บทที่ 8 มูลค่าของภรรยา EP 8
ค่ำคืนนั้นบรรยากาศในเพนท์เฮาส์หรูดูอึมครึมกว่าทุกวัน แม้ซีอีโอสาวจะจัดเตรียมอาหารค่ำเลิศรสอย่างสเต๊กเนื้อวากิวชั้นเลิศไว้บนโต๊ะอาหารอย่างสวยงาม แต่ความอยากอาหารของเธอกลับมลายหายไปจนหมดสิ้น ภาสกรกลับมาถึงบ้านด้วยท่าทีปกติเฉกเช่นทุกวัน เขาเดินเข้ามาสวมกอดเธอจากด้านหลังและกดจมูกโด่งลงบนแก้มใสเหมือนที่เคยทำ แต่ครั้งนี้คนถูกกอดกลับรู้สึกขยะแขยงสัมผัสนั้นจนแทบอยากจะผลักเขาออกไปให้พ้นตัว
“วันนี้เหนื่อยไหมครับพลอย เห็นเลขาหน้าห้องบอกว่ามีการประชุมสำคัญกับพาร์ตเนอร์”
ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขณะเลื่อนเก้าอี้นั่งลงที่หัวโต๊ะอาหาร โดยไม่รู้เลยว่าพาร์ตเนอร์ที่ภรรยาเพิ่งไปเจอมานั้นคือชู้รักของเขาเอง ร่างบางนั่งลงตรงข้ามสามี เธอรินไวน์แดงวินเทจใส่แก้วคริสตัลแล้วหมุนก้านแก้วเล่นเบาๆ สายตาจ้องมองของเหลวสีเลือดในแก้วก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง
“ก็เหนื่อยค่ะ แต่ก็ได้เปิดหูเปิดตาดี ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น ได้รู้อะไรที่ไม่เคยรู้ วันนี้ทางสายการบินส่งตัวแทนพนักงานต้อนรับมาคุยเรื่องโปรเจกต์ใหม่ด้วยนะคะ น้องเขาน่ารักดี ดูฉลาดและทะเยอทะยาน ชื่อคุณแพรพิชชา ภีมพอจะรู้จักเธอไหมคะ”
คำถามที่ดูเหมือนจะเป็นประโยคบอกเล่าธรรมดาทำให้มือหนาที่กำลังถือมีดหั่นสเต๊กชะงักกึก โลหะเนื้อดีกระทบจานกระเบื้องเคลือบเสียงดังเคร่ง กัปตันหนุ่มพยายามควบคุมสีหน้าและจังหวะการหายใจให้เป็นปกติ แต่แววตาที่ไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกเพียงเสี้ยววินาทีไม่อาจเล็ดลอดสายตาอันเฉียบคมของคนเป็นภรรยาไปได้
“ก็พอจะคุ้นหน้าอยู่บ้างครับ เธอเป็นรุ่นน้องที่ทำงาน แต่เราอยู่คนละส่วนกันเลยไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ เธอทำอะไรให้พลอยไม่พอใจหรือเปล่าครับ”
ผู้ชายตลบตะแลงโกหกหน้าตายอีกครั้ง พลอยไพลินยิ้มเย็นที่มุมปาก ความผิดหวังระลอกใหญ่ถาโถมเข้ามาในใจจนรู้สึกชาหนึบไปทั้งอก เธอวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงดังกว่าปกติเล็กน้อย จ้องลึกลงไปในดวงตาของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่ชีวิตราวกับจะค้นหาเศษเสี้ยวของความจริงใจที่อาจจะยังหลงเหลืออยู่บ้าง
“เปล่าค่ะ เธอไม่ได้ทำอะไรให้พลอยไม่พอใจหรอกค่ะ เพียงแต่พลอยรู้สึกว่าโลกนี้มันกลมกว่าที่คิด คนบางคนพยายามจะซ่อนความลับเอาไว้ในที่มืดสนิท แต่ลืมไปว่าแสงสว่างมันส่องถึงเสมอถ้าเราตั้งใจจะมองหามัน”
ประโยคที่มีนัยยะลึกซึ้งทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารตึงเครียดจนแทบขาดผึง ภาสกรเริ่มรู้สึกร้อนรนและอึดอัดกับสายตาที่อ่านไม่ออกของภรรยา เขาไม่แน่ใจว่าหญิงสาวรู้อะไรมาบ้าง หรือเธอแค่พูดเปรยๆ ตามประสาผู้บริหารที่ช่างสังเกต เขาจึงพยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธของตนเอง
“พลอยพูดอะไรแปลกๆ นะครับช่วงนี้ สงสัยจะทำงานหนักเกินไป พรุ่งนี้ผมหยุด เราไปหาที่พักผ่อนต่างจังหวัดกันดีไหมครับ เปลี่ยนบรรยากาศเผื่อพลอยจะสบายใจขึ้น”
หญิงสาวมองข้อเสนออันจอมปลอมของสามีด้วยความว่างเปล่า เธอรู้ดีว่าการไปเที่ยวพักผ่อนครั้งนี้คงเป็นเพียงละครฉากใหญ่อีกฉากหนึ่งที่เขาสร้างขึ้นเพื่อเอาใจเธอ หรือไม่ก็เพื่อลบความรู้สึกผิดบาปในใจของตัวเอง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเอ่ยคำถามสุดท้ายที่เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่เธอจะหยิบยื่นให้เขาเพื่อสารภาพความจริง
“ภีมคะ ตลอดเวลาที่เราแต่งงานกันมา คุณเคยมีความลับอะไรที่อยากจะบอกพลอยบ้างไหม เรื่องอะไรก็ได้ที่คุณคิดว่าถ้าบอกแล้วพลอยอาจจะโกรธ แต่ถ้าคุณสารภาพตอนนี้ พลอยสัญญาว่าจะพยายามรับฟังด้วยเหตุผล”
คำถามนั้นดังก้องอยู่ในความเงียบงัน ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าจริงจังของภรรยา ความลังเลฉายชัดในแววตาชั่วครู่ เขารู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่กำลังบีบคั้นหัวใจ จิตใต้สำนึกส่วนดีที่ยังหลงเหลืออยู่ร้องเตือนให้เขาพูดความจริงและคุกเข่าขอโทษเธอเสีย แต่ความขลาดเขลาและความกลัวที่จะสูญเสียความสุขสบายทุกอย่างกลับฉุดรั้งเขาเอาไว้ เขาเลือกที่จะเข้าข้างตัวเองว่าพลอยไพลินยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด และเขายังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อยู่
“ไม่มีครับพลอย ผมไม่มีความลับอะไรกับคุณ ผมรักคุณคนเดียวและซื่อสัตย์กับคุณเสมอ พลอยเชื่อใจผมนะครับ”
คำปฏิเสธที่ยืนยันความบริสุทธิ์จอมปลอมนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่ตัดสะบั้นเส้นด้ายแห่งความหวังเส้นสุดท้ายของชีวิตคู่ให้ขาดลงอย่างไม่มีชิ้นดี หญิงสาวหลับตาลงช้าๆ เพื่อซ่อนหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดและเวทนาที่กำลังจะเอ่อล้นออกมา เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาที่เคยมองเขาด้วยความรักกลับกลายเป็นความว่างเปล่าและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งในขั้วโลก
“ค่ะ พลอยเชื่อคุณ กินข้าวต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด”
ภรรยาที่ถูกหักหลังตัดบทสนทนาแล้วก้มหน้าใช้มีดหั่นเนื้อในจานต่อโดยไม่ปริปากพูดอะไรอีก แต่ภายในใจของเธอนั้นได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่านับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เธอจะไม่มีวันมอบความเมตตาให้อภัยและไม่มีวันเดินถอยหลังกลับ เกมการเอาคืนได้ถูกประกาศเริ่มขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ และผู้ชายที่นั่งกินข้าวอยู่ตรงหน้าเธอไม่ใช่สามีที่เธอรักอีกต่อไป หากแต่เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งที่เธอต้องจัดการให้สาสมกับความเจ็บปวดที่เขามอบให้
