บทที่ 11 Ep10
“แบบนั้นเหรอคือสิ่งที่พี่ต้องการ พี่แค่อยากเห็นหมอกถูกทิ้ง ไม่มีใครรัก ไม่มีใครสนใจแบบนั้นใช่ไหม” หมอกยกแขนเรียวขึ้นกอดอกพลางปรายสายตามองขณะถาม เธอไม่รู้ว่าทัพพ์มาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ได้ยังไง แต่ถ้าเป็นแทนคุณเธอจะไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดเดียว
“แล้วดูจากสิ่งที่เธอทำ มันควรได้รับความรักความเมตตาจากคุณย่าเหรอ”
“เรื่องนั้นควรเป็นตัวคุณย่าเองหรือเปล่าคะที่ควรตัดสินใจ ไม่ใช่พี่”
“ก็นิสัยแบบเนี่ย แล้วจะไม่ให้พี่ไม่ชอบเธอได้ไง” ทัพพ์เอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิด เขาไม่ได้คิดอะไรมากเลยพูดออกไปตามอารมณ์ล้วนๆ แต่เหมือนมันจะสะกิดใจคนฟัง
“หมอกก็ไม่ได้บอกให้พี่มาชอบหมอกนะ ถ้าไม่ชอบกันก็แค่ต่างคนต่างอยู่ ไม่ควรมาก้าวก่ายหรือมาวุ่นวาย”
“ก้าวก่ายเหรอ ก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอก ไม่เคยอยากเห็นหน้าอยู่แล้ว วันไหนพี่แต่งงานกับพี่สาวเธอ พี่จะพาม่านไปอยู่ไกลๆ เธอเลย” แววตาที่แสนจะจริงจังคู่นั้นกระตุ้นให้หมอกเหยียดยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน แต่ต่อให้ทุกองค์ประกอบของใบหน้าจะแสดงออกว่ายิ้ม แต่แววตาคู่นี้มันไม่ได้ยิ้มตาม
“ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นหรอกค่ะ หมอกไปเองง่ายกว่า และนี่หมอกก็กำลังทำอยู่นะ หมอกเริ่มแล้วหนึ่งก้าว แล้วจากนี้หมอกก็จะถอยยาวๆ ให้เลย” หมอกผลักอกคนตัวโตออกห่างราวกับรังเกียจเกินทน คนไม่ชอบหน้ากัน ไม่อยากเจอกัน ไม่จำเป็นต้องฝืนอะไรทั้งนั้น แล้ววันนี้เธอก็จะไม่ทน
หมอกเดินกลับมาที่โต๊ะด้วยสภาพขอบตาแดงก่ำ มือเล็กรั้งกระเป๋าตัวเอง ไม่ยอมนั่งลงที่เดิมก่อนจะบอกกับทุกคน
“ฉันว่าจะกลับก่อน ขอโทษพวกแกด้วยนะ”
“กลับเลยเหรอ ตอนนี้เหรอ เป็นไรอ่ะหมอก” ก้อยดึงมือเพื่อนไว้เมื่อเห็นท่าทีแปลกไป ตอนแรกยังดีๆ อยู่เลย มาตอนนี้อยากกลับใครจะไม่งง
“เจอคนที่ไม่อยากเจออ่ะ กลับเลยดีกว่า” หมอกปรายตาไปมองคนที่เดินเข้าไปในกลุ่มตัวเองไล่หลังเธอติดๆ
“หมายถึงพี่ทัพพ์เหรอแก” น้ำหวานหันมองบ้าง ปกติก็เคยเห็นพี่ทัพพ์รับส่งหมอกตลอด หรือตอนนี้จะทะเลาะอะไรกัน
“อือ ไว้ค่อยคุยกันนะ” บอกเพื่อนแค่นั้นก่อนจะเดินออกมาเลย จังหวะที่จะเดินผ่านโต๊ะของทัพพ์ คนตัวเล็กรู้สึกได้ว่าเธอถูกจ้องมองจากใครบางคน แต่มันเรื่องของเขา เธอไม่แคร์
แล้วจะหารถกลับตอนนี้ก็คือหาโคตรยาก ดวงตากลมสวยมองซ้ายขวา มือก็พยายามกดเรียกรถแต่เหมือนจะไม่มีใครรับงานเธอเลย
“มาซวยอะไรแบบนี้เนี่ย” เสียงหวานบ่นกระปอดกระแปด พยายามหันมองซ้ายขวาก็ไม่มีหนทางจะกลับเองได้เลย
ครืดดด~ ครืดดด~
โทรศัพท์ในมือสั่นสะเทือนขึ้น ทันทีที่หงายหน้าจอขึ้นก็พบว่าเป็นพี่สาวเธอเอง ทั้งที่ยังไม่พร้อมจะคุย แต่มันก็คงดีกว่าเธอยืนรอรถเงียบๆ คนเดียว
“พี่ม่าน....”
(หมอก ทำอะไรอยู่เนี่ย อยู่ไหนเหรอ พี่ได้ยินเสียงลมแรงๆ)
“หมอกออกมากินข้าวกับเพื่อนน่ะ นี่กำลังจะกลับ รอรถค่ะ โทรหาเช้าเย็นแบบนี้คิดถึงหมอกเหรอคะ”
(คิดถึงสิ เราไม่กลับบ้านแบบนี้พี่เหงามาก เวลามีเรื่องจะคุยก็ไม่รู้จะคุยกับใคร ตอนหมอกอยู่พี่ยังได้คุยกับหมอกนะ)
“ก็โทรได้ค่ะ โทรได้ตลอดเลย ตอนไหนว่างคุยหมอกก็คุย ตอนไหนไม่ว่างหมอกก็โทรกลับได้ค่ะ”
(แล้วเราเป็นไงบ้าง ช่วงนี้เรียนหนักมากเหรอ)
“หนักค่ะ เหนื่อยสุดๆ เหมือนร่างจะพังเลย คิดถึงพี่ม่าน คิดถึงคุณย่าด้วย”
(คิดถึงก็กลับบ้านสิ มากอดพี่ มากอดคุณย่าให้หายเหนื่อย เออจริงสิ พรุ่งนี้กลับพร้อมพี่ทัพพ์เลย วันนี้พี่ทัพพ์เข้าเมือง มีนัดกับลูกค้าวันนี้เลยไม่กลับ ว่าแต่ที่บอกว่ารอรถรออยู่แถวไหน โทรให้พี่ทัพพ์ไปรับสิ) หมอกนิ่งไปทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงทำแบบนี้ แต่ตอนนี้มันไม่ได้จริงๆ
“ไม่เอาอ่ะ หมอกกลับเองดีกว่า เกรงใจพี่ทัพพ์”
(เกรงใจอะไร เมื่อก่อนพี่ทัพพ์รับส่งหมอกทุกวันนะ)
“เวลาที่ช่วยเหลือตัวเองได้ หมอกถึงพยายามช่วยตัวเองก่อนไง เขาช่วยหมอกมาเยอะแล้วอ่ะ”
(หมอกเป็นน้องสาวพี่นะ แล้วในอนาคตพี่กับพี่ทัพพ์ก็คงจะแต่งงานกัน หมอกเป็นน้องพี่ก็เหมือนเป็นน้องพี่ทัพพ์ด้วยนะ)
“รู้ หมอกไม่คาดหวังอะไรหรอก ขอแค่เขารักพี่สาวหมอกให้มากที่สุด ดูแลให้ดีที่สุดเท่านั้นก็พอ” จังหวะที่เอ่ยออกมาแบบนั้น หมอกหันมองด้านขวามือของตัวเองเพื่อจะมองหารถ แต่เธอกลับเจอกับคนที่กำลังพูดถึงเขามายืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว
ทัพพ์ยกนิ้วชี้ขึ้นจรดริมฝีปาก เป็นเชิงบอกเธอว่าห้ามเอ่ยชื่อเขา เห็นแบบนั้นมันยิ่งรู้สึกหวิวๆ ในอก
เขาคงกลัวเหลือเกิน กลัวคนอื่นจะรู้ว่าอยู่กับเธอ
“งั้นแค่นี้ก่อนนะพี่ม่าน ไว้ว่างๆ หมอกโทรไปค่ะ”
(โอเค หาเวลากลับบ้านด้วยนะ)
“ได้ค่าา” เหมาะตอบกลับพี่สาวด้วยน้ำเสียงสดใสก่อนจะละโทรศัพท์ออกจากหูแล้ววางสาย
“พี่มีอะไร ตามออกมาทำไม”
“พี่จะกลับแล้ว ให้พี่แวะไปส่งก่อนไหม”
“ไม่จำเป็น หมอกกลับเองได้”
“คืนนี้พี่ค้างที่นี่ ไม่ได้กลับบ้าน”
“เรื่องของพี่ หมอกไม่ได้อยากรู้” หมอกหมุนตัวกลับจะเดินหนี แต่แขนเธอถูกรั้งเอาไว้ทันที
“พี่จะทำอะไรเนี่ย”
“ไม่ได้อ่านไลน์ไอ้แทน?”
“ไลน์พี่แทนทำไม” หมอกขมวดคิ้วยุ่งแล้วดึงแขนตัวเองกลับ
“ปกติเวลาพี่ค้างในเมือง พี่จะแวะนอนที่คอนโดไอ้แทน”
“แล้ว?”
“วันนี้ก็เหมือนกัน”
“บ้าเหรอพี่ทัพพ์ ก็รู้อยู่ว่าหมอกย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่นอ่ะ แล้วพี่จะเข้าไปค้างที่นั่นได้ไง”
“คอนโดมันมีสองห้อง พี่นอนห้องไอ้แทนได้ ไม่เกี่ยวกับเธอ งั้นก็กลับพร้อมกันเลย” หมอกยืนอึ้งกับคำบอกกล่าว คือมันไม่สะดวกใจแล้วไหม จะพาตัวเองมาอยู่ใกล้เธอทำไม
“ทำไมพี่ไม่ออกไปหาโรงแรมนอนอ่ะ ง่ายกว่าไหม”
“ทำไม?”
“หมอกไม่สะดวกใจ” ทัพพ์สบตากับคนที่บอกว่าไม่สะดวกใจแล้วเลิกคิ้วขึ้น
“กลัวอะไร พี่ไม่ได้จะไปนอนกับเธอ บอกแล้วว่าเรื่องคืนนั้นก็เพราะพี่เมาเฉยๆ ถ้าไม่เมาคิดว่าพี่จะพลาดไปเอาเธอเหรอ” คนพูดอาจจะพูดเพราะจบปัญหา ไม่เคยรู้หรอกว่ามันเหมือนกับการตอกย้ำเรื่องในคืนนั้นซ้ำๆ
“พี่ไม่มีวันพลาดรอบสองหรอกหมอก อนาคตเธอจะเป็นน้องเมียพี่นะ พี่ไม่มีวันทำให้ม่านเสียใจหรอก แค่นี้พี่ก็รู้สึกผิดกับม่านฉิบหายแล้ว ถ้าเป็นคนอื่น พี่จะไม่หนักใจเท่ากับเธอเลย”
“แค่รู้สึกผิดกับพี่ม่านเพราะพี่รักพี่ม่านแค่นั้นเหรอ พี่เคยขอโทษหมอกไหม พี่เคยคิดไหมว่าหมอกจะรู้สึกแย่แค่ไหนที่พลาดไปนอนกับพี่ทั้งที่พี่ชอบพี่สาวหมอกอยู่อ่ะ หมอกรู้สึกแย่ไม่ต่างกันหรอก เผลอๆ รู้สึกแย่มากกว่าพี่ด้วยซ้ำ”
“ถ้าเราสองคนรู้สึกแย่เหมือนกัน ในเมื่อเราทั้งคู่ต่างแคร์ความรู้สึกของม่านเหมือนกัน เราก็ทำทุกอย่างให้เป็นปกติสิ อย่าให้ม่านรู้เรื่องนี้”
“พี่จะให้หมอกทำอะไรอีก หมอกยอมออกมาอยู่ข้างนอกเพื่อจบปัญหาแล้วนะ แล้วพี่ยังจะต้องการอะไรอีก”
“ตอนแรกพี่โอเคที่เธอถอยออกไป แต่ลึกๆ พี่ก็กลัวว่าม่านจะสงสัย ก็คงจนกว่าพี่กับม่านจะแต่งงานกันนั่นแหละ พี่ถึงจะสบายใจ แต่ตราบใดที่ยังไม่แต่ง พี่ไม่สบายใจเลย”
อดทนนะหมอก หมอกเรียนจบเขาก็แต่งกันแล้ว อดทนอีกนิดนะคะ 🥹
