บทที่ 3 บทที่ 2 ร่างใหม่
เซียวจิ้งที่ได้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็พลันนิ่วหน้า เขามองจางเหมี่ยวลี่ที่ยามนี้มองมาที่ตนด้วยแววตามีทั้งความตกตะลึงและคาดไม่ถึง อีกทั้งยังแฝงเอาไว้ด้วยความดีใจอีกหลายส่วน
เขาไม่เคยชอบจางเหมี่ยวลี่ เพราะนางไม่ใช่คนนิสัยดีเท่าใดนัก
เขาจำได้ว่า ก่อนที่เขาจะเดินทางมาชายแดน เมื่อสองปีก่อน เสด็จลุงพระราชทานสมรสให้เขาและนาง หากชนะสงครามกลับเมืองหลวงเมื่อใด ก็ให้แต่งงานกันทันที ยามนั้นจางเหมี่ยวลี่พยายามจัดฉากเพื่อพบหน้าเขา นางนำขนมและอาหารที่ทำเองกับมือมาให้เขากิน มีครั้งหนึ่งเขาเห็นว่านางพนมมือขึ้นไหว้ไปที่อาหารและพึมพำบางอย่าง ก่อนจะเป่าลงไปในอาหารที่นำมาให้เขา เซียวจิ้งถอนหายใจออกมา และไม่แตะต้องของที่นางทำให้แม้แต่คำเดียว
จางเหมี่ยวลี่หลงใหลวิชาบัดซบพวกนี้จนเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร
และมีอีกเหตุการณ์หนึ่ง เขาไปดื่มชาที่โรงน้ำชา และมีสตรีนางหนึ่งลอบส่งสายตาให้เขา เดิมทีเขาก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าใดนัก แต่ไม่รู้ว่าจางเหมี่ยวลี่มาแอบตามเขามาตั้งแต่เมื่อใด เมื่อนางเห็นว่าสตรีผู้นั้นยั่วยวนเขา นางก็ตรงเข้ามาตบตีสตรีผู้นั้นอีกทั้งยังพังโรงน้ำชาจนย่อยยับ และเอ่ยทิ้งท้ายว่า
"บุรุษของข้าใครกล้าแตะตายสถานเดียว แม้แต่โรงน้ำชาเฮงซวยแห่งนี้ ที่เป็นตัวต้นเรื่องข้าก็จะเผาทิ้งให้หมด ผู้ใดยังกล้าอีก บิดาของข้าเป็นแม่ทัพใหญ่ สร้างความดีความชอบเพื่อบ้านเมืองมาไม่น้อย จำไว้อย่ายุ่งกับบุรุษของข้า!"
ยามนั้นเขาปรายตามองนางและไม่อยากจะใส่ใจ แต่จางเหมี่ยวลี่กลับตรงเข้ามากอดแขนเขาแน่นไม่ยอมปล่อย อีกทั้งยังเอาหน้าอกเบียดแขนเขาอีกด้วย เซียวจิ้งปวดหัวจนแทบระเบิดเสียจริงๆ
ตอนที่ได้ข่าวว่านางตาย เขาไม่ได้ดีใจเลยแม้แต่น้อย เขาสงสารนางมากกว่า เวทนาที่สุดท้ายแล้วนางก็ตายเพราะความเชื่อที่ผิดๆ
ผู้อื่นอาจจะคิดว่านางป่วยตาย แต่เขารู้ว่ามันไม่ใช่ นางดื่มแต่ของสกปรก สิ่งที่นางคิดว่ามันจะทำให้นางงดงาม แต่แท้จริงแล้วมันคือตัวช่วยเร่งให้นางไปปรโลกรวดเร็วยิ่งขึ้น
ช่างโง่เขลาเสียจริงๆ
ด้านเจี่ยงหร่านนั้นยามนี้นางสับสนมึนงงไปหมด คิดจะเรียกเซียวจิ้งแต่กลับพบว่าเขาเดินจากไปเสียแล้ว อีกทั้งยังทิ้งท้ายว่า นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของแม่ทัพใหญ่จางเขาเป็นคนนอกจึงไม่สมควรอยู่ต่อ
แม่ทัพใหญ่จางหรือ!
เจี่ยงหร่านมองไปรอบๆ อีกครั้ง ก่อนที่นางรู้สึกอยากอาเจียนเหลือเกิน และทั้งยังเวียนหัวเป็นอย่างมากอีกด้วย เมื่ออดทนต่อไปไม่ไหวนางจึงอาเจียนออกมา ก่อนจะหมดสติไป
แม่ทัพใหญ่จางและจางฮูหยินเร่งรีบสั่งให้หมอหลวงมารักษานางโดยด่วน โชคดีที่ครั้งนี้นางปลอดภัยแล้ว หมอหลวงเองก็แปลกใจไม่น้อยเลยที่นางรอดมาได้ ทั้งที่ร่างกายย่ำแย่จนไม่น่ารอด
เจี่ยงหร่านหลับไปถึงสองวันเต็ม เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็ลุกพรวดพราดขึ้นนั่งบนเตียงนอน เหล่าสาวใช้ที่เฝ้านางอยู่เมื่อเห็นว่าเจ้านายตนฟื้นแล้ว ก็รีบเข้าไปรายงานแม่ทัพใหญ่จางและจางฮูหยินอย่างรวดเร็ว สองสามีภรรยาที่รู้ว่าบุตรสาวฟื้นแล้วก็เร่งร้อนมาดูทันที
"เหมี่ยวเอ๋อร์ลูกแม่ แม่ใจจะขาดแล้วเจ้ารู้หรือไม่!"
"ลูกพ่อ เจ้าเลิกดื่มของสกปรกพวกนั้นเถอะ พ่อขอร้องล่ะ"
เจี่ยงหร่านมองดูสองสามีภรรยาที่บอกว่าเป็นบิดามารดาของนางกำลังกอดนางพร้อมกับร่ำไห้ นางรู้สึกปวดศีรษะก่อนที่ภาพบางส่วนจะปรากฎขึ้นในหัว
"ข้าคือจางเหมี่ยวลี่บุตรสาวแม่ทัพใหญ่แคว้นฟงหลิง ผู้ใดกล้ามีเรื่องกับข้า มันย่อมสมควรตาย"
"ข้าจะตบเจ้า เจ้าจะทำไม ห๊ะ!"
"ข้าจะสวดคาถาและแช่น้ำสมุนไพร ไสหัวมาดูแลข้าสิ!"
เจี่ยงหร่านปวดชาหนึบไปทั้งศีรษะ ก่อนร้องขึ้นมา
"ช้าก่อน พวกท่านเป็นใครกัน แล้วที่นี่คือที่ใด โอ๊ย ข้าปวดหัวเหลือเกิน!"
แม่ทัพใหญ่จางและจางฮูหยินมองหน้ากันทันที ก่อนที่จางฮูหยินจะพูดอย่างร้อนใจขึ้นมา
"เหมี่ยวเอ๋อร์ เจ้าเสียสติไปจนจำพ่อแม่เจ้าไม่ได้แล้วหรือ เจ้าคือจางเหมี่ยวลี่ บุตรสาวของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฟงหลิงอย่างไรเล่า"
จางเหมี่ยวลี่
แม่ทัพใหญ่แคว้นฟงหลิง!
เจี่ยงหร่านที่ได้ยินดังนั้นก็ลุกพรวดพราดขึ้นมา ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้ากระจกทองเหลืองบานใหญ่ ภาพของหญิงสาวนางหนึ่งพลันปรากฏสู่สายตาของนางอย่างชัดเจน
สตรีนางนี้มีใบหน้างดงามล่มเมือง งามเสียจนร่างเดิมนางเทียบไม่ติด ผิวพรรณขาวนวลเนียนราวหิมะ แต่งกายด้วยผ้าแพรพรรณเนื้อดี ดูสูงส่งเป็นอย่างมากแตกต่างจากนางโดยสิ้นเชิง
นี่มันเรื่องอะไรกัน!
