บทที่ 7 มูลค่าของภรรยา EP7

ร่างระหงจ้องมองพนักงานต้อนรับสาวด้วยสายตาที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจที่บิดเบี้ยว คำว่าของเลียนแบบกระแทกใจคนฟังอย่างจังจนเธอเผลอกำมือแน่นใต้โต๊ะ แต่ด้วยความที่เป็นคนร้ายลึกและเจนจัดในมารยา แพรพิชชาจึงรีบปรับสีหน้าให้ดูน่าสงสารและตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยเพื่อเรียกคะแนนความเห็นใจจากผู้ชายในห้องประชุม

“ดิฉันเห็นด้วยค่ะคุณพลอย แต่บางครั้งของที่ดูเรียบง่ายและเข้าถึงได้ง่ายก็อาจจะสร้างความสบายใจให้กับลูกค้าได้มากกว่าของสูงค่าที่ต้องคอยระวังรักษาจนอึดอัด  เหมือนกับที่ผู้ชายบางคนอาจจะชอบความสบายใจและรอยยิ้มที่ผ่อนคลายมากกว่าความสมบูรณ์แบบที่ทำให้เขารู้สึกกดดันค่ะ”

เมียน้อยสาวโต้กลับด้วยการโจมตีจุดอ่อนเรื่องความสัมพันธ์ โดยสื่อความนัยว่าภรรยาหลวงคือความสมบูรณ์แบบที่น่าอึดอัด และตัวเธอเองคือความสบายใจที่กัปตันหนุ่มโหยหา การปะทะคารมที่ไม่มีคำหยาบคายแต่รุนแรงยิ่งกว่าการตบตีดำเนินไปอย่างดุเดือดผ่านสายตาและคำพูดสองแง่สองง่ามที่เชือดเฉือนกันจนเลือดซิบ

เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง ผู้บริหารคนอื่นทยอยเดินออกจากห้องเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวัน พลอยไพลินอาศัยจังหวะนี้รั้งตัวแพรพิชชาไว้ด้วยข้ออ้างเรื่องการขอดูรายละเอียดของเนื้อผ้าเครื่องแบบเพิ่มเติม เมื่อบานประตูไม้แกะสลักปิดสนิทลงและเหลือเพียงหญิงสาวสองคนเผชิญหน้ากันตามลำพัง หน้ากากแห่งความเกรงใจทางสังคมก็ถูกปลดเปลื้องออกจนหมดสิ้น

ภรรยาหลวงลุกจากเก้าอี้ประจำตำแหน่งแล้วเดินอ้อมโต๊ะตัวใหญ่เข้ามาหาหญิงสาวชุดแดงอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความสง่างามที่ข่มขวัญคู่ต่อสู้ เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผู้หญิงที่กล้าลักกินขโมยกินของของคนอื่น สูดดมกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ฉุนจมูกพลางเหยียดยิ้มมุมปาก

“กลิ่นน้ำหอมนี้เองสินะที่ติดอยู่บนเสื้อของสามีฉัน รสนิยมของคุณก็ไม่เลวนี่คะ เลือกกลิ่นที่หอมแรงจนกลบกลิ่นความผิดชอบชั่วดีได้มิดชิดขนาดนี้”

เมื่อรู้ว่าความแตกแล้วเมียน้อยหน้าหวานก็เลิกแสร้งทำตัวใสซื่อ เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาผู้บริหารสาวด้วยแววตาท้าทาย รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยที่เคยเคลือบแฝงความไร้เดียงสา

“สงสัยคุณพลอยคงจะจำผิดแล้วล่ะค่ะ กัปตันภีมเขาอาจจะแค่บังเอิญเดินชนฉันก็ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะชอบกลิ่นนี้จนอยากให้มันติดตัวเขากลับไปบ้าน เพื่อที่ใครบางคนแถวนี้จะได้รู้ตัวสักทีว่าของเก่านั้นมันจืดชืดจนน่าเบื่อแค่ไหน”

