บทที่ 2 พี่รบคือใคร
ขณะเดียวกันทางด้านภายในรถแท็กซี่ สองสาวที่ช่วยกันแบกคนเมาออกมาจากผับก็กำลังซักไซ้เรื่องราวทั้งหมดจากนุสราแฟนสาวของพี่ชายกันอย่างเคร่งเครียด ซึ่งขณะนี้คนเมาซุกศีรษะกับตักของแฟนสาวหลับใหลสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว
“แบม! เล่ามา”
คนางค์ที่กำลังทำหน้าที่ขับรถสั่งเด็กสาวหน้าตาน่ารักที่นั่งอยู่เบาะหลังเสียงหนัก ซึ่งโดยปกติบิดาจะใช้แท็กซี่คันนี้ขับไปทำมาหากิน วันนี้พ่อท้องเสียเธอจึงให้พักอยู่บ้าน แล้วเอาเจ้าเหลืองเขียวมาขับรับส่งลูกค้าเสียเอง จะได้ไม่ปล่อยรถว่างให้เปล่าประโยชน์ ทุกครั้งที่ผู้เป็นพ่อมีธุระหรือป่วยออกมาขับแท็กซี่ไม่ได้ เธอก็จะทำหน้าที่แทนอยู่บ่อยๆ จนเป็นเรื่องปกติ คนางค์ตัวเล็กๆ บางๆ ก็จริง ทว่าเธอแกร่งกว่าที่ใครๆ เห็น
เธอพอจะรู้จักนุสราอยู่บ้าง เพราะพี่ชายพาไปที่บ้านอยู่หลายหน แต่ลึกๆ ก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรมากนัก รู้แค่ว่านุสราเป็นลูกสาวนักธุรกิจใหญ่คนหนึ่ง บ้านรวย ใช้ชีวิตเยี่ยงคุณหนู ซึ่งต่างจากพี่ชายของเธอสุดขั้ว หากสาวน้อยคนนี้ก็แอบคบหากับพี่ชายของเธอมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย
บุรินทร์หารายได้พิเศษโดยการเป็นมอเตอร์ไซค์วินมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย คอยไปรับไปส่งนุสราที่โรงเรียนอยู่บ่อยๆ ตอนนี้บุรินทร์เรียนจบมาได้ห้าปีแล้ว พร้อมๆ กับถีบตัวเองขึ้นมาเป็นเจ้าของวินมอเตอร์ไซค์เล็กๆ ที่อยู่ในซอยแถวบ้านจนสำเร็จ ก็เลยใช้ชีวิตออกแนวนักเลงหน่อยๆ เพราะถือว่าพรรคพวกและลูกสมุนเยอะ ส่วนนุสรากำลังเรียนอยู่ปีสามของมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าทางบ้านของเด็กสาวไม่รู้เรื่องที่ทั้งสองคบหากัน
“เรื่องมันไม่มีอะไรเลยพี่คะน้า แบมก็ออกมาเที่ยวกับเพื่อนปกติ พอถึงเวลากลับก็โทร.ให้พี่บุ้งมารับอย่างเคย แล้วพี่บุ้งเมามาจากไหนก็ไม่รู้ มาเจอแบมยืนคุยกับพี่รบ เป็นเรื่องเลยทีนี้”
“แล้วพี่รบของแบมเขาเป็นใคร”
“แบมนับถือพี่รบเหมือนพี่ชายคนหนึ่งค่ะ ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาตินั่นแหละ แม่ของแบมกับป้าเดือนแม่พี่รบเป็นเพื่อนรักกัน ครอบครัวเราไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยๆ พี่รบเขาก็เห็นแบมเป็นน้องเป็นนุ่ง เจอกันก็ทักทายกันปกติ พี่คะน้าก็รู้ว่าพี่บุ้งเวลาเหล้าเข้าปากแล้วจะเป็นยังไง จากแมวจะกลายเป็นเสือทันที หึงหวงไม่เข้าเรื่อง แบมอธิบายจนปากจะฉีกอยู่แล้ว ก็ยังจะหาเรื่องพี่รบให้ได้ ห้ามก็ไม่ฟัง”
คนางค์รู้ดีว่าพี่ชายเป็นคนอย่างไร ปกติบุรินทร์จะเป็นคนตลกโปกฮามาก คารมดี ดูไม่มีพิษมีภัย ชอบสรรหามุกมาแซวมาล้อคนรอบข้างให้ได้ฮาแตกอยู่เป็นประจำ และที่สำคัญเป็นคนขยันทำมาหากิน จึงไม่แปลกที่เด็กสาวอย่างนุสราจะติดหนึบไปไหนไม่รอดอยู่ทุกวันนี้
ทว่าข้อเสียของพี่ชายคนางค์ก็คือ ถ้าได้เมาแล้วนักเลงโตจะเข้าสิงร่างทันที เที่ยวกร่างไปทั่ว ใครพูดผิดหูนิดๆ หน่อยๆ ร่ำร่ำจะกระโจนขย้ำคอเขาให้ได้ลูกเดียว ทุกวันนี้ถ้าเมาเมื่อไรแทบจะจับขังจับมัดถึงจะเอาอยู่ แต่บางทีก็มีหลุดๆ ไปบ้าง อย่างเช่นคืนนี้เป็นต้น
“แต่คืนนี้พี่รบดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้นะคะ นิ่งมาก แบมถามอะไรก็ถามคำตอบคำ เหมือนไม่ใช่พี่รบเลย”
“แล้วปกติพี่รบของแบมเขาเป็นคนยังไงเหรอ”
ประโยคที่เปรยออกมาของเด็กสาวทำให้คนางค์อดสงสัยไม่ได้ ทว่าผู้ฟังอีกคนที่นั่งคู่อยู่กับคนขับยังเบาะด้านหน้ากลับหน้าแดงก่ำเลยทีเดียว
“พี่รบจะคุยสนุกกว่านี้ค่ะ เจอหน้ากันทีไรจะชอบล้อชอบแกล้งแบมตลอดเลย แต่มีคืนนี้นี่แหละที่พี่รบมองแบมแปลกๆ ดูเหินห่างเหมือนคนไม่รู้จักกันยังไงก็ไม่รู้ แบมละงงมากเลย”
“เขาเมาหรือเปล่า”
“ไม่นะคะ พี่รบเพิ่งมาถึงผับ ยังไม่ได้แตะเหล้าสักหยดเลย แล้วก็มีเรื่องกันซะก่อน”
คนางค์โคลงศีรษะพร้อมกับยักไหล่เบาๆ อย่างไม่เข้าใจ เพราะเธอไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ บอกตรงๆ ว่าหน้าตาพี่รบของยัยแบมเธอก็มองเห็นไม่ชัดซะด้วยซ้ำ ก่อนคนางค์จะหันไปมองเพื่อนสาวที่นั่งอยู่เบาะข้างกายอย่างสงสัย เพราะเพื่อนนั่งนิ่งเงียบกริบมาตั้งแต่ออกมาจากผับ
“แล้วแกเป็นอะไรไอ้ลักษ์ เงียบเชียว ง่วงนอนเหรอ”
จะให้ลักษิกาตอบได้อย่างไรว่าถูกพี่รบของยัยแบมจับนมมาซะเต็มเหนี่ยว ตั้งแต่เกิดมาจนอายุจะยี่สิบสองปีอยู่แล้ว ไม่เคยมีชายใดได้กล้ำกรายมาก่อน มีอีตาบ้านั่นแหละที่ฝากรอยฝ่ามือเอาไว้เป็นคนแรก ตอนนี้เธอยังรู้สึกร้อนวูบวาบไปตลอดทั้งอกอยู่เลย หญิงสาวจึงเลือกพยักหน้าตอบเพื่อนส่งๆ ไป
“ขอโทษนะแก ที่ต้องรบกวนแกกลางดึกแบบนี้น่ะ แล้วเจ้าหัวขนุนหลานฉันเป็นไงบ้าง”
“เพิ่งตื่นมากินนมตอนสี่ทุ่มรับรองหลับยาว ไม่ค่อยตื่นมาตอนดึกๆ หรอก แกไม่ต้องห่วง”
“โชคดีนะที่เจ้าขุนเลี้ยงง่าย ไม่งั้นแกเจองานหนักแน่ไอ้ลักษ์”
“อือ...”