เจี่ยงหร่านใจเต้นถี่ระรัว ภาพก่อนตายปรากฏขึ้นมารวมไปถึงภาพที่นางปลิดชีพตนเอง เรื่องราวทั้งหมดไหลวนกลับมา ก่อนที่นางจะเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง
สวรรค์! ข้ามาเกิดใหม่ในร่างของบุตรสาวแม่ทัพใหญ่แคว้นฟงหลิงเช่นนั้นหรือ เดิมทีนางตายไปแล้ว นางจึงเข้ามาอยู่ในร่างของสตรีนางนี้
เมื่อคิดได้เช่นนั้น นางก็ทรุดกายลงบนเตียง ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ ในใจมีทั้งความดีใจและเสียใจ
นางดีใจที่สวรรค์มีเมตตาให้นางได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
แต่สิ่งที่่เสียใจก็คือ นางกลับต้องมาอยู่ในร่างของสตรีอื่น ซ้ำยังเป็นสตรีในแคว้นศัตรู ต้องอยู่ภายใต้เงาของคนอื่นไปจนวันตาย
นี่คือบทลงโทษจากสวรรค์ที่นางอกตัญญูต่อบิดามารดาใช่หรือไม่
แม่ทัพใหญ่จางและจางฮูหยินที่เห็นว่าอยู่ๆบุตรสาวก็เงียบงันไปทั้งยังร้องไห้ออกมา ก็ตกใจเป็นอย่างมาก
"เอ่อ เหมี่ยวเอ๋อร์ พ่อไม่ว่าเจ้าแล้ว เจ้าอยากดื่มสิ่งใดก็ดื่มเถอะ โธ่เอ๋ย"
"นั่นสิ เจ้าดื่มเถอะ ฮือ บุตรสาวของข้า"
เมื่อเจี่ยงหร่านร้องไห้จนพอใจแล้ว นางก็เงยหน้าขึ้นมองสองสามีภรรยาที่กำลังมองตนด้วยแววตาเอื้ออาทร แววตาเช่นนี้เหมือนในตอนที่ท่านพ่อท่านแม่ที่แท้จริงมองนางไม่มีผิด นางเข้าใจดีว่าหากพวกเขารู้ว่าแท้จริงบุตรสาวตนได้ตายจากไปแล้วคงจะเสียใจจนแทบสิ้นสติ
ในเมื่อนางเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว เพื่อชดเชยให้สตรีผู้โชคร้าย นางจะดีต่อบิดามารดาของสตรีผู้นี้เอง
นับจากนี้ต่อไป นางต้องกลายเป็นหญิงสาวที่มีนามว่าจางเหมี่ยวลี่
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เจี่ยงหร่านที่กลับกลายเป็นจางเหมี่ยวลี่จึงยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตน พลางขออภัยบิดามารดา
"ท่านพ่อท่านแม่ ข้าขอโทษเจ้าค่ะ ที่ทำให้พวกท่านเป็นห่วง"
เมื่อสองสามีภรรยาได้ยินเช่นนั้นก็หันขวับสบสายตามองหน้ากันทันที แม่ทัพใหญ่ใคร่ครวญในใจว่า หรือว่าบุตรสาวจะเสียสติไปแล้ว นางถึงเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมาได้ ทุกครั้งไม่ต่อว่าเขาก็พูดจาไม่น่าฟังอยู่ตลอดเวลา
หรือว่าน้ำแกงรกเด็กจะล้างสมองนางไปหมดแล้ว!
หรือว่าจะมีผีมาสิงนาง!
เป็นไปมิได้ นางน่ากลัวยิ่งกว่าผีเสียอีก!
ด้านจางฮูหยินเองก็ตกใจเช่นเดียวกัน ก่อนจะมองบุตรสาวด้วยความฉงนสงสัย
หรือว่าเหมี่ยวเอ๋อร์จะกลืนยันต์สาปแช่งลงท้องไปจนทำให้นางเสียสติ จึงเอ่ยวาจาดีๆ เช่นนี้ออกมาได้
จางเหมี่ยวลี่ที่ถูกมองเช่นนี้ ก็รู้สึกประหม่าไม่น้อย หรือว่านางเอ่ยวาจาใดผิดไป พวกเขาจึงมองนางแปลกๆ
จู่ๆ นางก็นึกขึ้นมาได้ว่า เจ้าของร่างเดิมที่นางเห็นในความทรงจำมักจะทำตัวไม่น่ารัก นิสัยไม่ดีใช่หรือไม่
หรือว่าต้องเป็นเช่นนั้น
นางทำไม่ได้เสียด้วยสิ แต่ลองดูก็ได้!
เมื่อคิดได้เช่นนั้นจางเหมี่ยวลี่ก็กระแอมออกมา
"มองข้าทำไมกัน หรือพวกท่านไม่เชื่อข้า"
แม่ทัพใหญ่จางสะดุ้งโหยง ก่อนจะแอบนึกอยู่ในใจ
ต้องอย่างนี้สิลูกพ่อ!