“มั่นใจจังเลยนะคะ การที่คุณคิดว่าการที่ผู้ชายแอบมากินของว่างริมทางเพราะความอยากรู้อยากลองชั่วครั้งชั่วคราว จะหมายความว่าเขาอยากจะทิ้งภัตตาคารหรูไปกินข้าวแกงข้างถนนตลอดชีวิต อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยค่ะแม่หนู ผู้ชายเขามักจะแยกแยะได้เสมอว่าอะไรคือเพชรยอดมงกุฎและอะไรคือของเล่นแก้ขัดชั่วคราว”

พลอยไพลินตอกกลับด้วยวาจาที่เจ็บแสบยิ่งกว่าน้ำกรดราดรดแผลสด เธอไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยว ฟูมฟาย หรือหึงหวงให้เห็นแม้แต่น้อย มีเพียงความสมเพชเวทนาที่ฉายชัดในแววตาคู่สวย

“คุณอาจจะคิดว่าคุณชนะที่มีทะเบียนสมรสกอดเอาไว้ แต่ความรักและความใคร่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระดาษเปื้อนหมึกแผ่นเดียวนะคะ สิ่งที่ฉันได้รับจากพี่ภีมมันคือความเร่าร้อนและความสุขที่เขาหาจากผู้หญิงที่บ้าแต่งานอย่างคุณไม่ได้ คุณรู้ไหมคะว่าเวลาเขาอยู่กับฉันบนเตียงเขาเป็นตัวของตัวเองแค่ไหน เขาไม่ต้องคอยเกร็งหรือทำตัวเป็นสุภาพบุรุษจอมปลอมเหมือนตอนอยู่กับคุณ”

แพรพิชชาขุดเรื่องบนเตียงมาข่มขู่เพื่อหวังจะทำลายความมั่นใจและยั่วโทสะของอีกฝ่าย แต่เธอกลับประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป ภรรยาหลวงระดับนางพญาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะก้าวประชิดตัวแล้วกระซิบข้างหูเมียน้อยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง

“งั้นก็เก็บเกี่ยวช่วงเวลาแห่งความสุขจอมปลอมนั้นไว้ให้ดีเถอะค่ะ เพราะนั่นจะเป็นสิ่งเดียวที่คุณจะได้จากเขา หลังจากวันนี้ไปคุณจะได้รู้ว่านรกบนดินมันเป็นยังไง ฉันให้โอกาสคุณเดินออกไปจากชีวิตครอบครัวของฉันเงียบๆ แต่ถ้าคุณยังดื้อด้านอยากจะลองดีเล่นเกมแย่งชิงนี้ต่อ ฉันรับรองด้วยเกียรติของฉันเลยว่าคุณจะไม่มีที่ยืนแม้แต่ในซอกหลืบของสังคม และอย่าหวังว่าจะใช้เรื่องหน้าไม่อายนี้มาแบล็กเมล์ฉัน เพราะคนอย่างพลอยไพลินถ้าจะพังฉันก็จะพังมันด้วยมือของฉันเอง และฉันจะไม่ยอมเจ็บอยู่ฝ่ายเดียวแน่นอน”

พูดจบคนตัวสูงกว่าก็ถอยหลังกลับไปยืนกอดอกมองคู่สนทนาด้วยสายตาของผู้ชนะ แพรพิชชาหน้าเสียไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของนางพญาตรงหน้า แต่ด้วยทิฐิและความแค้นที่ฝังรากลึก เธอจึงสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปโดยไม่กล่าวลา ทิ้งไว้เพียงความเงียบและความตึงเครียดที่ยังคงอบอวลอยู่ในมวลอากาศ

พลอยไพลินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมเมื่อลับหลังศัตรู มือเรียวที่เคยกอดอกเริ่มสั่นระริกด้วยความโกรธที่พยายามข่มกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ แม้เธอจะดูเหนือกว่าในเกมการปะทะคารมเมื่อครู่ แต่หัวใจของเธอกลับเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์เหวอะหวะ คำพูดของหญิงแพศยาที่บอกว่ากัปตันหนุ่มมีความสุขเมื่ออยู่บนเตียงกับผู้หญิงคนนั้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท เหมือนเสียงสะท้อนที่ตามหลอกหลอน หญิงสาวรู้ดีว่าการศึกครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้น และเธอยังต้องกลับไปเผชิญหน้ากับคนทรยศตัวจริงที่บ้าน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป