ถอดที่เหลือออกให้หมดสิ”
ผมไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว ทั้งตัวผมเองก็ร้อนรุ่มไม่แพ้กัน จนท้ายที่สุดแล้วได้ทาบทับลงไปจนรับรู้ได้ถึงเรือนร่างนุ่มนิ่มที่กำลังร้องเรียกหาสัมผัสของผมอยู่ตรงหน้า...
รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่บ้า แต่ผู้หญิงคนนี้ถูกต้องตามสเปกผมทุกส่วน ทั้งทรงผม ใบหน้าออดอ้อนแม้ยามเธอกำลังหวาดกลัว หุ่นที่เหมือนนางแบบจากนิตยสารมาเอง หน้าอกหน้าใจใหญ่เต็มไม้เต็มมือ บั้นท้ายกลมกลึงน่าบีบเคล้น
ไหนๆ เจอของโปรดมาป้อนถึงปาก ก็ขอ กิน ให้มันหนำใจหน่อยก็แล้วกัน
