บทที่ 15 Ep.15
“กรเป็นน้องสาวหุ้นส่วนในบริษัทเท่านั้นครับ ผมยังไม่คิดที่จะมีคนรักตอนนี้หรอกครับ” เสียงทุ้มตอบเรียบ ๆ
“หึ ๆ...หล่อ ๆ อย่างเราสาว ๆ คงตามเกลียวละสินะ”
“ไม่หรอกครับ ส่วนมากผมทำแต่งานไม่มีเวลาให้ใครจริง ๆ จะมีก็แต่กรคนเดียวนี่แหละครับที่ยังพยายามทนอยู่”
อสิรวิสยิ้มพึงใจในคำตอบของธีรราช ดวงตาคมกริบจ้องมองหนุ่มรุ่นลูกอย่างเก็บรายละเอียดอยู่เงียบ ๆ คำถามเจาะลึกราวบทสัมภาษณ์ถูกอำพรางด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเหมือนไม่จริงจังในการถาม ทำให้หลานชายของพฤทธิ์เผลอตอบทุกคำถามอย่างไม่ทันระแวงว่าถูกซักไซ้เก็บข้อมูล
“ที่ตรงนี้สวยมากนะครับ ถ้าหากคุณน้าคิดจะทำรีสอร์ตบนเกาะมโนห์รา ผมว่าคงมีคนมาเที่ยวไม่ขาดสายเลยทีเดียว” สายตากวาดมองทิวทัศน์รอบตัวอย่างชื่นชม
“อย่างนั้นรึ” อสิรวิสแค่ยิ้มมุมปากบาง ๆ
“เสียดายที่เกาะดอกแก้วสวยไม่ถึงครึ่งของเกาะมโนห์รา”
“หึ ๆ น้าเชื่อฝีมือเราว่าจะทำให้เกาะดอกแก้วสวยได้ไม่น้อยกว่าเกาะ มโนห์ราแน่ ๆ” อสิรวิสหัวเราะเบา ๆ
“ก็คงต้องขอคำแนะนำจากคุณน้านั่นแหละครับ”
“อยากรู้อะไรก็มาถามน้าก็แล้วกัน” อสิรวิสตบบ่าหลานชายพฤทธิ์พลางเอ่ยอย่างเอ็นดู
“ขอบพระคุณครับ”
“เสียดายเรามาทีไรไม่ได้เจอไอ้สี่แสบของน้าสักที”
“คงไม่นานหรอกครับ เราคงได้เจอกัน” เขากล่าวและยิ้มอ่อนโยนมุมปากเมื่อนึกถึงบุตรทั้งสี่ของอสิรวิสซึ่งเคยพบกันสมัยเยาว์วัยและเขาจำได้ไม่เคยลืม
ธีรราชอายุมากกว่าพี่น้องวิษณุวัส 5 ปี อายุ 29 ของธีรราชเท่ากับสมัยที่เขาเจอแม่ของสี่แสบ และหากบุตรสาวจอมแก่นได้คู่ครองดี ๆ มีอนาคตไกลอย่าง ธีรราช วงศ์สิงหล เขาคงไม่ต้องเป็นห่วงเหมือนอย่างทุกวันนี้ อสิรวิสอาจไม่เหมือนคุณพ่อที่มีลูกสาวเพียงคนเดียวท่านอื่นเพราะเขาไม่เคยคิดกีดกันหรือห้ามบุตรสาวมีคนรัก แต่จะหวงบุตรสาวไว้สำหรับคนดี ๆ ที่เขาพิจารณาแล้วเท่านั้น และธีรราชคือชายหนุ่มที่เขามองไว้ อสิรวิสคิดว่าเขามองคนไม่ผิดอย่างแน่นอน
“คุณน้าไม่สนใจสร้างรีสอร์ตบนเกาะมโนห์ราบ้างหรือครับ” ธีรราชเกริ่นถามเข้าเรื่องทันที
“หึ ๆ...ลูกสาวน้าเขาหวงเกาะนี้มาก หลานคงต้องถามเขาเองแล้วล่ะ” อสิรวิสยิ้มอ่อน
ดวงตาผู้อาวุโสวับวาวจนธีรราชต้องมุ่นคิ้ว มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นอย่างหยั่งความรู้สึก เขาสนใจแต่เรื่องงานจนไม่เคยมีเวลาสนใจเรื่องอื่น ถึงเขาจะจดจำความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้กับเด็กฝาแฝดทั้งสี่ในอดีตสมัยเยาว์วัยได้ แต่ปัจจุบันเขาจำได้แต่พรต วิษณุวัสเพราะคุ้นหน้านายแบบหนุ่มจากสื่อออนไลน์ และสื่อต่าง ๆ ส่วนพี่น้องคนอื่นของพรตเขาอาจจะเคยเห็นผ่าน ๆ จากสื่อบ้าง แต่เป็นเพราะไม่ได้ใส่ใจจึงจำหน้าค่าตาของทั้งสามไม่ได้และยอมรับว่าไม่เคยสนใจจะหาข้อมูลของสี่พี่น้องวิษณุวัสอย่างจริงจังเสียที
“ถ้าอย่างนั้นหากผมมีโอกาสได้พบน้องหนู ผมคงต้องขออนุญาตคุณน้าไว้ก่อนเลยนะครับ” ธีรราชเอ่ยหลังสลัดความรู้สึกแปลก ๆ กับดวงตาของอสิรวิส ออกจากความคำนึง
“เอาสิ ถ้าน้องหนูตกลง น้าก็คงไม่ขัดข้อง”
อสิรวิสหัวเราะในลำคอแล้วออกเดินนำชายหนุ่มไปในบ้าน พาหลานชายพฤทธิ์ไปทักทายภรรยาแล้วนั่งคุยกันตามประสาคนคุ้นเคยและขณะที่ซักไซ้ ธีรราชอยู่นั้น เขาก็วางแผนอยู่ในใจเงียบ ๆ พร้อมกับลอบสังเกตคนหนุ่มอย่างพิจารณา น้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยอย่างสุขุมรอบคอบกับมุมมองเชิงธุรกิจของหนุ่มรุ่นลูกทำให้อสิรวิสสนใจและมั่นใจว่าคิดไม่ผิด
“หลานชายสนใจจะมาสร้างโรงแรมบนเกาะมโนห์ราของน้าหรือเปล่าล่ะ” อสิรวิสวางเหยื่อล่อชิ้นโตอย่างแนบเนียน บุคลิกสุขุมเป็นงานเป็นการจนคนหนุ่มไม่คิดระแวง
“แน่นอนครับ” ธีรราชตอบหนักแน่นแม้จะรู้สึกประหลาดใจ
“บอกตามตรงนะ ความจริงน้าไม่คิดจะเปิดเกาะมโนห์ราสำหรับการท่องเที่ยวเลย อยากให้เป็นเกาะส่วนตัวของครอบครัวมากกว่า แต่มุมมองของหลานชายทำให้น้าสนใจมาก” อสิรวิสยิ้มอ่อน เอนกายพิงพนักเก้าอี้คุยกับหนุ่มรุ่นลูกด้วยท่าทางสบาย ๆ และธีรราชรับฟังโดยไม่แสดงความคิดเห็นแต่ในแววตาของหนุ่มรุ่นลูกเต็มไปด้วยคำถาม ทำให้อสิรวิสต้องอธิบาย
“น้ามั่นใจว่าราชจะทำให้เกาะมโนห์ราพัฒนาโดยไม่ทำลายความเป็นธรรมชาติของที่นี่ บางทีการเปิดเกาะให้คนทั้งโลกชื่นชมบ้างก็น่าจะได้ประโยชน์มากกว่าเก็บไว้ชื่นชมกันเองในครอบครัว น้าเชื่อมั่นในตัวราช” อสิรวิสเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ เหมือนคุยกันตามประสาน้าหลานไม่ใช่การเจรจาธุรกิจ
“คุณน้าหมายความว่า...”
“ใช่ น้ากำลังคิดว่าเราน่าจะร่วมลงทุนเปิดโรงแรมบนเกาะ มโนห์ราด้วยกัน ไม่รู้ว่าราชจะสนใจหรือเปล่าล่ะ” อสิรวิสยกขาไขว่ห้าง
แววตาของชายหนุ่มวาวขึ้นอย่างกระตือรือร้น “แน่นอนครับ แต่ผมยังไม่อยากจะเชื่อว่าคุณน้าจะพูดจริง ไหนคุณน้าว่าน้องหนูคงไม่ชอบใจและไม่คิดจะทำธุรกิจบนเกาะมโนห์ราอย่างนั้นไม่ใช่เหรอครับ”
“ก็ใช่ แต่พอได้คุยกับหลาน น้าก็ชักจะสนใจ” อสิรวิสตอบง่าย ๆ
