บทที่ 6 Ep.6

“พี่รถ...”

“ที่ฉันเตือนก็เพราะหวังดี แต่เธอจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่” พรตไหวไหล่

กินรีเชิดหน้าข่มความรู้สึกขมขื่นไว้ภายใต้สีหน้าราบเรียบแต่ไม่สามารถกลั้นหยดน้ำที่เอ่อคลอนัยน์ตาที่ทอดมองหนุ่มรุ่นพี่เมื่อเอ่ยอย่างดื้อดึง “ไม่ว่าพี่รถจะพูดยังไง นรีก็ไม่แคร์ ถ้าพี่รามไม่พูดว่ารำคาญนรี  นรีก็จะไม่แคร์คำพูดของพี่รถหรอก”

พรตระบายลมหายใจพรืด ไหวไหล่แล้วหมุนตัวหันหลังให้หญิงสาว เดินห่างออกไปทิ้งกินรีให้ยืนป้ายน้ำตาเป็นเด็ก ๆ มองตามหลังหนุ่มรุ่นพี่ด้วยความน้อยใจ เธอถอนสะอื้นและเหลือบตามองถุงเจ้าปัญหาที่เก็บได้จากสนามหญ้าหน้าบ้านเลยเอื้อมมือคว้ามันถือติดมือไปทั้งน้ำตา

มโนห์ราเดินตามทันบิดาที่ห้องโถงใหญ่กลางบ้าน หญิงสาวรีบเข้าไปสวมกอดเอวผู้ให้กำเนิดพร้อมกับเอ่ยประจบ

“พ่อขา...น้องหนูมีธุระจริง ๆ นะคะ ไม่ได้จะไปซนที่ไหนสักหน่อย”

“ธุระอะไรนักหนา ถ้าสำคัญจริงก็ให้เจ้ารามไปส่งก็ได้” อสิรวิสสรุป

“โธ่...พ่อคะ น้องหนูไปพร้อมน้องนรีก็ได้ ไม่ต้องไปกวนเวลาพี่รามหรอกนะคะ” มโนห์ราทักท้วง

“ไปพร้อม...แต่พอถึงกรุงเทพฯ ก็แอบหนีไปซนนะสิไม่ว่า ยังไงพ่อก็ไม่อนุญาต ถ้าเจ้ารามไม่ไปด้วย พ่อก็ไม่ให้แกไป”

“พ่ออะ...” มโนห์ราทำหน้าง้ำรีบหันไปหามารดา ขอความช่วยเหลือเสียงออดเป็นมอดกัดไม้ “แม่แพรขา ช่วยพูดให้น้องหนูหน่อยสิคะ นะคะ”

แพรพลอยถอนหายใจและช่วยพูดกับสามีอีกแรง “ลูกโตแล้วนะคะพ่อ แม่ว่าเราควรปล่อยให้แกใช้ชีวิตอย่างอิสระนะคะ”

“แม่จะให้พ่อปล่อยลูกสาวเราไปตระเวนอยู่รอบกรุงตามลำพังอย่างนั้นเหรอ” อสิรวิสรีบส่ายหน้า “ไม่มีทาง”

แพรพลอยเลิกคิ้วมองสามีพลางเอ่ยถาม “พ่อไม่ไว้ใจลูกเหรอคะ”

“ไม่ใช่ไม่ไว้ใจลูก แต่ยายหนูแสบแค่ไหน ซนแค่ไหน แม่ก็รู้ แล้วไอ้ธุระที่ว่าจะไปทำน่ะ ไม่รู้จะพิเรนทร์ผาดโผนอะไรอีกหรือเปล่า”

“นั่นแหละไม่ไว้ใจ น้องหนูโตแล้วนะพ่อไม่ใช่เด็ก ๆ จะได้เล่นพิเรนทร์อะไรให้พ่อต้องเป็นห่วง” มโนห์ราชักสีหน้า

“แล้วไอ้ที่ครั้งก่อน แกแอบหนีพ่อแม่ไปถ่ายแบบนั้นล่ะ”

“โธ่พ่อขา...เรื่องมันนานนมมาแล้ว อีกอย่างก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไรสักหน่อย น้องหนูแค่ถ่ายแบบชุดกีฬา เมื่อกี้แม่ยังบอกว่าไม่น่าเกลียดอะไรเลย จริงไหมคะแม่” มโนห์ราหันมาหามารดาดึงเป็นพวกทันที

“ฮึ...แต่แกก็รู้ว่าพ่อไม่ชอบ แล้วคราวนี้จะแอบไปกรุงเทพฯ คนเดียวอีก ถ้าไกลหูไกลตาพ่อแม่ แล้วแกแอบไปทำเรื่องซุกซน ปิดบังไม่ให้พวกเรารู้ คราวนี้จะให้พ่อทำยังไงฮะ” อสิรวิสทำหน้าคว่ำมองมโหน์ราอย่างขัดอกขัดใจ เมื่อบุตรสาวดื้อดึงไม่เชื่อฟังคำสั่ง

“น้องหนูโตแล้วนะคะพ่อ อายุ 24 แล้วด้วย”คนเป็นลูกบ่นออด ๆ “ไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ จะได้เที่ยวเล่นซุกซนให้พ่อแม่เป็นห่วง ทีพวกพี่ ๆ สามคนยังไปไหนต่อไหนกันได้ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ทำอะไรกันตามอำเภอใจก็ได้ แล้วทำไมพ่อต้องห้ามน้องหนูคนเดียวด้วยล่ะ ไม่ยุติธรรมเลย”

“ก็ไอ้พวกลิงนั่นมันเป็นผู้ชายนี่หว่า จะให้พ่อไปห่วงอะไรพวกมันมากล่ะ ส่วนแกน่ะเป็นสาวเป็นแซ่ จะไม่ให้พ่อเป็นห่วงได้ยังไงฮะ”

“รู้อย่างนี้ตอนเกิดน้องหนูหยิบไอ้นั่นอย่างผู้ชายมาซะก็ดี ไม่เลือกเอาของผู้หญิงมาให้พ่อห่วงหรอก”

“ตายจริงยายหนู พูดจาน่าเกลียดจริงๆ ลูกคนนี้” แพรพลอยเอื้อมมือฟาดต้นแขนบุตรสาวเบา ๆ

“ทำอย่างกับเลือกได้อย่างนั้นแหละ” บิดาจอมหวงแบะปากใส่ลูกพร้อมกับตวัดตามองค้อน

“ก็เพราะเลือกไม่ได้นะสิคะ ถึงต้องมานั่งเถียงกับพ่อแบบนี้” คนเป็นลูกทำหน้ามุ่ย

“ไม่รู้ล่ะ ถึงยังไงพ่อก็ไม่อนุญาตให้แกไปตามลำพัง ถ้าเจ้ารามไม่ไป แกก็ไม่ต้องไป”

“เปลี่ยนเอาพี่รถไปแทนได้ไหมคะ พี่รามเขาต้องซ้อมยิงปืน แต่พี่รถนะว่างอยู่แล้ว พี่รามเขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาฝึกซ้อมไปด้วย” เธอพยายามหาเหตุผลมาอ้าง

“ไม่ได้!...ยิ่งไอ้รถไปด้วยพ่อยิ่งไม่ไว้ใจใหญ่ ไอ้ทะลึ่งนั่นนะเหรอจะคอยดูแลแกแทนพ่อได้ มีแต่จะให้ท้ายยุยงล่ะสิไม่ว่า”

“เถียงอะไรกันอยู่ครับ เสียงดังไปถึงข้างนอกเชียว”

น้ำเสียงทุ้มนุ่ม ๆ ของพี่ชายคนโตเอ่ยถามเข้ามาก่อนปรากฏกาย ขณะเดียวกับพรตเพิ่งเดินพ้นประตูห้องอาหารและกำลังจะตามมาสมทบกับทุกคนในห้องนั่งเล่นเมื่อรามถือกระเป๋าอุปกรณ์ยิงปืนของเขาเดินผ่านเข้ามาพร้อมกัน รามยิ้มให้ทุกคนที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่ก่อน

รอยยิ้มมุมปากทำให้ใบหน้าขรึมพลันอ่อนโยนขึ้นอีกระดับ ราม วิษณุวัส หนุ่มหล่อดีกรีนักแม่นปืนทีมชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องหวงน้องสาวที่สุด จนคนเป็นพ่อวางใจให้คอยดูแลมโนห์รา

“มาพอดีเลยเจ้าราม” อสิรวิสทักทายบุตรชายคนโต

“มีอะไรครับพ่อ” รามถาม

“สุดสัปดาห์นี้แกว่างหรือเปล่า”

“ก็...คงจะว่างกระมังครับ พ่อมีธุระอะไรจะใช้ให้ผมทำหรือครับ”

“ฉันจะให้แกไปกรุงเทพฯ กับยายน้องหนู น้องสาวสุดที่รักของแกเขาจะไปกับยายหนูนรี”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป