บทที่ 11 พลาดท่า

ร่างใหญ่ในชุดสูทเรียบกริบนั่งพิงหลังกับพนังโซฟาตัวโตสบายๆ พลางทอดตาคมกริบมองผ่านผนังกระจกไปยังแสงสีของเมืองหลวงตอนหนึ่งทุ่มตรงที่อยู่ภายนอกตึกสำนักงานนิ่งเงียบ หากสายตาไม่ได้โฟกัสตรงจุดไหนเลย เหมือนเจ้าตัวกำลังตกอยู่ในภวังค์ ในมือมีแก้วเจียระไนทรงสวยซึ่งมีน้ำสีอำพันขังอยู่เพียงครึ่งแก้ว เพราะเขาจิบมันมาได้สักพักใหญ่แล้ว ก่อนประตูห้องทำงานจะถูกเปิดและมีคนเดินเข้ามา

“โทษทีว่ะที่ช้า รถติดเป็นบ้าเลย เมายังวะแก”

คนเพิ่งมาถึงเอ่ยทักทายพลางทรุดลงนั่งโซฟาตรงข้ามแบบไม่ต้องรอให้เชิญ

“นี่ถ้าอีกสิบนาทีแกยังไม่โผล่หัวมา ฉันกะจะส่งคนไปถล่มสำนักงานทนายความของแก จะเอาให้เหี้ยนเลย”

เสียงตอบกลับเนิบๆ ถ้าเป็นคนอื่นที่ได้ยินคงรู้สึกเย็นสันหลัง แต่ไม่ใช่เพื่อนที่คบหากันมาตั้งแต่อนุบาลอย่างณกร เพราะเขารู้ว่ามันพูดเล่น

“แหม...ไอ้มาเฟีย ใจร้อนไปได้ เอ้านี่! ข้อมูลที่แกอยากได้”

ชายหนุ่มในชุดกางเกงสแล็กดำกับเสื้อเชิ้ตสีครีม สวมแว่นสายตากรอบใส ดูสุภาพเรียบร้อยสมกับเป็นทนายความหนุ่มไฟแรงโยนซองเอกสารสีน้ำตาลไปบนโต๊ะหน้าโซฟา คนทอดอารมณ์รออยู่นานแล้วถึงได้ขยับมานั่งตัวตรง จัดการวางแก้วเหล้าในมือเอาไว้บนโต๊ะ แล้วจึงหยิบซองเอกสารมาเปิด ดวงตาสีอ่อนไล่ดูเอกสารสี่ห้าแผ่นที่ดึงออกมาจากซองอยู่เกือบสองนาที ก่อนเงยหน้าขึ้นมาถามคนโยนมาให้

“แม่หลานฉันชื่อ ดาริกา ปรีชาการณ์ ชัวร์ใช่ไหม”

“ฉันเอาหัวเป็นประกัน เพราะไอ้รบมันมอบอำนาจให้ฉันเป็นคนไปแจ้งเกิดให้ หน้าผู้หญิงคนนั้นก็ตรงกับบัตรประชาชน ไม่มีอะไรที่จะชัวร์ไปมากกว่านี้อีกแล้ว ส่วนคนที่แกไปเจอน่ะชื่อลักษิกา น้องสาวแท้ๆ ของยัยดาริกาตัวแสบ แต่ไม่มีอะไรหรอกนะ นิสัยต่างกับพี่สาวสุดขั้ว เด็กมันเพิ่งเรียนจบ หากอนาคตก็ต้องมาดับวูบ เพราะยัยพี่สาวเอาลูกไปทิ้งให้เลี้ยงตั้งแต่ยังไม่ครบเดือนเลยด้วยซ้ำ”

“แล้วแกก็ปล่อยให้หลานฉันไปตกระกำลำบากอยู่ตั้งสามสี่เดือนเนี่ยน่ะไอ้เวรกร มันน่าไล่ออกจากทนายประจำตระกูลนัก”

“นั่นพ่อฉันโว้ย! ฉันก็แค่รับช่วงต่อ ถ้าแกจะไล่ออกก็ไปไล่ทนายเฒ่าองอาจโน่น”

ทนายความหนุ่มเถียงกลับพร้อมยักคิ้วยั่ว เพราะรู้ว่ามันไม่กล้าหรอก เนื่องจากพ่อของเขาเป็นทนายประจำตระกูลดิษกรพลมาเกือบสามสิบปี แถมยังซี้กันดีกับคุณนายชมเดือนแม่ของมัน ลองไล่ออกดูสิ พ่อจะโพนทะนาความลับของมันเอาให้หมดไส้หมดพุงเลย

“นี่ฉันก็ตามสืบให้เร็วที่สุดแล้วนะเว้ย! ไหนจะไอ้บ้ารบอีก ไอ้หมอนั่นสติหลุดเหมือนคนบ้าตอนยัยดาริกามาบอกว่าฆ่าลูกทิ้ง แล้วเอากระดูกเด็กที่ไหนก็ไม่รู้ใส่ห่อมาให้ไอ้รบดู มันแทบหักคอยัยนั่นทิ้ง ดีที่ฉันไปเจอก่อน ไม่งั้นน้องชายแกป่านนี้ได้ไปอยู่ในคุกแล้ว ทางนั้นก็หลาน ทางนี้ก็เพื่อน ฉันห่วงหน้าพะวงหลังไปหมด แกนั่นแหละ ฉันส่งข่าวไปตั้งแต่สามเดือนที่แล้ว แทนที่จะมาช่วยกัน นี่เพิ่งโผล่หัวมา”

“ที่โน่นฉันเปิดร้านขายของชำหรือไง ถึงจะได้ปิดร้านแล้วกลับมาให้ทันใจแกน่ะ พูดอะไรเป็นการ์ตูนไปได้ไอ้กร กว่าฉันจะเคลียร์งาน ไหนจะต้องเคลียร์กับพ่ออีก แกคิดว่ามันง่ายหรือไง”

ณกรรู้ว่าเพื่อนต้องรับผิดชอบงานที่อยู่ในมือนับสิบบริษัท ทั้งโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ทรัสต์ แบงก์ และบริษัทย่อยอีกจิปาถะ เนื่องจากนายวิลเลียม โครเชอร์ผู้เป็นบิดาได้วางมือนานแล้ว และโอนหน้าที่ให้ลูกชายคนโตรับผิดชอบทุกอย่าง จนเพื่อนแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้ เรียกว่าเลี้ยงลูกไว้ใช้งานชัดๆ ทุกวันนี้มันแทบจะเป็นหุ่นยนต์อยู่แล้ว ชีวิตของมันเหมือนจะหรูดูดี แน่นอนว่ารวยหูดับ สามารถใช้เม็ดเงินที่มีอยู่ในมืออย่างมหาศาลนั้นซื้อความสุขได้สบายๆ แต่ถามว่ามันมีความสุขในชีวิตจริงๆ ไหม ณกรตอบได้เลยว่าไม่ ดูจากหน้าตาเคร่งเครียดเกือบตลอดเวลาของมันนั่นก็ได้ ไหนๆ เพื่อนก็พูดถึงบิดาขึ้นมา ทนายความหนุ่มจึงถามถึงเสียหน่อย

“แล้วลุงวิลเป็นไงบ้างวะ สบายดีไหม”

“ก็ตามประสาตาแก่บ้าพลัง ควงอีหนูไปเที่ยวฮาวายเพิ่งกลับถึงบ้านเมื่อวาน แกก็คิดดูแล้วกันว่าสบายดีไหม”

ฟังจากคำตอบก็รู้ว่าเพื่อนกำลังแดกดันบิดาผู้บังเกิดเกล้าอยู่ ก่อนมันจะพาวกเข้าเรื่องเดิม

“แล้วแกบอกไอ้รบหรือยังว่าลูกมันยังอยู่”

“ก็เพิ่งสืบเจอ จะให้ฉันไปบอกตอนไหนวะ มือถือมันก็ปิดตลอด นี่ฉันกะจะไปถามไอ้ธีดู เผื่อมันรู้ที่อยู่ไอ้รบ มันสองคนน่ะขาเที่ยวด้วยกัน ยัยดาริกาก็เป็นเด็กเสิร์ฟที่ไนต์คลับของไอ้ธีอีกเหมือนกัน มันถึงได้เกิดเรื่องทั้งหมดนั่นน่ะ”

ธีรดลคือเพื่อนซี้ของนักรบตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย และเป็นที่รู้กันดีว่าพวกมันอยู่แก๊ง กิน เที่ยว เล่น และฟันผู้หญิงด้วยกัน

“ไอ้รบนี่ก็ควายสุดๆ ผ่านผู้หญิงมานับไม่ถ้วน ดันมาตกม้าตายกับยัยดาริกาอะไรนั่น”

“แกอย่าไปด่าไอ้รบมันเลย น้องชายแกไม่ผิดนะโว้ย! อย่าไปซ้ำเติมมันสิ แค่นี้มันก็ไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว เอางี้ ฉันจะเล่าให้แกฟัง เอาแบบละเอียดเลยนะ”

ณกรขยับท่านั่ง จากเอนหลังพิงพนักโซฟาสบายๆ เปลี่ยนมานั่งหลังตรงดูเอาจริงเอาจังขึ้น

ด้วยเรื่องที่จะเล่าให้เพื่อนฟังค่อนข้างซีเรียสและละเอียดอ่อน และแน่นอนณกรเคยเล่าผ่านโทรศัพท์ให้เพื่อนฟังมาบ้างแล้ว ผ่านแอปพลิเคชันแชทก็หลายหน แต่คิดว่ามันก็ไม่เหมือนเล่าแบบเห็นหน้าตัวเป็นๆ แบบนี้หรอก แล้วเขาไม่แน่ใจว่าที่เคยเล่าไปมันจะสนใจสักแค่ไหน เนื่องจากบางทีฟังแล้วมันก็เงียบ บางครั้งแชทไป อ่านแล้วมันก็ไม่ตอบ เข้าใจว่ามันคงงานยุ่ง ณกรจึงตั้งใจจะเล่าให้เพื่อนฟังใหม่ ตั้งแต่ต้นจนจบ เผื่อว่ามันจะเข้าใจคนเป็นน้องขึ้นมาบ้าง

“ตอนไอ้รบไปเที่ยวที่ไนต์คลับมันก็ทักทายเด็กไปทั่ว ก็ปกติของมัน มันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ายัยดาริกานั่นแอบรักมันมานานแล้ว ถึงมันจะเปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น แต่มันก็เลือกนะเว้ย! เด็กเสิร์ฟ เด็กนั่งดริ๊งก์ มันไม่สนใจหรอก แต่ยัยดาริกาดันเล่นสกปรก ใส่ยาปลุกเซ็กซ์ในแก้วเหล้าไอ้รบ ต่อให้เป็นแกถ้าเจอแบบนั้นก็ไม่มีทางรอดหรอก ประกอบกับไอ้รบมันเมา แล้วโดนยัยนั่นลากเข้าห้อง คิดว่าน้องแกจะรอดไหมล่ะ”

ณกรย้อนถามให้เพื่อนได้คิด ก่อนจะเอ่ยต่อ

“ดีแค่ไหนแล้วที่มันยังรับผิดชอบเป็นพ่อเด็ก ไม่ตรวจดีเอ็นเอด้วย แถมยังซื้อคอนโดฯ ให้อยู่สบายๆ สั่งให้ฉันจ่ายเงินให้ทุกเดือน แต่ยัยนั่นจะเอาทะเบียนสมรส พอไอ้รบมันไม่เล่นด้วยก็เที่ยวอาละวาดเหมือนคนบ้า คลอดลูกเสร็จก็ทิ้งขวางไม่ดูดำดูดี คอยแต่จะตามราวีผู้หญิงที่น้องแกยุ่งด้วยจนอยู่ไม่ได้ ไอ้รบมันต้องจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกให้ พักหลังๆ ยัยนั่นยิ่งบ้าหนัก หอบเอาลูกมาขู่ จะเอาไปทิ้งลงคลองบ้างละ จะโยนลงตึกก็มี พอโดนกดดันหนักเข้าไอ้รบมันก็ฟิวส์ขาดหลุดปากไล่เหมือนหมูเหมือนหมา แล้วความอดทนของน้องชายแกก็สิ้นสุดลงวันที่ผู้หญิงบ้านั่นหอบกระดูกเด็กมาให้ดูต่างหน้านั่นแหละ”

ณกรหยุดพูดเพราะรู้สึกจุกอกกับเรื่องที่กำลังเล่า เนื่องด้วยคับแค้นใจแทนเพื่อนอย่างนักรบมานาน เขาคว้าแก้วเหล้าของเพื่อนซดไปจนหมดแก้ว ก่อนจะกระแทกแก้วเปล่าวางไว้บนโต๊ะตามเดิม เหมือนจะใช้เหล้าดับอารมณ์ที่กำลังขึ้นให้เย็นลง แล้วถึงเริ่มพูดได้อีกหน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป