บทที่ 5 Ep.5

หลังจบมื้อค่ำก่อนทุกคนจะลุกออกจากโต๊ะ มโนห์รารีบเอ่ยปากขออนุญาตบิดามารดาโดยไม่ได้นัดแนะกับกินรีซึ่งทำหน้าเหวอเหมือนรับมุกไม่ทัน แต่เพราะเป็นคนมีไหวพริบเป็นเลิศจึงรีบยิ้มให้ผู้ใหญ่ทั้งสองที่หันมามองเธอสลับกับมองหน้ามโนห์ราอย่างเคลือบแคลง

“ไปทำไม ไม่ต้องไป” บิดาจอมบงการกล่าวเสียงเข้มทันที

“แหม...พ่อขา ไม่คิดฟังคำตอบจากลูกสาวสักนิดหรือคะว่าจะไปทำไม นี่อะไร ถามปุ๊บยังไม่ทันตอบก็ห้ามปั๊บเลยนะคะ” มโนห์ราทำหน้ามุ่ยต่อว่าบิดา

“อย่างแกจะไปทำอะไรได้ นอกจากเที่ยวเล่นผาดโผน เป็นพวกลิงทโมนหรือไม่ก็พวกค่างบ่างชะนีเท่านั้นแหละ” ดวงตาดุตวัดกลับมาทางบุตรชายพร้อมกับเอ่ยคาดคั้น ”หรือแกเป็นคนให้ท้ายน้องอีกฮะไอ้รถ”

พรตแกล้งทำหน้าตูม ร้องโวยวายเสียงสูง “อะไรครับพ่อ...เห็นผมเป็นกระโถนท้องพระโรงหรือยังไง เอะอะก็โยนขี้ให้ผมคนเดียวแบบนี้น่ะ ไอ้ตัวดีของพ่อจะไปทำอะไร ผาดโผนสักแค่ไหนมันเกี่ยวอะไรกับผมด้วยล่ะ”

“อย่าแกล้งมาทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อนนะไอ้รถ หน้าอย่างแกไม่ต้องมีป้ายแปะว่ากระโถนใครเห็นเขาก็เดาออกกันทั้งนั้นแหละ”

พรตรีบหันไปกอดแขนมารดา ประจบประแจงพลางเอ่ยออดอ้อนเรียกร้องขอความเห็นใจ “โอ้โห...แม่ครับ ดูพ่อสิครับ รังแกรถอยู่เรื่อยเลย”

“สองพ่อลูกนี่ยังไงนะ กลางโต๊ะอาหารแท้ๆ เอาเรื่องอะไรมาพูดกันก็ไม่รู้ เกรงใจหนูนรีบ้างสิ” แพรพลอยเอ็ดสองพ่อลูกเบาๆ

“ไม่เป็นไรค่ะอาแพร นรีชินกับภาพพี่รถโดนคุณลุงรวิสดุแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว” กินรียิ้มอ่อนเอ่ยกับแพรพลอย

“แจ๋นไม่เข้าเรื่อง”

“เอ๊ะ! พี่รถนี่ยังไง ชอบว่าน้องอยู่เรื่อย” มโนห์ราตวัดหางตาค้อนพี่ชายอย่างหมั่นไส้

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยยายหนู ยังไงพ่อก็ไม่ให้แกไป” อสิรวิสวกกลับมาสรุป ปฏิเสธการเจรจาต่อรองด้วยการรวบช้อนแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

มโนห์รารีบหันไปมองมารดาวิงวอนขอความเห็นใจ แต่ทันทีที่บิดาขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากโต๊ะอาหาร มารดาคนสวยก็ลุกตาม ไหวไหล่แทนคำตอบพร้อมเดินตามบิดาไปอีกคน สรุปว่างานนี้เธอต้องใช้วาทศิลป์ในการหว่านล้อมบิดาเองโดยไร้ตัวช่วย หญิงสาวรีบลุกขึ้นยืน จ้ำเดินตามทั้งสองไปติด ๆ ปล่อยกินรีที่รอจังหวะจะสอบถามนายแบบหนุ่มเนื่องจากยังติดใจสงสัยคำพูดบุตรชายเจ้าของบ้านไม่หาย

ได้โอกาสที่ทุกคนเดินออกจากห้องอาหารกันหมด เหลือแต่เธอกับพรตสองคน เลยรีบคว้าข้อมือหนุ่มรุ่นพี่ รั้งเขาไว้อย่างตัดสินใจเด็ดขาดไว้ก่อนที่พรตจะเดินตามทุกคนออกไป รีบถามอย่างไม่อ้อมค้อมให้คลายข้องใจ

“ทำไมพี่รถต้องชอบว่ากระทบนรีด้วยไม่ทราบคะ”

“ฉันก็เป็นของฉันอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนตั้งแต่ไร เธอก็พูดเองไม่ใช่เหรอว่าชินนิสัยฉันมาแต่เด็กแล้ว ยังจะมาถามเอาอะไรตอนนี้ฮะยายเจ๋อ”

พรตเหลือบตามองหน้าหญิงสาวหน่าย ๆ ก่อนเหลือบชำเลืองมองฝ่ามือที่กุมข้อมือตนไม่ปล่อย ไหวไหล่แล้วเงยหน้าขึ้นส่งสายตาแทนคำถาม แต่กินรีไม่สนใจสายตาที่จับจ้องมองฝ่ามือเธอของพรตแถมยังเลื่อนฝ่ามือจากข้อมืออีกฝ่ายเลยขึ้นกระชับท่อนแขนล่ำพลางเอ่ยอย่างดื้อดึง

“นรีก็ไม่อยากจะชินกับปัญหาบ้าบอของพี่รถนักหรอก ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่รถต้องคอยค่อนขอดนรีอยู่เรื่อยทั้งที่นรีไม่เคยทำอะไรให้พี่รถสักหน่อย”

เมื่อสาวเจ้าอารมณ์ไม่ยอมรามือ พรตจึงถอนหายใจ เป็นฝ่ายจับฝ่ามือที่กุมข้อมือตนออกแล้วเอ่ยอย่างรำคาญใจ “ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเธอทำอะไรให้ฉันไม่พอใจ ฉันแค่หมั่นไส้และไม่ชอบไอ้ท่าทางแจ๋แจ๋น เกาะแขน ต้อนหน้าต้อนหลังพี่รามอย่างที่เธอชอบทำประจำ ฉันเห็นแล้วรำคาญลูกนัยน์ตา”

กินรีเม้มปากแล้วคลาย โต้ตอบหนุ่มรุ่นพี่เสียงแข็ง “ที่นรีทำก็เพราะนรีชอบพี่ราม มันไม่เห็นจะเกี่ยวกับพี่รถตรงไหน พี่รามยังไม่ว่านรีเลย”

พรตพ่นลมหายกับเสียงสบถลอดผ่านริมฝีปากพรืดใหญ่พลางยกมือกอดอกแล้วตวัดหางตามองวงหน้าสวยอย่างตำหนิพร้อมเอ่ยเสียงเยียบเย็น “ที่เขาไม่พูด ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รำคาญ เธอเป็นผู้หญิง เทียวมาวิ่งต้อนหน้าต้อนหลังผู้ชายเขาถึงบ้านแบบนี้ คิดดูสิ...ว่าจะมีใครเขาชอบกันบ้าง”

ประโยคทิ่มแทงใจที่พรตพูดโพล่งอย่างไม่คิดจะรักษาความรู้สึกของเธอทำให้เผลอคิดไปว่าพี่ชายของเขารำคาญตนถึงขนาดเล่าระบายให้น้องชายฟัง น้ำตาเม็ดกลมจึงเอ่อคลอดวงตาสวย

“หมายความว่ายังไง พี่รามบอกพี่รถหรือว่ารำคาญนรี” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยถาม

“พี่รามไม่ใช่คนชอบพูด แต่อย่าลืมสิว่าเราเป็นคู่แฝดกัน แค่มองตากันเราก็รู้ว่าใครรู้สึกยังไง” พรตตอบง่าย ๆ ด้วยน้ำเสียงเรื่อย ๆ ไม่สนใจอะไรนัก

“พี่รถจะบอกว่า ไม่อยากให้นรีมาอยู่ที่บ้านวิษณุวัสระหว่างปิดเทอมอีกแล้วใช่ไหมล่ะ” กินรียกหลังมือปาดน้ำตา

“ฉันไม่ได้พูดว่าไม่ให้เธอมาที่บ้าน แต่ฉันแค่ไม่อยากให้เธอวิ่งตามพี่ชายฉันแจ คิดซะบ้างสิว่าตัวเองเป็นผู้หญิงและก็ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วด้วย จะมาทำเป็นวิ่งต้อนหน้าต้อนหลัง พี่รามคะ พี่รามขา คนอื่นเขาจะมองเธอไปในทางไม่ดี” พรตถอนใจระบายอารมณ์หงุดหงิดเมื่อเห็นหยดน้ำตาบนนวลแก้มของเด็กสาว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป