บทที่ 8 Ep7
ทัพพ์มองหน้าจอโทรศัพท์ที่มันเงียบผิดวิสัย ก่อนจะสรุปเอาเองได้ในทันทีว่าเขาถูกบล็อกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยัยหมอกบอกว่าไม่อยากเจอเขา เหตุผลที่ยอมออกไปจากบ้านเพราะไม่อยากให้เราสองคนเจอกัน ก็ให้มันได้แบบนั้นเถอะ เขาต้องการแบบนี้เหมือนกันนั่นแหละ เขาไม่ได้อยากเห็นหน้าเธอเหมือนกัน
“อ้าวพี่ทัพพ์ กลับมาถึงนานแล้วเหรอคะ” ทัพพ์เก็บโทรศัพท์ก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของคำถาม อย่างน้อยๆ หน้าหวานๆ ของม่านก็ทำให้เขาคลายความหงุดหงิดลงไปได้อยู่เหมือนกัน
“เพิ่งมาถึงน่ะ พี่เห็นรถไอ้แทนจอดอยู่ มันกลับมาแล้วเหรอ” เอ่ยถามพร้อมกับมองไปทางรถก่อนจะดึงสายตากลับมาที่ม่านตามเดิม
“กลับมาแล้วค่ะ กลับมาพร้อมหมอกและคุณย่าเลย”
“คุณย่ากลับมาแล้ว?”
“ใช่ค่ะ เห็นพี่แทนบอกว่าคุณย่าขอกลับเลย บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วค่ะ ตอนนี้ขึ้นไปนอนพักที่ห้องแล้ว หมอกก็เหมือนกัน อ้อ ม่านคุยกับน้องแล้วนะคะพี่ทัพพ์เรื่องที่จะย้ายไปอยู่ที่คอนโด คือหมอกบอกว่าช่วงนี้เรียนหนัก เหนื่อยกับการเดินทางด้วยค่ะ เลยคิดว่าออกไปอยู่ที่คอนโดก่อนน่าจะสะดวกมากกว่า”
“เขาบอกแบบนั้น?”
“ใช่ค่ะ แล้วพี่ทัพพ์คิดว่ายังไงคะ ควรห้ามน้อง หรือมีเหตุผลที่คิดว่าไม่ควรออกไปไหมคะ” ในสายตาม่านทัพพ์เป็นคนมีเหตุผล เป็นคนที่แม้แต่คุณย่าก็เลือกที่จะถามความคิดเห็นในทุกเรื่องของบ้านหลังนี้นั่นแหละ เธอเองก็เชื่อใจเขามากเหมือนกัน
“ไม่มีครับ จริงๆ มันก็เป็นเหตุผลส่วนตัว หมอกโตแล้ว ต่อให้เขาอยากย้ายออกไปอยู่ด้านนอกเพราะเหนื่อยกับการเดินทาง เรียนหนัก หรือมีแฟน มันก็เป็นสิ่งที่เขาควรเลือกเอง พี่ไม่ยุ่งอยู่แล้ว” ย้ายออกก็ดี แต่จะไปได้กี่วันก่อน ไม่ใช่ออกไปอยู่ได้ไม่กี่วันสุดท้ายซมซานกลับมาที่บ้านทำให้คุณย่าต้องเสียเงินซื้อคอนโดแล้วต้องมาขายภายหลังเปล่าๆ มากกว่า ยัยหมอกยังเด็ก เด็กจนบางครั้งเหตุผลก็ไม่มี
ช่วงเย็นของวันนั้น บนโต๊ะอาหารประกอบไปด้วยอาหารหลากหลายเมนู คุณย่าลงมาทานข้าวที่โต๊ะอาหารตามปกติ ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าไม่มีใครหายไป คนที่เจริญอาหารมากที่สุดเห็นจะเป็นแทนคุณ และคนที่ขยันตักอาหารให้คนอื่นมากที่สุดก็คือแทนคุณเช่นกัน
“ปลาช่อนผัดใบคื่นช่ายอร่อยมาก กินเยอะๆ” แทนคุณตักเนื้อปลาช่อนไปวางบนจานของหมอก ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็ตักต้มข่าไก่ให้แล้ว ทันทีที่หมอกเงยหน้ามองแล้วทำตาดุๆ ใส่ แทนคุณก็คลี่ยิ้มออกมาทันที
“กินหมดไหมเนี่ยพี่แทน”
“หมดแหละถ้าเรารีบกิน ไม่ใช่นั่งเหม่อเพราะคิดถึงใครอยู่”
“หมายถึงคิดถึงใคร พูดดีๆ นะพี่แทน” แทนคุณที่แกล้งยัยตัวเล็กสำเร็จก็ยิ้มกว้าง ทุกการกระทำของคนทั้งคู่อยู่ในสายตาของบุคคลทั้งสามอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่คุณย่ามองอย่างมีหวัง ทัพพ์กำลังคิดอยู่ว่ามันมีอะไรในกอไผ่จริงๆ หรือเปล่า
“หมอก ทานข้าวได้แล้ว” ม่านดุน้องเบาๆ เพราะเกรงใจคุณย่าและทัพพ์ บนโต๊ะอาหารแต่หยอกล้อกันมันดูไม่งามเลย
“ต้มข่าไก่อร่อยค่ะคุณย่า คุณย่าทานเยอะๆ นะคะ” แล้วหมอกก็หันไปสนใจคุณย่าแทน ตักอาหารใส่จานให้อย่างเอาอกเอาใจ ไม่แปลกที่คุณย่าจะมองว่าเธอเป็นความสดใสของบ้าน
“แล้วพรุ่งนี้หมอกมีเรียนกี่โมงล่ะลูก”
“จริงๆ หมอกมีเรียนช่วงบ่ายค่ะคุณย่า แต่คิดว่าจะไปเช้าเลยเผื่อได้ลองดูคอนโดแถวๆ นั้นด้วย” ในเมื่อทุกคนก็น่าจะรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว และถ้าไม่รู้วันนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องรู้อยู่ดีเลยมองว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังใคร
“คอนโดอะไรอ่ะ หมอกหาคอนโดทำไม” แทนคุณถามคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม เขาไม่รู้เรื่องนี้ ไม่เคยรู้ว่าหมอกกำลังหาคอนโด
“ช่วงนี้หมอกเรียนหนักอ่ะ คิดว่าอยู่คอนโดสะดวกกว่า พี่แทนมีคอนโดแนะนำไหมคะ เอาห้องเล็กๆ ก็ได้” แทนคุณมองหน้าหมอกนิ่งๆ ก่อนจะมองไปที่คุณย่า แต่ดูจากสายตาเหมือนทุกคนจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว
“ค่อยๆ หาก็ได้ลูก มีหรือไม่มียังไงก็บอกย่า ถ้าหมอกหาเองไม่ได้เดี๋ยวย่าให้พี่ทัพพ์ช่วยหา” ทันทีที่คุณย่าบอกออกมาแบบนั้น หมอกมองสบตากับทัพพ์ทันที สายตาคู่นั้นโคตรว่างเปล่า มันเหมือนเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่เธอจะอยู่หรือไป แต่ก็รู้อยู่แล้วแหละว่ามันต้องเป็นแบบนั้น แต่ไหนแต่ไรมา เธอไม่เคยอยู่ในสายตาผู้ชายคนนี้
“อยากได้ห้องแบบไหนล่ะ ถ้ารีบเข้าอยู่เดี๋ยวพี่ช่วยหา” ทัพพ์เอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรก คำถามอาจจะเหมือนหวังดี ทว่าสายตามันสืื่อความหมายไปในทิศทางอื่นมากกว่า
“ย้ายมาอยู่คอนโดพี่ก่อนไหมล่ะ เก็บเสื้อผ้าเข้าอยู่ได้เลย” แทนคุณเสนอขึ้นมาบ้าง และมันทำให้สายตาทุกคู่หันกลับไปมองที่เขาพร้อมกัน
“คอนโดผมมันมีสองห้องอยู่แล้วครับคุณย่า ปกติก็ไม่ได้เข้าไปนอนอยู่แล้ว ถ้าหมอกจะเข้าอยู่ก็คือเก็บกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยครับ ห้องสะอาด ปลอดภัยแน่นอน”
“จริงไหมพี่แทน หมอกเอาจริงนะ เดี๋ยวย้ายเข้าอยู่เลย” เพราะอึดอัดกับสถานการณ์ตรงนี้เต็มทน แต่คงมีใครบางคนอยากเห็นเธอออกไปจากตรงนี้เร็วๆ แต่เธอไม่ติด จะไม่เอาชีวิตไปผูกไว้ที่ใครทั้งนั้น ใครไม่ชอบหน้าเธอมันก็เป็นปัญหาของเขา ไม่ใช่เรื่องของเธอ
“จริงๆ เข้าอยู่ได้เลย พรุ่งนี้จะไปเช้าเหรอ ไปพร้อมพี่เลยไหมล่ะ พี่พาเข้าไปดู”
“ดีค่ะ งั้นไม่ต้องหาห้องแล้วนะคะคุณย่า หมอกอาศัยห้องพี่แทนอยู่เอาก็ได้” หมอกเอาจริง โดยที่ไม่รู้เลยว่าคุณย่าก็เอาจริงเหมือนกัน
“แบบนั้นก็ได้นะลูก งั้นย่าฝากน้องไว้กับแทนด้วย ขาดเหลืออะไรบอกย่าได้นะลูก แล้วจะเข้าไปดูห้องก่อนใช่ไหมค่อยตัดสินใจอีกที”
“ค่ะคุณย่า” หมอกรับคำด้วยรอยยิ้ม แต่ทันทีที่เผลอลากสายตาไปหยุดที่ใบหน้าของทัพพ์ รอยยิ้มของเธอมันก็หายไปทันที เธออ่านเขาไม่ออก บางครั้งก็เดาไม่ถูกว่าเขากำลังรู้สึกแบบไหน
จนกระทั่งหลังมื้ออาหารแล้วทุกคนแยกย้ายกัน ทัพพ์ยืนมองคนสองคนที่นั่งคุยกัน เปิดรูปคอนโดให้ดูคร่าวๆ และไม่รู้ตกลงอะไรกันบ้าง เขารอจนกระทั่งทั้งคู่แยกกันก่อนจะเดินไปขวางหน้าคนที่เหมือนกำลังจะขึ้นห้องพอดี
“พี่ทัพพ์”
“เธอคิดจะทำอะไร” ทัพพ์ดึงแขนหมอกมาหลบมุมบันได เขาไม่อยากให้ใครเห็นตอนที่ยืนคุยกับเธอ
“จะเดินขึ้นห้องไปอาบน้ำนอนไงคะ”
“เธอก็รู้ว่าพี่หมายถึงอะไร อย่ามายียวนได้ไหมหมอก มันไม่ได้ดูน่ารักหรอก”
“แล้วใครบอกว่าหมอกอยากทำให้มันดูน่ารักในสายตาพี่ มาขวางทำไมคะ มีอะไรจะคุยพี่พูดมาเลยอย่ายืดเยื้อ”
“เธอคิดจะทำอะไรเธอรู้อยู่แก่ใจ เล่นตลกเหมือนเด็กไม่รู้จักโต”
“หมอกทำอะไรให้พี่ไม่ทราบคะ ไม่พอใจอะไรอีกพี่พูดมาเลยดีกว่าเพราะหมอกเข้าใจว่าหมอกเคลียร์กับพี่ไปหมดแล้ว” บล็อกก็แล้ว ยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าเธอไม่อยากต่อความยาว
“เธอรู้ว่าพี่จะแต่งงานกับม่าน เธอก็เลยลากแทนคุณเข้ามาในเกมนี้” หมอกขมวดคิ้วใส่อีกคนทันที
“ลากพี่แทนเข้ามาในเรื่องไหน เกี่ยวอะไรกับพี่แทน”
“เธอเห็นพี่อยากแต่งงานกับม่าน และจะแต่งให้ได้แน่ๆ เธอเลยบอกคุณย่าว่าชอบแทนคุณ อยากแต่งงานกับแทนคุณใช่ไหม”
“ว่าไงนะคะ” หมอกมองใบหน้าหล่อเหลาของทัพพ์อย่างไม่เข้าใจ ได้ยินแบบนี้คืองงเลย งงมาก เธอไปบอกเรื่องนี้กับคุณย่าตอนไหนไม่ทราบ ทำไมมากล่าวหาเธอแบบนี้
“มันไม่ใช่แบบนั้นนะพี่ทัพพ์”
“พี่ไม่ติดหรอกนะ ไม่ว่าเธอจะแต่งงานกับใครก็ตาม แต่ขอแค่เป็นผู้ชายคนอื่น จะเป็นผู้ชายคนไหนก็ได้ ยกเว้นไอ้แทนเพราะมันเป็นน้องพี่ พี่ขอแค่นี้แหละหมอก ขอให้เธอคบใครก็ได้ที่ไม่ใช่แทนคุณก็พอ”
ยังใจร้ายไม่พอเหรอพี่ทัพพ์ มันเกินไปมากแล้วนะ 😭
