บทที่ 2 มูลค่าของภรรยา EP2
แม้ภายนอกเธอจะดูแข็งแกร่งดุจเพชรที่ได้รับการเจียระไนมาอย่างดี แต่ลึกๆ แล้วพลอยไพลินก็ยังคงเป็นผู้หญิงธรรมดาที่ต้องการความรักและความเอาใจใส่ ช่วงเวลาที่สามีไม่อยู่เธอมักจะรู้สึกถึงความว่างเปล่าเล็กๆ ที่กัดกินหัวใจ การเป็นผู้นำองค์กรระดับชาติทำให้เธอต้องสวมหน้ากากแห่งความเข้มแข็งเอาไว้ตลอดเวลา มีเพียงภาสกรเท่านั้นที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เธอได้ปลดปล่อยความอ่อนแอและเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงค่ำ พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มสลัวที่ค่อยๆ ถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดของราตรี พลอยไพลินกลับถึงเพนท์เฮาส์ด้วยความเหนื่อยล้าจากการยืนต้อนรับแขกวีไอพีตลอดช่วงหัวค่ำ ความเงียบเหงาเข้าปกคลุมทันทีเมื่อปราศจากร่างสูงของสามีคอยเดินเข้ามารับกระเป๋าและสวมกอดเธอเหมือนอย่างเคย หญิงสาวทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่ พลางหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาตรวจสอบข้อความ หวังเพียงว่าจะมีการติดต่อจากกัปตันหนุ่มที่ตอนนี้น่าจะเดินทางถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
หน้าจอโทรศัพท์ยังคงว่างเปล่าไร้การแจ้งเตือนใดๆ จากคนรัก เธอพยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป ปลอบใจตัวเองว่าเขาอาจจะกำลังยุ่งอยู่กับการจัดการเอกสารหลังเที่ยวบินหรืออาจจะเหนื่อยล้าจนเผลอหลับไปแล้ว ร่างบางลุกขึ้นเพื่อไปจัดการธุระส่วนตัว ทว่าสายตาพลันเหลือบไปเห็นเสื้อสูทลำลองตัวเก่งของสามีที่แขวนพาดอยู่บนพนักเก้าอี้ในห้องแต่งตัว เธอจำได้ดีว่าเมื่อเช้าเขารีบเร่งจนอาจจะลืมเก็บมันเข้าตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อย
ด้วยความเคยชินของภรรยาที่เจ้าระเบียบ พลอยไพลินเดินเข้าไปหยิบเสื้อสูทตัวนั้นขึ้นมาเพื่อจะนำไปแขวน ทว่าสัมผัสของเนื้อผ้ากลับพาเอากลิ่นหอมจางๆ บางอย่างลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นน้ำหอมสตรีที่เธอไม่คุ้นเคย กลิ่นหอมหวานเลี่ยนแบบวานิลลาผสมดอกไม้เมืองร้อนซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับกลิ่นกุหลาบและเครื่องเทศหรูหราที่เธอใช้เป็นประจำทุกวัน
คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความสงสัย แต่เธอก็พยายามมองโลกในแง่ดี บางทีอาจจะเป็นกลิ่นน้ำหอมของแอร์โฮสเตสบนเครื่องบินหรือผู้โดยสารที่เดินเบียดเสียดกันในสนามบินก็เป็นได้ เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทตามสัญชาตญาณเพื่อตรวจสอบว่ามีของสำคัญหลงเหลืออยู่หรือไม่ก่อนจะนำไปส่งซักทำความสะอาด
ปลายนิ้วเรียวสัมผัสเข้ากับกระดาษแผ่นเล็กที่ถูกพับซ่อนไว้อย่างลวกๆ ในกระเป๋าด้านใน หญิงสาวหยิบมันออกมาคลี่ดูภายใต้แสงไฟสีนวลของห้องแต่งตัว มันคือใบเสร็จรับเงินจากร้านเครื่องประดับแบรนด์หรูที่ตั้งอยู่ในโซนดิวตี้ฟรีของสนามบิน ลงวันที่เมื่อสองวันก่อน รายการสินค้าที่ถูกพิมพ์ด้วยหมึกสีดำตัวบรรจงบนหน้ากระดาษแผ่นนั้นทำให้หัวใจของพลอยไพลินกระตุกวาบอย่างรุนแรง
สร้อยข้อมือทองคำขาวจี้รูปหัวใจประดับเพชร
ดวงตาคู่สวยจ้องมองตัวอักษรเหล่านั้นนิ่งงัน สมองของนักธุรกิจสาวประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอไม่เคยได้รับสร้อยข้อมือเส้นนี้ ภาสกรไม่เคยหลุดปากพูดถึงมัน และที่สำคัญที่สุด วันนั้นเขาบอกเธอว่ามีตารางบินดึกและกลับมาถึงบ้านเกือบเช้าโดยที่ไม่มีของขวัญใดๆ ติดมือมา ความเย็นเยียบเริ่มเกาะกุมหัวใจที่เคยอบอุ่น มือเรียวที่ถือใบเสร็จสั่นระริกเล็กน้อย มันไม่ใช่ความหวาดกลัว ทว่าเป็นความโกรธเกรี้ยวและความสับสนที่เริ่มก่อตัวขึ้นเป็นพายุขนาดย่อมในอก
เสียงกรีดร้องของโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทำลายความเงียบงัน พลอยไพลินสะดุ้งสุดตัวก่อนจะวางกระดาษใบจิ๋วลงบนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วเดินไปหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดู หน้าจอโชว์เบอร์โทรศัพท์แปลกตาที่ไม่มีรายชื่อบันทึกเอาไว้ มันเป็นเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวที่น้อยคนนักจะรู้ได้หากเธอไม่เคยให้นามบัตรไป
“สวัสดีค่ะ พลอยไพลินพูดค่ะ”
เธอรับสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเป็นทางการเพื่อหยั่งเชิง ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะมีเสียงหัวเราะคิกคักแผ่วเบาดังลอดออกมา มันเป็นเสียงหัวเราะของผู้หญิงที่ฟังดูเย้ยหยันและท้าทายอย่างประหลาดจนคนฟังรู้สึกชาวาบไปทั้งแผ่นหลัง
“ขอโทษนะคะที่โทรมาดึกดื่น พอดีว่าฉันเก็บเนกไทเส้นโปรดของกัปตันภีมได้น่ะค่ะ เขาคงลืมไว้ที่ห้อง อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ ที่เลาจน์เมื่อคืนก่อนน่ะค่ะ”
เสียงหวานหยดย้อยนั้นจงใจดัดจริตเน้นย้ำคำว่าห้องแล้วรีบเปลี่ยนเป็นเลาจน์อย่างมีจริตจะก้าน มันทำให้คนฟังรับรู้ได้ทันทีถึงเจตนาแอบแฝงที่ต้องการยั่วโมโห พลอยไพลินกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาที่เคยอ่อนโยนวาวโรจน์ขึ้นด้วยสัญชาตญาณของนางสิงห์ที่กำลังถูกศัตรูรุกล้ำอาณาเขต
“คุณเป็นใครคะ”
ซีอีโอสาวถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ทรงอำนาจและกดดัน ทว่าปลายสายกลับไม่ยอมตอบคำถามนั้น มีเพียงเสียงสัญญาณตัดสายทิ้งไปดื้อๆ ทิ้งให้พลอยไพลินยืนอยู่กลางห้องกว้างเพียงลำพังกับความเงียบงันที่เริ่มเปลี่ยนเป็นความวังเวงจนน่าใจหาย
ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มติดขัด ภาพความทรงจำแสนหวานเมื่อเช้าเริ่มถูกซ้อนทับด้วยความระแวงสงสัย ใบเสร็จสร้อยข้อมือปริศนา กลิ่นน้ำหอมแปลกปลอม และสายโทรศัพท์ลึกลับที่เพิ่งจบลง ทุกอย่างประดังประเดเข้ามาพร้อมกันราวกับเป็นลางบอกเหตุร้ายที่กำลังจะพังทลายวิมานสีขาวของเธอลงมาย่อยยับ
ร่างระหงหันกลับไปมองรูปถ่ายวันแต่งงานขนาดใหญ่ที่แขวนประดับอยู่บนผนังห้อง รอยยิ้มของกัปตันหนุ่มในรูปนั้นช่างดูอบอุ่นและจริงใจเหลือเกิน ทว่าทำไมในเวลานี้เธอกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นช่างดูห่างไกลและพร่าเลือนจนไม่อาจเอื้อมถึง หญิงสาววางโทรศัพท์ลงช้าๆ สายตายังคงจ้องมองไปที่ใบเสร็จใบเล็กบนโต๊ะเครื่องแป้ง มันไม่ใช่แค่กระดาษใบเสร็จธรรมดา แต่มันกำลังกลายเป็นตั๋วเที่ยวเดียวที่จะพาเธอเดินทางไปสู่ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ความมืดมิดภายนอกหน้าต่างบานใหญ่ดูเหมือนจะคืบคลานเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกที พายุแห่งความเคลือบแคลงใจกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบและรุนแรงภายในห้องนอนที่เคยเปี่ยมไปด้วยความรักและความซื่อสัตย์ พลอยไพลินรู้ดีว่านับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตคู่ที่แสนเพอร์เฟกต์ของเธออาจจะไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมได้อีกตลอดกาล
