บทที่ 7 Ep.7

“กินรี...น้องมาบ้านเราเหรอครับ” รามถามขึ้นอย่างแปลกใจพลางกวาดสายตามองหาหญิงสาว

“อืม...ป่านนี้คงขึ้นไปอยู่บนห้องแล้วกระมัง” อสิรวิสตอบ

รามพยักหน้าพลางหันไปทางน้องสาวแล้วเอ่ยถามอ่อนโยน “แล้วน้องหนูจะไปทำอะไรที่กรุงเทพฯ จ๊ะ”

“ธุระนิดหน่อยค่ะพี่ราม น้องหนูจะไปหาพระแพงที่มหาวิทยาลัยด้วย”

“หนูพระแพงที่เป็นรุ่นน้องของเรานะเหรอ” อสิรวิสยกคิ้วมองบุตรสาวพลางถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ

“ค่ะพ่อ”

“ตอนนี้เรียนอยู่ปีอะไรแล้วล่ะ”

“ปี 4 ค่ะ อีกเทอมเดียวน้องก็เรียนจบแล้ว พระแพงเขาอยากจะมาเที่ยวบ้านเรา อยากมาถ่ายรูปเกาะมโนห์ราของเราค่ะพ่อ น้องหนูเลยจะขึ้นไปรับแล้วถือโอกาสไปกราบสวัสดีคุณแม่ของพระแพงเขาเสียทีเดียวเพราะตั้งแต่น้องหนูย้ายกลับมาอยู่บ้านก็ยังไม่เคยไปให้ท่านเห็นหน้าอีกเลยค่ะ เมื่อก่อนสมัยเรียน น้องหนูไปรบกวนท่านออกบ่อย ๆ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ให้เจ้ารามไปเป็นเพื่อน พ่อไม่ไว้ใจไอ้ตัวแสบ” อสิรวิสมองค้อนบุตรชายคนเล็ก

“โอ้โห...ท่านอสิรวิสขอรับ เอะอะอะไรก็ลงที่กระผมหมดเลยนะขอรับ”คนถูกเอ่ยพาดพิงโพล่งขึ้นหลังจากยืนฟังทุกคนเงียบ ๆ อยู่นาน

“เดี๋ยวพ่อก็ตบหัวทิ่มซะนิไอ้รถ” หนุ่มใหญ่ชักสีหน้าบึ้งตึง ชี้หน้าข่มขู่บุตรชายที่ยืนยิ้มทะเล้นอยู่ในระยะแค่เอื้อม

“เดี๋ยวพี่ไปเป็นเพื่อนเราเอง ไม่ต้องไปรบกวนอาวินหรอก” รามหันไปเอ่ยกับน้องสาวอย่างอ่อนโยน

“ก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้ไปด้วย อาทิตย์หน้าผมมีงานอยู่พอดี”

“ฮึ...ไม่ใช่ว่าแอบไปแก้ผ้าถ่ายรูปหรอกนะไอ้รถ ขืนฉันเห็นแกทำแบบนั้นเมื่อไหร่ แกได้โดนหน้าแข้งฉันแน่ ๆ ไอ้กะล่อน” คนเป็นพ่อชี้หน้าลูกพลางเอ่ยข่มขู่เสียงขึงขัง

“ครับ...รับรองครับว่าผมจะไม่ให้พ่อเห็นอย่างเด็ดขาด”

พรตยกนิ้วสามนิ้วขึ้นจรดหัวคิ้วแบบลูกเสือก่อนหันไปยักคิ้วหลิ่วตากับน้องสาวที่แอบทำหน้าหมั่นไส้พี่ชายไม่ให้บิดาเห็นจากนั้นจึงเอ่ยขออนุญาตทุกคนเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเดินกลับห้องของตนไปอย่างเงียบ ๆ แต่ขณะที่กำลังจะผ่านหน้าห้องสาวน้อยกินรี อยู่ ๆ เจ้าของห้องก็เปิดประตูออกมาทำหน้าง้ำ เม้มปากใส่เขาพลางยื่นถุงในมือออกมาตรงหน้าเขาแล้วกระแทกกระทั้นเสียงเอ่ยต่อว่าเขา

“เอ้า...เอาคืนไป น่าเกลียดอะไรอย่างนี้ก็ไม่รู้ ทุเรศที่สุดอะพี่รถ”

“อะไรของเธอฮะยายแจ๋น” พรตมองหน้าหญิงสาวแล้วเอ่ยถามเสียงดุ

“ก็ไอ้นี่ยังไงละ บ้าที่สุดเลย คอยดูนะนรีจะฟ้องลุงรวิส” เธอเหวี่ยงถุงใบโตใส่แขนหนุ่มรุ่นพี่

“อ้อ...นี่หมายความว่าเธอรื้อดูรูปฉันใช่ไหมฮะ ยายเด็กเจ๋อ” พรตยกมือทั้งสองข้างเท้าเอวพร้อมกับจ้องมองเด็กสาว

“ก็ใครจะไปรู้ว่าข้างในเป็นอะไรล่ะ เก็บได้ก็หยิบติดมือเข้ามา กำลังจะถามก็ถูกห้าม นรีก็ต้องอยากรู้นะสิ ว่าไอ้ของข้างในถุงนี่มันเป็นอะไร” เธอเถียง

“รู้แล้วเป็นยังไง หรืออยากจะเห็นของจริงมากกว่าในรูปหรือยังไง ถึงได้มายืนทำหน้าง้ำขัดใจอยู่แบบนี้” พรตแซ็วยิ้ม ๆ

กินรีกระโดดผลุงเข้าใส่หนุ่มรุ่นพี่จอมปากเสียแล้วทุบอกเขาเต็มแรง “บ้า! ไอ้บ้าพี่รถ เขาจะฟ้องคุณลุง”

“หยุดนะยายเด็กใจแตก เรื่องอะไรมาทุบพี่ เดี๋ยวพี่เอาคืนบ้างอย่ามาร้องไห้นะ”

“ลองทำเขาสิ เขาจะฟ้องพ่อให้เตะตัวเองให้กลิ้งไปเลย ไอ้พี่รถจอมปากเสียแถมยังหน้าด้านอีกต่างหาก แก้ผ้าถ่ายแบบได้ไม่อายผีอายสาง ทุเรศ น่าเกลียดที่สุด” กินรียังไม่หยุดทุบตีหนุ่มปากดีตรงหน้าด้วยความโมโห

“กลัวตายล่ะ พี่จะฟ้องอาวินว่าเธอนะแอบชอบพี่ราม แถมยังทำท่าแจ๋แจ๋นใส่พี่รามตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่”

“อี๊...ไอ้พี่รถบ้า อิจฉาพี่รามเขาใช่ไหมล่ะ ที่นรีไม่ประจบตัวเองเหมือนที่ประจบพี่รามน่ะ”

พรตจับมือสองข้างของเธอยึดไว้ ไม่ให้ทุบเขาได้อีกพร้อมกับเบะปากใส่ขณะตวัดปรายตามองทั่วร่างบอบบางพร้อมเอ่ยเสียงหยัน

“เฮอะ...อย่างฉันนี่นะ จะอิจฉาที่เธอประจบพี่ราม หลงตัวเองเกินไปแล้วยายเด็กอมมือ ขืนเธอมาทำเจ๋อ ประจบประแจงฉันแบบนั้นจะได้โดนซัดให้เจ็บ ๆ ละสิไม่ว่า รสนิยมอย่างฉันไม่ชอบผู้หญิงหุ่นเด็กประถมอย่างเธอหรอก”  

“อ๊าย...คนบ้า เขาก็ไม่ชอบผู้ชายหน้าด้านอย่างตัวเหมือนกันนั่นแหละ คนอะไรหน้าด้าน แก้ผ้าถ่ายรูปได้หน้าตาเฉย”

“ถ้าอย่างนั้นเธอเองก็หน้าด้านเหมือนกันนั่นแหละ ที่มาแอบดูรูปผู้ชายแก้ผ้า” พรตแบะปากใส่พร้อมกับยกไหล่แสดงอาการไม่ยี่หระกับน้ำเสียงค่อนขอดของเธอ

“เชอะ ถ้าเขารู้ว่าเป็นรูปอะไร จ้างให้ เขาไม่หยิบขึ้นมามองให้เสียลูกนัยน์ตาหรอก” กินรีแบะริมฝีปากใส่

“ไม่มองแน่หรือเปล่า ไม่ใช่ว่าทำตัวปากว่าตาขยิบหรอกนะยายเจ๋อ”นายแบบหนุ่มทำหน้าล้อเลียน

“ทุเรศ นรีไม่เถียงกับคนหน้าด้านอย่างพี่รถแล้ว แค่จะเอาไอ้ของทุเรศ ๆ นี่มาคืนให้เท่านั้นแหละ”

“เถียงอะไรกันอยู่ฮะ”

น้ำเสียงอบอุ่นที่ดังขึ้น ทำให้กินรีชะงักมือที่เล่นงานพรตพร้อมกับเปิดยิ้มกว้างให้ขวัญใจของตน  เป็นเหตุให้ถูกพรตแบะปากใส่อย่างหมั่นไส้ที่เห็นสาวน้อยกลายร่างจากนางเสือสาวจ้องตะปบเขาเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เคล้าแข้งเคล้าขารามอย่างน่ารำคาญ พรตมองอย่างเอือมระอา เขาถอนใจแรง ไหวไหล่แล้วคว้าถุงเจ้าปัญหาจากมือหญิงสาว เดินเนิบ ๆ กลับเข้าห้องของตนอย่างไม่ใส่ใจใครอีก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป