บทที่ 7 หึงไม่รู้ตัว [NC]

“คุยกับใคร”

“คะ?” อยู่ดีๆ ก็ถาม เธอต้องตอบอย่างไร คำถามไม่เคลียร์เอาซะเลย “คุยกับใครเหรอคะ” ดังนั้นจึงต้องตั้งคำถามกลับไป เพื่อจะได้ตอบสิ่งที่เขาอยากรู้ได้อย่างถูกต้อง

“ตอนไปรับที่คณะ เห็นเธอยืนคุยกับผู้ชาย”

“อ้อค่ะ”

“ตอบ”

“เขาชื่อ ซอนมิน เป็นเพื่อนในคณะค่ะ นี่ก็ใกล้สอบแล้ว เขามาติดต่อเรื่องติวหนังสือค่ะ”

“มันคือผู้ชาย”

“ใช่ค่ะ”

“ตอบตกลงมันแล้วเหรอ”

“ตกลงแล้วค่ะ”

“ปกติติวให้ผู้หญิงกับเด็ก ทำไมถึงติวให้มันล่ะ”

“ซอนมินจ่ายแพงค่ะ และเขาก็.....อุ้ยพี่วาคิม!!!” ยังไม่ทันอธิบายให้เข้าใจ ร่างของเธอถูกอุ้มไปนั่งบนเคาน์เตอร์กลางห้องครัว ดีนะที่เธอไม่ถือมีด ไม่งั้นคงได้มีคนเลือดตกยางออกเพราะความตกใจของเธอแล้วล่ะ

“เธอคิดว่าการไปติวหนังสือให้ผู้ชายที่บ้านสองต่อสองมันเป็นเรื่องที่สมควรทำเหรอ มั่นใจแค่ไหนว่ามันจะให้เกียรติเธอ”

“ฟังสิตาอธิบายให้จบก่อนสิคะ อุ้ย!” ตกใจที่เขาจับข้อเท้าเธอยกขึ้นสูง เพื่อดันขาเธอขึ้นไปตั้งบนเคาน์เตอร์ ถ่างอ้าซ่า โดยมีร่างหนาสูงยืนตรงกลางระหว่างขาเรียว

เธอสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งร้อนผ่าวที่ซุกซ่อนใต้กางเกงยีน

“อย่าเถียง”

“สิตาเปล่าเถียงนะคะ”

“เธอเถียง”

“สิตากำลังจะอธิบาย อุ้ย!!” ต้องอุทานอีกครั้ง วาคิมขยันสร้างความตกใจและความตื่นตระหนกให้แก่เธอยิ่งนัก

มือเรียวราวกับมือผู้หญิง จับขอบกางเกงสเตย์และกางเกงใน จากนั้นเขาก็จัดการรูดมันออกจากสะโพก ไปตาขาเรียว พ้นปลายเท้า แล้วโยนทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดี

แม็กซี่เดรสสีฟ้าที่ยาวถึงตาตุ่ม ถูกถลกขึ้นสูงและเขาสั่งให้เธอจับมันเอาไว้

“ถ้าไม่อยากให้เปื้อนก็จับเอาไว้ดีๆ”

“พี่วาคิม ไม่เอานะคะ”

“อ้ากว้างๆ”

เขาเข้ามาประชิด สองมือของเธอขยุ้มกระโปรงทั้งสองแน่น ดวงหน้างามเงยมองคนตัวโต เขาสูงจนรู้สึกเมื่อยคอ ดวงตาที่ดูเย่อหยิ่งไม่เข้ากับอุปนิสัย พยายามเว้าวอนให้เสือหนุ่มเมตตา

“พี่วาคิมขา ขึ้นบนห้องได้ไหมคะ”

“.....” มือเขาเท้าหยันบนเคาน์เตอร์ โน้มใบหน้ามาหาเธอ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อน

ตึกตัก....ตึกตัก....ตึกตัก....เสียงหัวใจของหญิงสาวเต้นรัว ราวกับข้างในมีคนกำลังตีกลองอยู่ อกมีแรงสั่นสะเทือนจนรู้สึกจุก ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดบ้างแล้ว

กลืนน้ำลายลงคอ.....

“เลิกติวหนังสือให้มัน ถ้าเธอยังมีเวลาว่าง มาทำงานบ้านให้พี่ พี่จ้างเธอชั่วโมงละห้าพัน จบนะ”

“ได้ยังไงคะ เราเป็นแฟนกันนะคะ”

“แฟนกันแล้วทำไม”

“หนูทำให้ฟรี”

“ไม่ได้หรอก ถ้าเธอทำให้ฟรี ถ้ามีคนมาจ้างเธอก็ไปอีก อย่าให้ต้องพูดมาก ขี้เกียจพูดยืดยาว”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

เมื่อเข้าใจ ริมฝีปากร้อนผ่าวด้วยเพลิงพิศวาสประกบลงบนริมฝีปากของสิตา มือของเขาข้างหนึ่งยกขึ้นมานวดคลึงขาด้านในที่ตอนนี้เปิดอ้า ลูบไล้ความเนียนละเอียด ขยับไปทั่ว จนถึงซอกขา สิตามีปฏิกิริยาตอบสนอง เธอแอ่นสะโพกเพื่อสนองเจตนาของวาคิม

มันเป็นไปอย่างธรรมชาติ ไม่อาจยับยั้งหรือหลีกเลี่ยงได้

หนุ่มสาวจูบกันอย่างดูดดื่ม สิตาเป็นคนหัวไว เวลาที่โดนเขาปลุกปั่นอารมณ์พิศวาส เธอใฝ่เรียนรู้ เธออาจจะเคลิบเคลิ้มแต่จดจำได้ทุกสัมผัส

“~ อื้ออออ ~” หญิงสาวครางลึกในลำคอเป็นระยะ บนล่างถูกบุกรุกจากสัมผัสเร่าร้อน หญิงสาวร้อนฉ่าไปจนถึงเนืองนอง ริมฝีปากดูดพัวพันไม่ห่าง

แต่แล้ววาคิมทำให้สิตาต้องถอนจูบออกมา ใบหน้าเหยเกบิดเบ้จะร้องไห้

“อ๊าๆ อ๊าๆ อ๊าๆ ฮื้อ....พี่วาคิม ช้า....ช้าๆ อ๊าๆ หนูไม่ไหว อ๊าาาา!!!” มาลีสาวมีกลีบนอกกลีบใน ตรงกลางเป็นร่อง มีติ่งเกสรยื่นออกมา มันคือติ่งเกสรที่ไวต่อความรู้สึก น้ำหูน้ำตาไหลพรากด้วยความเสียวอันซาบซ่าน เมื่อชายหนุ่มขยี้ติ่งเกสรดังกล่าวอย่างไม่ปรานี

สะโพกสาวบิดส่ายไปมา บางครั้งก็แอ่น บางครั้งกระถดหนี แต่สุดท้ายก็แอ่นอ้าเข้าหาเหมือนเก่า มันรู้ว่ามันกำลังจะได้รับความสุข วาคิมมองหน้าสิตา ยามที่เขาเห็นเธอตกเป็นรองด้วยรสสัมผัสจากเขา มันสร้างความฮึกเหิม ปลุกกำหนัดในกายให้พวยพุ่งถึงขีดสุด

เขาหลุบตาลงต่ำ มองมาลีงดงาม

ไม่รู้ว่าเขาโดนมนต์เสน่ห์บทไหนเข้า ถึงได้แหกกฎตัวเอง คุกเข่าบนพื้น พรมจูบขาเรียว กลิ่นหอมเย้ายวนจากมาลีสวยกำลังเรียกร้องเขาให้เข้าไปหามัน

ใกล้มากขึ้น....

“ไม่เอานะคะ ห้ามทำแบบนี้”

คิดว่าเขาฟังเธอเหรอ?

คำตอบคือ....ไม่มีอะไรห้ามเขาได้ หากเขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำ

@ @ @ @ @ @ @

ถึงแม้มีปากมีเสียงกัน แต่ความเป็นเพื่อนตัดไม่ขาด ยังคงพูดคุยกันอย่างปกติ ราวกับไม่มีเรื่องบาดหมางใจกันมาก่อน ที่อยากพูดก็พูดไปแล้ว เข้าใจก็ดี ไม่เข้าใจก็ช่างมัน

ฟาโรห์มาหาวาคิมที่บ้าน เรนจะตามมาทีหลังเนื่องจากติดธุระ ฟาโรห์แวะซื้ออาหารมาด้วย เขาไม่รู้...วันนี้วาคิมมีแขก นอกเหนือจากเขาและเรน

จอดรถแล้วเดินเข้าบ้าน ตามวาคิมไปช่วยยกของ

ทว่า.....

“โอ๊ยพี่....โอ๊ยพี่วาคิม....โอ๊ย....โอ๊ย....ไม่เอาพอแล้ว....อย่าทำหนูโอ๊ย!!”

เสียงของสิตานี่!

วาคิมกำลังทำร้ายสิตาอยู่อย่างนั้นเหรอ?

ด้วยความเป็นห่วง ฟาโรห์จึงเดินตามเสียงร้องโอดโอย ตั้งใจไปช่วยไกล่เกลี่ย ทิศทางของเสียงอยู่ในห้องครัว ฟาโรห์หยุดกึก สิตาหันหลังให้ประตูทางเข้า เธอนั่งบนเคาน์เตอร์กลางห้องครัว เรียวขาตั้งชันถ่างอ้า ฟาโรห์มองไม่เห็นวาคิม แต่เขารู้ทันที ตอนนี้วาคิมกำลังทำอะไรอยู่....

เพราะนอกจากเสียงร้องโอดโอยของสิตา ฟาโรห์ได้ยินเสียงละเลงลิ้นและเสียงดูดอย่างเมามัน

ไม่คิดด้วยซ้ำว่าวาคิมจะทำถึงขนาดนั้น

ฟาโรห์ยิ้ม มองอีกนิดหน่อย จึงย่องเบาออกไปเดินเล่นหน้าบ้าน ส่งข้อความไปบอกเรนไม่ต้องรีบมา

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

ติ้ง!! เสียงไลน์ดังขึ้น เป็นข้อความจาก ‘ตัวโง่งม’ เขาเพิ่งเปลี่ยนชื่อของวาคิม รู้สึกว่ามันไม่เข้ากัน เพราะอย่างไรวาคิมก็เปลี่ยนชื่อเขาจากฟาโรห์เป็น ‘ฝรั่งหัวคXย’

ตัวโง่งม :: เสร็จแล้ว เข้ามาสิ

ฝรั่งหัวคXย :: เสร็จเร็ว

ตัวโง่งม :: สัส!!

ฟาโรห์ยกของเข้าบ้านสองรอบคนเดียว เรื่องกินเรื่องใหญ่สำหรับเขา ถือโอกาสจะมาค้างที่นี่ในคืนนี้ มีศึกฟุตบอล ปิ้งย่าง เหล้าเบียร์ชั้นดีต้องพร้อม

“อ้าวสิตา อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ”

แววตาที่มองมายังฟาโรห์ ‘ฝรั่งตอแหล’

“พี่วาคิมไปรับมาค่ะ สวัสดีค่ะพี่ฟาโรห์ สิตาขอไปทำราดหน้าให้พี่วาคิมก่อนนะคะ”

“ราดหน้า?” ฟาโรห์เผยรอยยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย เขากำลังจะพูดต่อ แต่วาคิมพูดแทรก

“นายซื้ออาหารมาเยอะไม่ใช่เหรอ” พูดกับฟาโรห์เสร็จแล้วจึงหันไปสั่งสิตาเสียงเข้ม “รีบไปทำราดหน้าเร็วๆ สิ พี่หิวแล้ว”

“ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”

สิตาสับขาเดินเร็วก้าวฉับๆ เธอรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เนื้อตัวสั่นพร่า เข้ามาในห้องครัวก็นึกถึงกิจกรรมเร่าร้อนที่เพิ่งทำเสร็จไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว

สะบัดศีรษะไปมา สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ตั้งหน้าตั้งตาทำราดหน้าให้วาคิม

สิตาจิตใจดี เธอจึงทำหม้อใหญ่ที่กินกันสี่ห้าคน

@ @ @ @ @ @ @ @

วาคิมมารับสิตาไปมหาวิทยาลัย เธอไม่รู้ว่าเขารู้ตารางเรียนของเธอได้อย่างไร และนี่มันก็เพิ่งเจ็ดโมงเช้า ไม่คิดว่าวาคิมจะตื่นเร็วเพื่อเธอ สิตาหัวใจเต้นแรงกับการเอาใจใส่ การกระทำของวาคิมที่แสดงออก คงอยากเริ่มต้นใหม่อย่างที่เฌอเบลล์เริ่มต้นใหม่และไปได้ดี

“กินข้าวแล้วหรือยังคะ”

“กินแล้ว อุ่นราดหน้าที่เธอทำเอาไว้เมื่อวาน”

“ยังเหลืออีกเหรอคะ”

“เก็บเอาไว้ในตู้เย็น เธอทำเยอะเกินไป เสียดายของถ้าหากไม่กินให้หมด”

สิตาทำเยอะเพราะตั้งใจทำเผื่อเพื่อนคนอื่นของวาคิมด้วย เมื่อวานฟาโรห์และเรนอยากกินก็ไม่ได้กิน วาคิมไม่อนุญาต เดิมทีสิตาคิดว่าวาคิมแค่ต้องการจะแกล้งเพื่อนเล่น แต่พอได้ยินเขาพูดถึงเมนูมื้อเช้าวันนี้ สิตาเข้าใจทุกอย่างในทันที

ตอนนี้สิตารู้ เธอควรตอบอย่างไร

“ขอโทษนะคะ”

“อืม”

“พี่วาคิมคงรู้สึกเบื่อราดหน้าไปอีกนาน”

“ไม่”

“คะ?”

“ทีหลังทำอีก แต่ไม่ต้องทำเผื่อใคร”

...นี่คือเหตุผล

...นี่คือคำอธิบาย

ดังนั้นสิตาจึงต้องทำความเข้าใจ ไม่เซ้าซี้ถามต่อให้วาคิมรำคาญ สิตาเรียนรู้นิสัยของวาคิม สถานการณ์แบบนี้เธอต้องเออออตาม

“ได้ค่ะ” สิตาเปลี่ยนเรื่องคุย “เมื่อคืนปาร์ตี้สนุกไหมคะ”

“ไม่สนุก”

“ทำไมเหรอคะ”

“อาหารไม่ถูกปาก มีแต่ของเผ็ดไม่อร่อย”

“เนื้อที่หนูหมักให้รสชาติแย่เหรอคะ”

“คนย่างไม่ได้เรื่อง”

“อ้อค่ะ”

“พี่มีราดหน้า พี่ก็กินราดหน้าของพี่”

รถติดไฟแดงพอดี เธอหันมองเขา พอดีกับที่เขาหันมองเธอ หญิงสาวจึงได้สบเข้ากับดวงตาสีนิลลึกลับน่าค้นหา ไม่กล้าสบตานาน กลัวโดนสูบวิญญาณ ไหนจะ ‘ราดหน้าของพี่’ นั่นอีก มือขยุ้มชายกระโปรง ชีพจรทั่วร่างเต้นเร็ว ขัดเขินไม่มั่นใจ

“หึ” ชายหนุ่มส่งเสียงหัวเราะในลำคอ

รถเคลื่อนตัวอีกครั้ง ระหว่างสิตาและวาคิมไม่มีใครพูดคุยกันอีก จนกระทั่งมาถึงมหาวิทยาลัย

“มันเรียนปีเดียวกับเธอใช่ไหม”

“ใครเหรอคะ”

“ไอ้ชื่อเกาหลีนั่นไง”

“ซอนมินเหรอคะ”

“อืม”

“ใช่ค่ะ”

“มันอยู่ไหน”

“เดี๋ยวคงมามั้งคะ”

“ปฏิเสธมันต่อหน้าพี่”

“แบบนั้นซอนมินก็เสียหน้าสิคะ ความจริงแล้วเขาให้หนูติวหนังสือให้ที่มหาวิทยาลัยนะคะไม่ใช่ที่บ้าน”

สีหน้าของวาคิมตอนนี้ กำลังบอกสิตา ‘ทำซะ! ถ้าไม่อยากมีปัญหา’ สิตาหุบปากไม่พูดต่อ เดินมานั่งโต๊ะม้าหินอ่อนรอซอนมิน วาคิมนั่งทำตัวเป็นมนุษย์น้ำแข็งอยู่ข้างๆ เผื่อแผ่ความเย็นถึงเธอ ขนลุกซู่ สันหลังเสียววาบ

.....สิบนาทีผ่านไป

ซอนมินเดินดุ่มๆ มา สิตาลุกขึ้นพรวดพราด ซอนมินเห็นสิตาเลยเดินเข้ามาหา เขาลืมมองว่าข้างกายของสิตามีคนอื่นนั่งด้วย สงสัยความสวยของสิตามันจะกระแทกตาจนมองสิ่งอื่นไม่เห็น

“ไงสิตา เธอจัดเวลาให้ฉันแล้วใช่ไหม”

“ฉันต้องขอโทษด้วยนะซอนมิน คือว่า.....” สิตาหันไปทางด้านข้าง ซอนมินมองตาม เขาสะดุ้งเมื่อเห็นแววตาแข็งกระด้างดุดันจ้องมองเขาอยู่ “ฉันไม่ว่างแล้วล่ะ”

“นายเข้าใจใช่ไหมซอนมิน” นี่คือคำถามจากวาคิม

“ข....เข้าใจครับ ไม่ว่างก็ไม่เป็นไร เธอไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันรู้ว่าเธอรับงานเยอะ” ซอนมินพูดตะกุกตะกัก หวาดหวั่นกับสายตาของวาคิม

“เข้าใจก็ดี อย่ารังแกสิตาล่ะ ถ้าฉันรู้ว่านายรังแกแฟนฉัน.....” เขาเว้นวรรค แสยะยิ้มแล้วพูดต่อ “ฉันไม่เอานายไว้แน่”

“ครับพี่ ขอตัวก่อนนะครับ” เร่งฝีเท้าก้าวอย่างว่องไว

คล้อยหลังซอนมินไป วาคิมลุกขึ้นยืนเตรียมตัวกลับบ้าง

“พรุ่งนี้วันหยุดนักขัตฤกษ์ เดี๋ยวไปรับ ว่างตอนไหนโทรมา”

“พี่วาคิมจะกลับแล้วเหรอคะ”

“ง่วง”

“ไม่ได้เรียนตอนเช้าเหรอคะ”

“ไม่”

สิตามองตามแผ่นหลังกว้างไป เมื่อเขาขึ้นรถขับออกไปไกลแล้ว เธอจึงหมุนตัวเดินเข้าอาคารเรียน ยังเช้าคนยังมาไม่เยอะ บางคนที่มาเช้าเพราะกลัวมาสายเนื่องจากปัญหารถติดจึงต้องเผื่อเวลา

@ @ @ @ @ @ @

วันหยุดนักขัตฤกษ์มาถึง....

สิตาทำงานพิเศษ ทำงานบ้าน จากนั้นเธอก็พาพยัคฆ์และนุ่มนิ่มมาบ้านวาคิม โดยที่เขาขับรถไปรับถึงหน้าบ้านเหมือนทุกครั้ง วาคิมพูดจริง ชั่วโมงละห้าพัน สิตาผันตัวมาเป็นแม่บ้านให้วาคิม 4 ชั่วโมง ขณะที่เขานอนเอกเขนกเล่นเกมกับพยัคฆ์และนุ่มนิ่ม

ร่างสูงนอนคว่ำเหยียดตัวอยู่บนโซฟาเบด เล่นเกมในโทรศัพท์ พยัคฆ์และนุ่มนิ่มเป็นผู้รับชมอย่างใกล้ชิด มันนอนอยู่ใต้คางของเขา มีแขนแข็งแรงโอบรอบราวกับเกาะป้องกันภัย

เจ้าตัวกลมทั้งสองส่งเสียงเชียร์ นุ่มนิ่มไม่เท่าไร แต่พยัคฆ์เริ่มไม่ทันใจ อยากช่วยวาคิม มันเอาอุ้งเท้าหน้าป้อมๆ กลมๆ วางลงบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เลียนแบบการกระทำของวาคิม

สำหรับวาคิมแล้ว นี่คือตัวภาระไม่ใช่ตัวช่วย

“เอามือออกเลยพยัคฆ์ มือกลมๆ ป้อมๆ เนี่ยเอาออกเลย พ่อเล่นเอง”

“เมี๊ยววว!!” ไม่ยอมหรอก พยัคฆ์ต้องมีส่วนร่วม

“อยู่นิ่งๆ แบบนุ่มนิ่มเป็นไหม”

“เมี๊ยววว!!” พยัคฆ์คือพยัคฆ์ นุ่มนิ่มคือนุ่มนิ่ม ไม่เหมือนกันย่อมแตกต่าง มนุษย์ต้องทำความเข้าใจ

วาคิมมันเขี้ยวพยัคฆ์ อ้าปากทำท่ากัดหัวพยัคฆ์ พยัคฆ์พลิกตัวแล้วเอาอุ้งเท้าหน้าตบหน้าหล่อเหลาไปหนึ่งครั้ง ส่งเสียงขู่ฝ่อๆ เหมือนงูเห่า กางกรงเล็บพร้อมแจกยันต์ห้าแถว

นี่คือสายตาท้าทาย ‘ก็มาดิคร้าบ!’ วาคิมอึ้งทึ่งพูดไม่ออก

แต่เขาไม่กลัวมันหรอก วาคิมปล้ำจูบปล้ำหอมพยัคฆ์ นุ่มนิ่มกระโดดไปอยู่ตรงไหนแล้วก็ไม่รู้ หนึ่งแมว หนึ่งมนุษย์ฟัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“พยัคฆ์!! พี่วาคิม!!” สิตาเดินเข้ามาพอดี เสียงของเธอดังกว่าปกติ วาคิมหยุด พยัคฆ์หยุด วาคิมลุกขึ้นนั่ง พยัคฆ์กระโดดมานั่งตักวาคิม ยกขาหน้าขึ้นเลียทำความสะอาดขน ราวกับว่า...ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมต้องตีกันด้วย”

สิตามองเห็นรอยข่วนที่คอของวาคิม เธอรีบเดินเข้ามา แต่ก็ลูบหัวกลมๆ ของพยัคฆ์เป็นการปลอบโยน มือข้างหนึ่งจับคางของวาคิมเชยขึ้น ก้มหน้าลงมองรอยข่วน

“เจ็บไหมคะ”

“~ เมี๊ยวว ~ เมี๊ยวว ~ เมี๊ยวว ~” พยัคฆ์เสียงอ่อนเสียงหวานขึ้นมาทันที คล้ายรู้ว่าตัวเองทำผิดและกำลังจะโดนแม่ดุ ทีอย่างนี้รู้ความดีนักนะ แมวสองมาตรฐาน!!

“ไม่เจ็บหรอก แค่แมวอ้วนเตี้ยตัวหนึ่งข่วนเท่านั้น”

“กล่องปฐมพยาบาลอยู่ไหนคะ”

“ไม่รู้สิ ลองหาดู”

“ต้องไปหาหมอด้วยนะคะ เพราะเลือดออกและอันตรายมาก”

“รู้น่า” ตอบเนือยๆ มือลูบหัวพยัคฆ์แล้วก้มหน้าพูดต่อ “ลูกผู้ชายเล่นกันก็มีบาดแผลธรรมดา”

“เมี๊ยว ~” เสียงหงอย สีหน้าแววตาหงอยไม่ซ่าเหมือนเดิม

“เป็นอะไรเจ้าแสบ” เขาจับพยัคฆ์พลิกตัวนอนหงาย ให้มันสบตาเขา วาคิมคลี่ยิ้ม เอานิ้วเขี่ยแก้มพยัคฆ์หยอกล้อ พยัคฆ์ยอมแต่โดนดี นุ่มนิ่มไม่สนใจใคร นอนสบายอยู่บนเบาะนอนนุ่มๆ

สิตาทำแผลให้วาคิม จากนั้นก็พาทั้งคนทั้งแมวไปโรงพยาบาล

@ @ @ @ @ @ @

บทก่อนหน้า
บทถัดไป